ฉลองครบรอบ 25 ปี "อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท" เปิดให้บริการโฉมใหม่หลังทำการปิดปรับปรุงสถานที่ทุกส่วนให้ดูไฉไลกว่าเดิม พร้อมเชิญชวนเหล่านักท่องเที่ยวมาสัมผัสความหรูหราแบบไทยๆ พักผ่อน กิน ดื่ม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยที่พักแห่งความประทับใจริมทะเล
ฉลองครบรอบ 25 ปี เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท (Anantara Hua Hin Resort) รีสอร์ทแห่งแรกภายใต้เครือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) และแบรนด์อนันตรานับตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 ล่าสุดได้กลับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากทำการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งในส่วนของห้องพักและพื้นที่ทั้งหมดภายในรีสอร์ทโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านของไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ความงดงามอันโดดเด่น ซึ่งเป็นต้นแบบของรีสอร์ทในเครืออนันตราหลายแห่งทั่วโลก พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นยิมออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำ, อนันตรา สปา แอนด์ เวลเนส รวมไปถึงห้องอาหาร บาร์ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ เพื่อรองรับนักเดินทางทุกช่วงวัยด้วยความอบอุ่นอย่างไทยที่แท้จริง

ประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ
การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสสระว่ายน้ำหลักและพื้นที่พักผ่อนริมสระที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สวยงามทันสมัย ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่อันเขียนวขจีเปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งธรรมชาติ ในบรรยากาศแบบชายทะเล พร้อมปรับปรุงแนวชายหาดเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสทะเลอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

สำหรับแขกที่เดินทางมาเป็นครอบครัว ทางรีสอร์ทยังมีการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมให้เหมาะสำหรับสมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำลากูนและบาร์ที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับผู้ใหญ่ รวมไปถึงกษราเลานจ์ : คลับเลานจ์แห่งใหม่ ที่ผสมผสานการออกแบบร่วมสมัยเข้ากับบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ขณะที่เด็กๆ ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับ “คิดส์คลับ” โฉมใหม่ ที่มีการเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้ ทั้งโซนอ่านหนังสือ โซนเพลย์สเตชัน ครัวจำลอง และบ้านต้นไม้พร้อมสไลเดอร์ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ความสนุกสนานให้กับเด็กๆ ทุกคน

นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มอุปกรณ์กีฬาที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงกิจกรรมใหม่ๆ อย่าง พิคเคิลบอล แพดเดิลบอล ปีนหน้าผาจำลอง และมวยไทย ที่โซนกิจกรรม (Active Zone) อีกทั้งยังมี “มินิฟาร์ม” แห่งใหม่ภายในรีสอร์ท ซึ่งเป็นบ้านของเหล่าสัตว์น่ารักหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไก่ซิลกี้ ปลา แพะแคระ นกยูง และอีกมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของพืชพันธุ์นานาชนิด ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ครอบครัวและเด็กๆ ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น พร้อมเรียนรู้ สำรวจ และสร้างความทรงจำอันแสนประทับใจร่วมกัน
ห้องพักและห้องสวีท
ห้องพักและห้องสวีทจำนวน 171 ห้อง ล้วนได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด รวมถึงการเพิ่มประเภทห้องพัก Deluxe Pool Access Room ขนาด 36 ตารางเมตร จำนวน 13 ห้อง โดยห้องประเภทใหม่ล่าสุดจะเน้นการใช้ชีวิตแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ สามารถเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำได้โดยตรงจากห้องพัก พร้อมเปิดรับวิวธรรมชาติอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังมีห้องพัก Deluxe Sea View Terrace Room และ Deluxe Sea View Balcony Room ขนาด 36 ตารางเมตร สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่กลางแจ้งมากขึ้น ด้วยระเบียงและชานขนาดกว้างพิเศษ พร้อมทั้งวิวสวนและวิวทะเล เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับอย่างแท้จริง

ขณะที่ Garden View Room ห้องพักที่มีจำนวนมากที่สุดถึง 45 ห้อง ขนาด 32 ตารางเมตร ก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อน ตกแต่งด้วยพื้นไม้และโทนสีอ่อนสร้างบรรยากาศอบอุ่น โดยที่ห้องด้านล่างมาพร้อมชานพักส่วนตัว ส่วนห้องด้านบนโดดเด่นด้วยระเบียงกว้างพร้อมวิวอันงดงามสุดสบายตา
สำหรับผู้ที่เดินทางมากับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวสามารถเลือกพักในห้อง Two-Bedroom Family Pool Suite ขนาด 128 ตารางเมตร พร้อมห้องนอน 2 ห้อง และสระว่ายน้ำส่วนตัวสุดหรูหรา เพื่อมอบช่วงเวลาแห่งความสุขท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลอันอบอุ่น อีกทั้งยังมียังมีห้อง Penthouse 3 ห้องนอน ขนาด 367 ตารางเมตร สำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่และต้องการความเป็นส่วนตัวสูง

สำหรับแขกผู้เข้าพักที่มีสัตว์เลี้ยง ยังสามารถเลือกห้องพักที่ออกแบบพิเศษพร้อมพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยมีสนามส่วนกลางเพิ่มความสะดวกสบายและความสนุกสนานให้กับสมาชิก 4 ขาอีกด้วย
ห้องอาหารและบาร์
สำหรับห้องอาหารและบาร์ทั้งหมดของรีสอร์ทก็ได้รับการปรับโฉมใหม่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Sea Fire Salt ห้องอาหารซิกเนเจอร์สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การปรุงอาหารด้วยเทคนิคการย่างบนแผ่นเกลือหิมาลายันที่ให้ความร้อนถึง 200 องศา ช่วยเสริมรสชาติจากแร่ธาตุธรรมชาติและดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างลงตัว

แขกผู้เข้าพักจะได้ลิ้มรสเนื้อเกรดพรีเมียม ดื่มด่ำกับอาหารทะเลสดใหม่ พร้อมเครื่องดื่มสุดสดชื่นที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน ภายใต้บรรยากาศที่ถูกออกแบบให้โปร่งโล่งและทันสมัย โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องรับประทานอาหารชั้นล่างในบรรยากาศหรูหรา และระเบียงชั้นบนแบบเปิดโล่งที่โอบล้อมด้วยร่มเงาของต้นไม้พร้อมวิวทะเลสุดตระการตา เติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

Rim Nam ห้องอาหารไทยที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมเสิร์ฟอาหารไทยรสจัดจ้านแบบต้นตำรับที่สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ในบรรยากาศริมสระว่ายน้ำอันงดงาม
Issara Cafe ห้องอาหารเช้าสไตล์ร่วมสมัย ให้แขกผู้เข้าพักเริ่มต้นวันใหม่อย่างผ่อนคลายด้วยเมนูบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติที่หลากหลายจากทั่งทุกมุมโลก และบรรยากาศของแสงแดดยามเช้าที่อบอุ่นเป็นกันเอง
Loy Nam บาร์ริมสระน้ำ ที่มีทั้งค๊อกเทลสูตรพิเศษ น้ำผลไม้สด และของว่างให้บริการ เพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้พักผ่อนในบรรยากาศแสนสบาย
Kasara Lounge พื้นที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น. เพื่อให้แขกทุกท่านได้เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและของว่างตลอดวัน พร้อมจิบค็อกเทลยามเย็นคู่กับคานาเป้รสเลิศในบรรยากาศสุดผ่อนคลาย
“ในฐานะรีสอร์ทแห่งแรกของอนันตรา 'อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท' จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องราวของแบรนด์เรา การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำการพัฒนาให้ทันกับการเดินทางยุคใหม่ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทย และการบริการอันอบอุ่นที่เป็นหัวใจของประสบการณ์อนันตราเข้าไว้ด้วยกัน” เจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป เผย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับริมทะทะเลหัวหินได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.anantara.com/en/hua-hin
ภาพ : อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "ดิน น้ำ ลม ไฟ" ศาสตร์แห่งแพทย์แผนไทย ปรับสมดุลร่างกาย-จิตใจ พักผ่อนแบบมีสไตล์ รับเทรนด์ Longevity "ชีวาศรม หัวหิน"
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

