'Mondrian Hong Kong' โรงแรมหรู ดีไซน์สวย ย่าน 'จิมซาจุ่ย' ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางสุดชิค! ช็อป กิน ดื่ม เที่ยว

'Mondrian Hong Kong' โรงแรมหรู ดีไซน์สวย ย่าน 'จิมซาจุ่ย' ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางสุดชิค! ช็อป กิน ดื่ม เที่ยว

'Mondrian Hong Kong' โรงแรมหรู ดีไซน์สวย หนึ่งในตัวเลือกเด่นที่น่าจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทยสายกิน ดื่ม ช็อปได้อย่างครบครัน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในย่าน 'จิมซาจุ่ย' สามารถเดินเที่ยว ช้อปปิ้งกันได้อย่างสะดวกสบายตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังสามารถเพลิดเพลินดื่มด่ำไปกับวิวสวยๆ ของท้องฟ้าและท้องทะเลของอ่าววิกตอเรียได้จากห้องพักอีกด้วย


    'ฮ่องกง' ยังคงเป็น 1 ในเมืองท่องเที่ยวสุดฮอตในแถบเอเชียที่คนไทยนิยมเดินทางไปมากที่สุดนับจากอดีตถึงปัจจุบัน เนื่องด้วยเพราะการเดินทางที่แสนจะสะดวกสบายใช้เวลาในการนั่งเครื่องบินลัดฟ้าไปเพียงแค่ราวๆ 3 ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย สามารถเลือกทำกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย ทั้งการช้อปปิ้งหรือ Enjoy Eating กับอาหารสไตล์จีน-ฮ่องกงตามแบบฉบับคนท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ ต่อเนื่องไปถึงการไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัดวาอารามที่ถูกอกถูกใจเหล่าบรรดาสายมู เป็นต้น 

    ถ้าคิดจะมาเที่ยวฮ่องกงเราก็ต้องพูดถึง 'Tsim Sha Tsui' (จิมซาจุ่ย) เพราะเป็นแหล่งรวมความบันเทิงทุกด้านทั้ง ช็อปปิ้ง กิน ดื่ม เที่ยว ไว้ได้อย่างครบครัน และถ้าหากเราสามารถเลือกโรงแรมที่พักที่ตั้งอยู่ในทำเลย่านนี้ได้ก็จะยิ่งสะดวกต่อการวางแผนทำกิจกรรมต่างๆ ได้ง่ายและประหยัดเวลายิ่งขึ้นไปอีก..แล้วโรงแรมไหนล่ะ ที่น่าจะตอบโจทย์คนไทยที่เดินทางมาเที่ยวทั้งแบบคู่รัก เพื่อนฝูง และครอบครัวได้มากที่สุด? 

    Mondrian Hong Kong คือ โรงแรมที่ตั้งอยู่ในย่าน 'Tsim Sha Tsui' อยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดย Accor Group เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2023 ที่ผ่านมา น่าจะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยได้อย่างครบครัน ด้วยระยะทางเดินเพียง 1 นาที ก็จะถึงสถานีรถไฟใต้ดิน East Tsim Sha Tsui (ทางออก N1/N2) ขับรถเพียง 7 นาที ก็จะถึงสถานี Hong Kong West Kowloon และใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที ก็จะถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกง อีกทั้งเรายังสามารถเดินชื่นชมสีสันบรรยากาศของผู้คนท้องถิ่นในย่านนี้ไปพร้อมๆ กับแวะถ่ายรูป Check in ตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน


​

    นอกเหนือจากทำเลเด่นที่ตั้งอยู่ในย่านนี้แล้ว เรื่องของดีไซน์ ความสวยงาม และความสะดวกสบายด้านการบริการต่างๆ ของโรงแรมแห่งนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน Karin Krautgartner ผู้ก่อตั้งโรงแรมและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน byKK คือผู้วางดีไซน์คอนเซปต์ของโรงแรมให้มีความผสมผสานระหว่างความหรูหรา ทันสมัย ควบคู่ไปกับการโชว์ให้เห็นถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในอดีตของผู้คนในเกาะฮ่องกงไว้ได้อย่างกลมกลืนลงตัว

    ก่อนที่เราจะก้าวขาเข้าไปในตัวโรงแรม ใครที่เป็นสายถ่ายรูป Check in จะต้องห้ามพลาดกับ 'The Corner Shop' พื้นที่ที่ดูเสมือนห้องแถวเล็กๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม มีไว้จัดแสดงผลงานศิลปะแขนงต่างๆ ที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป ไม่ว่าจะเป็น Installation Art , การแสดงดนตรี หรือการเปิดเพลงของดีเจ เพื่อให้ลูกค้าของโรงแรมและผู้คนที่ผ่านไปมาได้มีส่วนร่วมสนุกด้วยกัน

​


​

     หลังจากก้าวเข้ามาสัมผัสภายในโถงล็อบบี้โรงแรม เราจะมองเห็นผลงานศิลปะขนาดใหญ่บนผนังกำแพงที่ทำขึ้นจากกระเบื้อง Mosaic ชิ้นเล็กๆ จากแบรนด์อิตาลีอย่าง Bisazza ประติดประต่อกันจนกลายเป็นภาพของเหล่านักเต้นระบำใต้น้ำซึ่งมีต้นแบบมาจากภาพถ่ายใต้น้ำอันเลื่องชื่อ 1 ในผลงานของ Christy Lee Rogers และเมื่อเดินผ่านไปตามโถงทางเดินในแต่ละชั้นของโรงแรม เราก็จะเห็นภาพศิลปะอันสวยงามบนผนังที่มีลวดลายแสดงให้เห็นถึงจินตนาการจากท้องทะเลแตกต่างกันไป 


​

​

    ห้องพักที่นี่มีจำนวนทั้งหมด 324 ห้อง แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe, Premiere, Superior และ Suite ซึ่งการเดินทางมาเยือนฮ่องกงในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์สุด Luxury ของทีมงาน Forbes Thailand ด้วยการเข้าพักในห้อง Habour King Suite ซึ่งจะมีให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมเพียงแค่ 12 ห้องเท่านั้น





​

    ภายในห้องมีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งสัดส่วนเป็นโซนต่างๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ดีไซน์ห้องตกแต่งไว้ได้อย่างสวยงาม โซฟาครึ่งวงกลมสีแดงสดตัดกับผนังห้องสีขาวมองเห็นวิวของท้องฟ้าและผืนน้ำของอ่าววิกตอเรียได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ช่วยสร้าง Experience แก่ผู้มาพักให้รู้สึกถึงความหรูหรา Luxury และคุ้มค่าแก่การมาเยือนได้เป็นอย่างดี


​


​    สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของ Art งานศิลปะและดีไซน์ นอกจากจะได้ใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจภายในห้องพักและโซนต่างๆ ของโรงแรมแล้ว เรายังสามารถเสพงานศิลป์ผ่านสิ่งของต่างๆ ที่ทางโรงแรมออกแบบเอาไว้ได้อีกด้วย ยกตัวอย่าง เช่น welcome drink ที่เสิร์ฟด้วยแชมเปญเคียงคู่มากับ snacks ถั่ว-ผลไม้ พร้อมช็อกโกแลตรูปเรือสำเภา, โคมไฟเพดานห้องนอนที่ดีไซน์ออกมาดูคล้ายเกล็ดปลา สะท้อนให้เห็นต้นกำเนิดของหมู่บ้านชาวประมงบนเกาะฮ่องกงแห่งนี้ ถัดมาคือตู้ไม้ลงยาสีทองสำหรับเก็บเครื่องดื่มตรงโซนมินิบาร์ ต่อเนื่องไปถึงโคมไฟหน้ากระจกในห้องน้ำ ก็สะท้อนให้เห็นถึงกล่องใส่เข็มเย็บผ้าและฝีมือในการเย็บปักถักร้อยของคนฮ่องกงในอดีต



​


​

    การได้มาพักผ่อนที่นี่...ถือเป็นการชาร์จแบตเพิ่มพลังให้ตัวเองได้เป็นอย่างดี โดย Mondrian Hong Kong โรงแรมแห่งนี้นอกจากจะมีที่พักดีๆ วิวสวยๆ แล้ว ยังมีร้าน AVOCA ซึ่งเป็นบาร์และโซนเครื่องดื่ม ตั้งอยู่บนชั้น 38 โดดเด่นในเรื่องของ Cocktails ที่รังสรรค์ Signature Menu แปลกใหม่ได้น่าลิ้มลอง เหมาะสำหรับการ Hangout สังสรรค์ในยามค่ำคืน 

​


    นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหาร CARNA ตั้งอยู่บนชั้น 39 ซึ่งเป็น 'สเต็กเฮาส์ สไตล์ทัสคานี จากประเทศอิตาลี ถือเป็นความร่วมมือระหว่างโรงแรม Mondrian Hong Kong และ Dario Cechini ทายาทรุ่นที่ 8 ของธุรกิจร้านขายเนื้อวัวคุณภาพดีจาก Panzano ในเขต Chianti  ที่เหล่าบรรดาคนรักเนื้อสเต็กชั้นดีต้องห้ามพลาด! อีกด้วย

​


ภาพ : Mondrian Hong Kong​




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : '3 เมือง 3 โรงแรม' ที่พักยอดนิยมในจีนแต่ละแห่ง ติดอันดับ Top List แนะนำโดย Trip.best

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine