จากทะเลจีน สู่สายลมแห่งอารยธรรม เสพศิลป์เรื่องราวเส้นทางสายไหม ในพิพิธภัณฑ์ POLY MGM ที่ ‘มาเก๊า’

จากทะเลจีน สู่สายลมแห่งอารยธรรม เสพศิลป์เรื่องราวเส้นทางสายไหม ในพิพิธภัณฑ์ POLY MGM ที่ ‘มาเก๊า’

ภาพจำของมาเก๊าคือการเสี่ยงโชคในกาสิโน ทว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นจุดเชื่อมต่อบนเส้นทางสายไหมทางทะเล และต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์ POLY MGM เปิดตัวนิทรรศการ “Silk Roads Beyond Borders” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 12 ปีของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative)


    พิพิธภัณฑ์ POLY MGM เป็นแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของจีน และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับโลก ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ MGM MACAU โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Macao)

    นิทรรศการ Silk Roads Beyond Borders ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการแลกเปลี่ยนอารยธรรม ระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกที่ยาวนานนับพันปีบนเส้นทางสายไหม โดยจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่ามากกว่า 200 ชิ้น จากคอลเลกชั่นของ MGM พิพิธภัณฑ์ในประเทศจีนและต่างประเทศ และสถาบันศิลปะ รวมทั้งหมด 24 แห่งที่ให้ความร่วมมือนำชิ้นงานสำคัญทางประวัติศาสตร์ มาจัดแสดงภายในงาน อาทิ

    ขบวนรถม้าและนักรบขี่ม้าโลหะบรอนซ์ จากพิพิธภัณฑ์มณฑลกานซู่ (Bronze Procession of Chariots and Cavalry from Gansu Provincial Museum), ขวดแก้วสีน้ำเงินทรงแปดเหลี่ยมสมัยยุคราชวงศ์หย่งเจิ้ง จากพิพิธภัณฑ์พระราชวัง (Yongzheng Period Octagonal Blue Glass Bottle from the Palace Museum), ขวดเซรามิกสีขาว-น้ำเงิน จากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติดามัสกัส (A blue-and-white Ceramic Bottle from the National Museum of Damascus)

​



​

    พระพุทธรูปคันธาระ จากพิพิธภัณฑ์เส้นทางสายไหมฮิรายามะ อิคุโอะ (A Gandhara Buddha statue from the Hirayama Ikuo Silk Road Museum), พิณหัวนกฟีนิกซ์ที่ได้รับการบูรณะโดยตั้นตุน (A phoenix-headed konghou restored by Tan Dun), ภาพจิตรกรรมฝาผนังจำลองตุนหวง ผลงานของทายาทมรดกวัฒนธรรมจีนสี่รุ่น (Replicated Dunhuang mural masterpieces produced by four generations of Chinese

​


    มุมหนึ่งของนิทรรศการนำเสนอผลงานของศิลปินหลายรุ่น รวมถึงจางซู่หง (Chang Shuhong) จิตรกรผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้พิทักษ์ตุนหวง” และจางซาน่า (Chang Shana) ผู้เป็นบุตรสาว ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นกว่า 80 ปีในการอนุรักษ์ศิลปะตุนหวง (Dunhuang art)

    นอกจากนี้ยังมีเครื่องดนตรีโบราณของเส้นทางสายไหม อาทิ พิณหัวนกฟีนิกซ์ (phoenix-headed konghou), ผีผาห้าสาย, ผีผา rebounding ซึ่งได้รับการบูรณะจากงานวิจัยโดยตั้นตุน (Tan Dun) นักดนตรีจีนชื่อดังระดับโลก

​


    ชิ้นงานที่หลายคนหยุดชมเป็นเวลานาน คือแจกันสีฟ้าในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง (Qianlong period) ผู้นำชมอธิบายว่าสามารถใช้นิ้วสัมผัสที่ตู้กระจกด้านนอก เพื่อขยายภาพดูลวดลายของศิลปะวัตถุ หรือเคลื่อนนิ้วเพื่อหมุนหรือพลิกดูศิลปะชิ้นในมุมต่างๆ ได้ มุมที่จัดแสดงศิลปะตุนหวง บนผนังมีกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ เมื่อส่องดูด้านใน จะเห็นภาพเคลื่อนไหวภายในถ้ำตุนหวง ประหนึ่งว่าเรากำลังเดินอยู่ภายในถ้ำ

​


    บริเวณที่จัดแสดงพรมสมัยราชวงศ์หมิงหรือราชวงศ์ชิง (Dragon-Patterned Throne Carpet) ผนังด้านหลังเป็นภาพเคลื่อนไหว เริ่มจากท้องพระโรงต่อมามีฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์ ก่อนเลือนหายกลายเป็นภาพมังกรเคลื่อนไหวอยู่บนเพดาน

​


    ด้วยการผสมผสานศิลปะวัตถุจีนกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ชวนให้ตื่นตาตื่นใจไม่น้อย

​


    นิทรรศการแบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลักดังนี้

    - ช่วงที่ 1 ฝ่าทรายและสายลม (Through Sand and Wind) เล่าถึงการเดินทางของบรรพชนผู้บุกเบิกเส้นทางสายไหม และบทบาทสำคัญของการค้าขายและการแลกเปลี่ยนข้อมูล

    - ช่วงที่ 2 สายใยทองคำ (Gilded Threads) นำเสนอวัฒนธรรมเชิงวัตถุ ทั้งงานทอผ้าไหม เครื่องเคลือบ เครื่องเขิน เครื่องโลหะ เครื่องแก้ว และเครื่องลงยาสี ซึ่งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและมีบทบาทสำคัญ ในการหล่อหลอมวิถีชีวิตประจำวันของอารยธรรมตะวันออกและตะวันตก

    - ช่วงที่ 3 กิ่งทองแห่งเส้นทางสายไหม (The Golden Bough) ถ่ายทอดการบูรณาการทั้งด้านจิตวิญญาณและความงดงามของศิลปะ ผ่านภาพ ประติมากรรม และดนตรี ผสานกับการสะท้อนเชิงปรัชญาที่ปรากฏในคัมภีร์และวรรณกรรมคลาสสิก

    - ช่วงที่ 4 ถนนสู่อนาคต (Road to the Future) เชิญชวนให้ค้นพบว่ามรดกจากเส้นทางสายไหม ได้หล่อหลอมและเกื้อหนุนศิลปะร่วมสมัยอย่างไร และเป็นพลังสำคัญที่จะสร้างโลกในอนาคตต่อไป

​


    “Silk Roads Beyond Borders” ได้ใช้บทเรียนจากอดีตมาเชื่อมโยงกับปัจจุบัน ทำให้โบราณวัตถุมีชีวิต ผ่านแสง สี เสียง และการมีส่วนร่วม โดยเชื่อมหัวใจของผู้คนผ่านศิลปะ นิทรรศการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความงดงามทางประวัติศาสตร์ และมรดกร่วมสมัยที่ยังคงดำรงอยู่ ตอกย้ำพลังแห่งการหลอมรวมทางอารยธรรมความมุ่งมั่นร่วมกันของมนุษยชาติในการก้าวไปสู่อนาคต


​

    นิทรรศการดังกล่าวเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

    ... หากมีโอกาสไปมาเก๊า อย่าลืมแวะชมนิทรรศการที่ทรงคุณค่านี้



​ภาพ : POLY MGM



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เที่ยวสวนสนุก 'Ocean Park ฮ่องกง' เครื่องเล่น-สัตว์น้ำ-สัตว์บก ตอบโจทย์ครบทุกความบันเทิง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine