แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ฉลอง 150 ปีแห่งตำนานริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านเรื่องราวของ Celadon Green สีเขียวศิลาดลอันเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายทอดสู่การปรับโฉม Garden Wing กระเป๋าเดินทางคอลเลกชั่น Globe-Trotter รุ่นพิเศษ และกลิ่นหอม Eternal Bloom จาก PAÑPURI สะท้อนมรดกแห่งงานดีไซน์ งานฝีมือ และศิลปะแห่งการบริการที่ยังคงสง่างามเหนือกาลเวลา
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เดินหน้าฉลองวาระครบรอบ 150 ปี ด้วยการเปิดตัวแนวคิด Celadon Green หรือสีเขียวศิลาดล ซึ่งถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราวของโรงแรมผ่าน 3 ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การเผยโฉม Garden Wing หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ การเปิดตัวคอลเลกชั่นกระเป๋าเดินทางลิมิเต็ดเอดิชั่นจาก Globe-Trotter และการสร้างสรรค์กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ Eternal Bloom ร่วมกับ PAÑPURI สะท้อนมรดกแห่งงานดีไซน์ งานฝีมือ และศิลปะแห่งการบริการที่สืบทอดมายาวนาน
สี Celadon Green นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องศิลาดลโบราณของเอเชีย สื่อถึงความสงบ เรียบหรู และสง่างาม อีกทั้งยังเป็นภาษาการออกแบบที่เชื่อมโยงโรงแรมในเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ลทั่วโลก ขณะเดียวกันก็สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทางด้วย
สำหรับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ สีเขียวศิลาดลจึงกลายเป็นหัวใจของการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี ที่เชื่อมโยงโลกของการออกแบบ การเดินทาง และศาสตร์แห่งกลิ่นหอมเข้าไว้ด้วยกัน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเผยโฉม Garden Wing หลังการรีโนเวตครั้งใหญ่ ผลงานของ Jeffrey Wilkes มัณฑนากรระดับโลกจาก DESIGNWILKES ที่ร่วมงานกับเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ลมาอย่างยาวนาน โดยแนวคิดการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากสวนอันร่มรื่นของ Authors' Wing เชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น สงบ และให้ความรู้สึกเสมือนบ้านพักส่วนตัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ภายใต้การออกแบบใหม่ สี Celadon Green ถูกนำมาใช้ในห้องพักหลายประเภท อาทิ Chao Phraya Room, Chao Phraya Suite, Ambassador Suite และ Royal Suite ผ่านวอลล์เปเปอร์ สิ่งทอ และพรมสั่งทำพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพรรณไม้นานาชนิดของไทย ผสานกับเฉดสีเขียวมรกต สีคอรัล และสีทอง เพื่อสะท้อนความหรูหราเหนือกาลเวลา

ในโอกาสเดียวกัน โรงแรมยังจับมือกับ Globe-Trotter แบรนด์กระเป๋าเดินทางระดับลักชัวรี่จากอังกฤษ เปิดตัวคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสำหรับฉลองครบรอบ 150 ปี ประกอบด้วย Carry-On Case และ London Square ในเฉดสี Celadon Green ผลิตด้วยมือจากวัสดุไฟเบอร์บอร์ดวัลคาไนซ์ พร้อมตกแต่งด้วยหนังธรรมชาติ และลวดลายพัดอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และกระบวนพยุหยาตราชลมารค

คอลเลกชั่นดังกล่าววางจำหน่ายที่โรงแรมและช่องทางออนไลน์ พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจ The 150th Collector สำหรับผู้เข้าพักระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570 โดยผู้เข้าพักห้อง Authors' Suite จะได้รับกระเป๋า Carry-On Case รุ่นพิเศษ ส่วนผู้เข้าพักห้อง Chao Phraya Suite จะได้รับกระเป๋า London Square พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าพักและบริการเฉพาะบุคคล
อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญคือการสร้างสรรค์กลิ่นหอม Eternal Bloom ร่วมกับ PAÑPURI ถ่ายทอดตัวตนของโรงแรมผ่านกลิ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากริมแม่น้ำเจ้าพระยา สวนอันเขียวชอุ่ม และการบริการอันอบอุ่น เปิดด้วยกลิ่นตะไคร้ ส้มแมนดาริน และเบอร์กามอต ก่อนต่อด้วยดอกมะลิ ดอกกระดังงา และดอกส้ม ปิดท้ายด้วยไม้ซีดาร์ พริกไทย และมัสก์อ่อนละมุน

คอลเลกชั่น Eternal Bloom มีทั้งก้านไม้หอม สเปรย์ปรับอากาศ ถุงหอม และพัดหอม วางจำหน่ายที่โรงแรม ช่องทางออนไลน์ รวมถึงร้าน PAÑPURI ในประเทศไทยและฮ่องกง เพื่อให้แขกสามารถนำกลิ่นอายและความทรงจำจากการเข้าพักกลับไปสัมผัสได้อีกครั้งที่บ้าน

ตลอดการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ยังคงเดินหน้าสืบสานมรดกอันทรงคุณค่า ควบคู่กับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับโฉมพื้นที่ ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ยังคงยึดมั่นในปรัชญาแห่งการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ภายในงานยังมีเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ ซอนญ่า สิงหะ, อรชุมา ดุรงค์เดช และ สาริศา ล่ำซำ ร่วมแบ่งปันความประทับใจต่อโรงแรม โดยต่างยกย่องบรรยากาศริมแม่น้ำ ความใส่ใจในการบริการ รวมถึงการนำสีเขียวศิลาดลมาเป็นหัวใจของการออกแบบ ซึ่งช่วยสะท้อนตัวตนของโรงแรมได้อย่างชัดเจน พร้อมชื่นชมทั้งคอลเลกชั่น Globe-Trotter และกลิ่นหอม Eternal Bloom ที่ช่วยต่อยอดความทรงจำของการเข้าพักให้คงอยู่แม้หลังการเดินทางสิ้นสุดลง


ภาพ: โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Villa Le Corail, Gran Melia สวรรค์ริมทะเล “ญาจาง” ผสานความหรูหราสไตล์สเปน เข้ากับเสน่ห์แห่งเวียดนาม
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


