9 จุดหมายปลายทางเชิงธรรมชาติที่นักผจญภัยไม่ควรพลาด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Forbes Life
  • Travel >
  • 9 จุดหมายปลายทางเชิงธรรมชาติที่นักผจญภัยไม่ควรพลาด

9 จุดหมายปลายทางเชิงธรรมชาติที่นักผจญภัยไม่ควรพลาด

Forbes Thailand / Admin
16 Aug 2021 | 6:30 pm 296

พบกับ 9 จุดหมายปลายทางที่มีความคล้ายคลึงกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทว่ากลับไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะได้ท่องเที่ยวในบรรยากาศที่มีผู้คนน้อยกว่าและในราคาที่ต่ำกว่า แต่มั่นใจได้ว่าคุณจะต้องชอบสถานที่เหล่านี้มากพอๆ กัน

Halkidiki กรีซ

นักท่องเที่ยวมักจะรู้จักหมู่เกาะ Mykonos ในสถานะหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดเมื่อไปเยือนกรีซ หากแต่ Halkidiki ซึ่งมีน้ำทะเลสีฟ้าครามแบบเดียวกันกลับไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยกว่า ทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้องนั่งเรือข้ามฟากเพื่อไปเยือน คุณจะสามารถขับรถไปที่รีสอร์ทริมชายหาดแห่งนี้ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงจากสนามบิน Thessaloniki ซึ่งความใกล้นี้จึงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมในหมู่คนในท้องถิ่น จึงไม่น่าแปลกใจหากคุณจะถูกห้อมล้อมด้วยวัฒนธรรมกรีกแทนการล่องเรือ

Halkidiki ประกอบด้วยคาบสมุทร 3 แห่ง ซึ่งก่อตัวเป็นรูปตรีศูลในทะเลอีเจียน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะพักใน Kassandra ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกสุด เพื่อปรนเปรอตัวเองด้วยรีสอร์ทริมชายหาดและบรรยากาศวันหยุดที่คุ้นเคย 

ด้าน Sithonia ซึ่งอยู่ตรงกลางนั้นจะให้ความรู้สึกที่เงียบสงบกว่าและผ่อนคลายกว่า ในขณะที่ Athos จะเป็นที่ตั้งของอารามที่สวยงามซึ่งคุณสามารถชมได้ผ่านการล่องเรือชมทิวทัศน์เท่านั้น

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

อาณาจักรโรมันครอบคลุมพื้นที่กว่า 5 ล้านตารางกิโลเมตร ดังนั้นอย่าจำกัดตัวเองให้ไปเที่ยวชมเฉพาะโคลอสเซียม แต่ให้มุ่งหน้าไปยังแอลจีเรียที่ซึ่งมีเมืองโบราณและซากปรักหักพังอย่าง Djemila และ Timgad ตั้งอยู่จนถึงทุกวันนี้ในสภาพที่น่าอัศจรรย์ แม้จะถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพอากาศแบบทะเลทรายเป็นเวลากว่า 2 พันปี 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าประวัติศาสตร์จะเป็นที่จับตามองสำหรับผู้มาเยือนส่วนใหญ่ แต่แอลจีเรียมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศที่สวยงามที่มีทั้งชายหาดและภูเขา ตลอดจนบางส่วนของทะเลทรายซาฮารา 

โดยทั่วไป การเดินทางมาที่นี่ย่อมมีความซับซ้อนกว่าการไปอิตาลีอย่างแน่นอน ดังนั้นนักเดินทางจึงมีความจำเป็นต้องหามัคคุเทศก์หรือค้นคว้าอย่างละเอียดก่อนที่จะยื่นขอวีซ่า

Tikal ประเทศกัวเตมาลา

Chichen Itza เมืองโบราณที่งดงามที่สุดของชาวมายัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจะพลุกพล่านมากว่าปกติ แต่ถ้าคุณมุ่งหน้าลงใต้สู่กัวเตมาลา คุณจะพบ กับ Tikal ซึ่งเก่ากว่า ใหญ่กว่า และตั้งอยู่ในสถานที่ที่มีมนต์ขลัง

แต่การเดินทางไป Tikal คุณจะต้องโดยสารรถประจำทางเต็มวันหรือเที่ยวบินด่วนไปยัง Flores จากนั้นจึงขับรถต่อไปยังแหล่งโบราณคดีอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งรางวัลแห่งความพยายามนี้จะแลกมาด้วยพื้นที่ป่าอันบริสุทธิ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เช่น ลิงฮาวเลอร์ โคติ และไก่งวง

นอกจากนี้คุณยังสามารถปีนปิรามิดได้หลายแห่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด (แต่เป็นสิ่งต้องห้ามที่ Chichen Itza)

ประเทศศรีลังกา

อินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่โต วุ่นวาย และมีประชากรหนาแน่น แต่ศรีลังกาเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายกว่า ชาวบ้านมีความเป็นมิตร ไม่ค่อยเร่งรีบ และสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม

ด้วยขนาดประเทศที่เล็กกว่า คุณจึงสามารถเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสกับความหลากหลายได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ เริ่มต้นที่เมืองหลวง Colombo แล้วมุ่งหน้าไปยังชายหาดยอดนิยมบนชายฝั่งทางใต้หรือตะวันออก จากนั้นเข้าเมืองไปชมเสือดาวซาฟารี ไร่ชา และเส้นทางเดินป่าบนเนินเขา  

นอกจากนี้ยังมีวัดวาอารามที่น่าประทับใจและแหล่งมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ของศรีลังกา ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยรถไฟหรือการว่าจ้างคนขับเพื่อสะดวกต่อการเดินทาง

Victoria ประเทศแคนาดา

แม้ Victoria รัฐ British Columbia จะมีขนาดเล็กกว่า London มาก แต่คุณจะพบประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันมากมาย เพราะเมืองนี้มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับราชวงศ์อังกฤษ รวมถึงสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมที่จะทำให้คุณเดาได้หากบังเอิญข้ามมหาสมุทร (นั่งเรือข้ามฟากเพียงระยะสั้นๆ จาก Seattle หรือ Vancouver) และด้วยสภาพอากาศที่อบอุ่นและมีแสงแดด 308 วันต่อปี จึงทำให้เป็นจุดหมายในการเดินทางไปพักผ่อนอย่างไม่ต้องสงสัย

จุดหมายปลายทางธรรมชาติ

ทะเลแดง 

แม้ว่าแนวปะการัง Great Barrier Reef จะมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก แต่ก็ยังห่างไกลจากการเป็นทางเลือกเพียงแห่งเดียวสำหรับนักดำน้ำ เพราะทะเลแดงสามารถเข้าถึงได้จากอียิปต์ จอร์แดน อิสราเอล และประเทศอื่นๆ ที่ไม่ค่อยมีคนมาเยี่ยมชม ทั้งยังมีปลาและแนวปะการังที่สวยงาม

และเมื่อคุณใช้เวลาใต้ท้องทะเลอย่างเต็มที่แล้ว อียิปต์ที่เหลือก็เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นกัน

เทือกเขา Cordillera Blanca ประเทศเปรู

เทือกเขา Cordillera Blanca มีความสูงถึง 20,000 ฟุต ปกคลุมด้วยหิมะ และพืชพรรณหลากหลายที่ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจ

บนเทือกเขาแห่งนี้ คุณไม่จำเป็นต้องมีทักษะการปีนเขาเพื่อเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เหมือนกับยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยจากเมือง Huaraz นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจอุทยานแห่งชาติ Huascarán ด้วยรถยนต์ ออกไปเดินป่า หรือปั่นจักรยานเสือภูเขาได้ ขณะที่นักผจญภัยที่มีความชำนาญมากขึ้นสามารถเลือกเดินป่าแบบหลายวันเพื่อมุ่งหน้าลึกเข้าไปในเทือกเขา

จุดหมายปลายทางธรรมชาติ

ประเทศสโลวีเนีย

สำหรับภูมิประเทศที่สวยงามไม่แพ้สวิตเซอร์แลนด์ ต้องยกให้กับสโลวีเนีย ซึ่งเต็มไปด้วยปราสาทมากมาย เช่น ปราสาท Predjama ที่สร้างขึ้นบนกำแพงหน้าผา ทั้งยังมีฉากในเทพนิยายต่างๆ ได้แก่ โบสถ์บนเกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบ Bled ที่เกือบจะลอยได้ และทะเลสาบ Jasna ซึ่งชายฝั่งจะเต็มไปด้วยสีสันทุกฤดูใบไม้ร่วง

โดยวิธีท่องเที่ยวให้ได้รับประสบการณ์อย่างครบครันที่สุดคงเป็นการเช่ารถเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ขึ้นไป เริ่มจาก Ljubljana เมืองหลวงที่มีชีวิตชีวา แล้วจึงไปเยี่ยมชมเทือกเขา Julian Alps และทะเล Adriatic ไร่ไวน์ทางทิศตะวันออก และศูนย์กลางการผจญภัยอย่าง Bovec

จุดหมายปลายทางธรรมชาติ

ป่า Pantanal ประเทศบราซิล

ผู้ชื่นชอบสัตว์ป่ามักจะให้ความสนใจกับการเดินทางไปยังแอฟริกาเพื่อเติมเต็มความฝันของพวกเขา แต่ Pantanal ซึ่งตั้งอยู่ในอเมริกาใต้ก็สามารถมอบประสบการณ์ที่เหลือเชื่อไม่ต่างกัน 

อีกทั้งภูมิภาคนี้ยังสามารถเยี่ยมชมได้จากหลายประเทศ 

เช่นเดียวกับในแอฟริกา คุณจะพบว่าทุ่งหญ้าสะวันนาเต็มไปด้วยสัตว์ป่า โดยทัวร์ท่องเที่ยวมักนำคุณออกไปด้วยรถจี๊ปเพื่อค้นหาแมวป่า ตัวกินมดยักษ์ คาปิบารา และนกนานาพันธุ์ หรือหากคุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็อาจเลือกที่จะเดินทางโดยเรือ ซึ่งคุณอาจจะได้พบกับนากแม่น้ำยักษ์ ไคแมน และเสือจากัวร์

แปลและเรียบเรียงจากบทความ 9 Alternative International Destinations You’ll Absolutely Love โดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: ‘พลังงานสะอาด’ ดัน ‘จีน’ เป็นผู้นำโลก

BACK TO TOP