มหัศจรรย์แห่งพสุธา...แอฟริกาใต้: ท่องซาฟารีที่อุทยานฯ ครูเกอร์ - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Cover Forbes Life
  • Forbes Life
  • Travel >
  • มหัศจรรย์แห่งพสุธา…แอฟริกาใต้: ท่องซาฟารีที่อุทยานฯ ครูเกอร์

มหัศจรรย์แห่งพสุธา…แอฟริกาใต้: ท่องซาฟารีที่อุทยานฯ ครูเกอร์

กนกวรรณ มากเมฆ

หากมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศ แอฟริกาใต้ เชื่อว่าหนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนอยากทำคือการท่องเที่ยวในแบบซาฟารี หรือการได้ไปสัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติและสัตว์ป่า

แม้จะมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งใน แอฟริกาใต้ ที่รองรับกิจกรรมท่องเที่ยวแนวนี้ แต่ที่ Forbes Thaialnd มีโอกาสไปเยือนและประทับใจจนอยากแนะนำคือ อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger National Park)

อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ หรือชื่อเดิมคือ เขตสงวนล่าสัตว์ซาบี (Sabi Game Reserve) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกาใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1926 มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 4.8 ล้านเอเคอร์ มีความยาวตั้งแต่ใต้จรดเหนือประมาณ 560 กิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งแรกที่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

กลุ่มม้าลายท่ามกลางทุ่งหญ้าสะวันนาของแอฟริกาใต้

ครูเกอร์ยังจัดได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเพราะความสวยงามและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศแบบทุ่งหญ้าสะวันนานี้เอง จึงทำให้อุทยานแห่งนี้มีสัตว์ป่าที่หาชมได้ยากหลายชนิด เช่น แรดขาวสายพันธุ์ใต้ ที่มีจำนวนกว่า 10,000 ตัว สิงโต 1,600 ตัว ช้างแอฟริกากว่า 13,000 ตัว เป็นต้น

องค์การยูเนสโกจึงประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยชื่อครูเกอร์นั้นตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Paul Kruger ประธานาธิบดีคนที่ 5 ของแอฟริกาใต้ และนับเป็นประธานาธิบดีคนแรกหลังจากที่แอฟริกาใต้พ้นจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

ช้างแอฟริกา หนึ่งในห้าดาราเด่นของแอฟริกาใต้ พบได้บ่อย มีประชากรอยู่ราว 13,000 ตัว

ไฮไลต์ในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ที่หากใครมาแล้วได้พบก็ถือว่าโชคดีมากคือ สิงโตขาว เพราะมีที่นี่แห่งเดียวในโลก นอกจากนี้ ยังมีสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ปลา และพันธุ์ไม้หายากต่างๆ ที่เราจะได้เพลิดเพลินและสัมผัสกับวิถีแห่งธรรมชาติตามเส้นทางรถยนต์ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้

อุทยานแห่งชาติครูเกอร์อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสัตว์ได้คนละไม่เกิน 3 ชั่วโมง/ครั้ง เพื่อไม่ให้รบกวนสัตว์ป่ามากจนเกินไป ยกเว้นการเดินป่าซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องลงชื่อไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่พาเดินไปตามเส้นทางที่สามารถเห็นสัตว์ป่าได้ชัดเจนและปลอดภัย

ชมสัตว์ผ่าน Game Drive ด้วยรถกระบะ 4 ล้อแบบเปิดโล่ง แต่ละคันสามารถโดยสารได้ 9 คน โดยจะมีนายพรานหรือ Ranger ทำหน้าที่เป็นคนขับรถและไกด์

ด้วยความที่สามารถเข้าชมได้คนละไม่เกิน 3 ชั่วโมง/ครั้ง นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้ามาเองได้ (โดยต้องขับตามเส้นทางที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น) หรือจะชมธรรมชาติผ่านกิจกรรม Game Drive ก็ให้ความเร้าใจไม่แพ้กัน แต่ที่สำคัญคือปลอดภัยและได้ความรู้ไปด้วย

เพราะ Game Drive เป็นการชมสัตว์ท่ามกลางธรรมชาติด้วยรถกระบะ 4 ล้อแบบเปิดโล่ง แต่ละคันสามารถโดยสารได้ 9 คน โดยจะมีนายพรานหรือ Ranger ทำหน้าที่เป็นคนขับรถและไกด์คอยแนะนำวิธีการชมสัตว์ พาเราไปในเส้นทางที่น่าจะพบสัตว์ และให้ความรู้ถึงข้อมูลของสัตว์แต่ละชนิด

Big 5 หรือสัตว์ที่โดดเด่น 5 ชนิดในแอฟริกาใต้ ได้แก่ ควายป่า ช้าง สิงโต แรด และเสือดาว ปรากฏอยู่บนธนบัตรของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้

โดยสัตว์ที่ถือเป็นดาราเด่นทั้ง 5 ของท้องทุ่งแอฟริกา หรือ Big 5 ได้แก่ ควายป่า ช้าง สิงโต แรด และเสือดาว สัตว์ทั้ง 5 นี้โดดเด่นจนถึงขั้นได้อยู่บนธนบัตรของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ โดยธนบัตรใบละ 10 แรนด์ (rand) เป็นรูปแรด, ใบละ 20 แรนด์ เป็นรูปช้างแอฟริกา, ใบละ 50 แรนด์ เป็นรูปสิงโต, ใบละ 100 แรนด์ เป็นรูปควายป่า และใบละ 200 แรนด์ เป็นรูปเสือดาว ดังนั้น หากใครได้เห็นดาวเด่นครบในการมาครั้งแรก ก็ถือว่าคุณดวงดีมากเลยทีเดียว

Game Drive ของผู้เขียนเริ่มรอบแรกตั้งแต่ 05.30 น. ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นชีวิตสัตว์ป่าที่กำลังกลับสู่ที่พักของมันหลังจากออกไปหากินในเวลากลางคืน และสัตว์ที่หากินกลางวันก็กำลังออกจากแหล่งพำนัก

กฎหนึ่งของการเข้าไปชมสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ คือห้ามลงจากรถเด็ดขาด ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามใช้แฟลช

ไกด์ชาวแอฟริกันพาคณะลัดเลาะไปตามเส้นทางในอุทยานฯ ครูเกอร์ แต่ละช่วงถูกจำกัดความเร็วไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้รถขับรถเร็วเกินไปจนไปชนกับสัตว์ป่าที่บางครั้งก็ใช้เส้นทางเดียวกับเรา

ช่วงเช้าแบบนี้ สัตว์ที่พบบ่อยที่สุดไม่ว่าเราจะอยู่จุดใดของอุทยานแห่งชาติก็คือ อิมพาลา สัตว์กีบที่ตัวผู้มีเขาเป็นเกลียวคู่ ส่วนตัวเมียไม่มีเขา มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ กระจายอยู่ทั่วไปในอุทยานแห่งนี้ ไกด์บอกว่าแรกๆ คุณอาจจะตื่นเต้นที่พบมัน แต่ผ่านไปสักพักคุณอาจจะบอกว่าอยากเห็นสัตว์อื่นๆ บ้างขึ้นมาเลยทีเดียว

สัตว์ที่พบได้ทั่วไปในอุทยานคือ อิมพาลา สัตว์กีบที่ตัวผู้จะมีเขาคู่ ตัวเมียไม่มีเขา มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ มีประชากรมากกว่า 1 แสนตัว เป็นสัตว์ที่ถูกนำมาเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารของชาวแอฟริกาด้วย

สัตว์อื่นๆ ที่พบในช่วงเช้า ได้แก่ ช้างแอฟริกา, ควายป่า, ยีราฟ, พังพอนแคระ, วิลเดอบีสต์ ที่วิ่งหลงฝูงมา 1 ตัว และเสือดาวที่รีบวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้จะพบ Big 5 ยังไม่ครบ แต่เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ของ Game Drive ในช่วงเช้าก็ทำให้ผู้มาเยือนนั้นเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติของทุ่งหญ้าสะวันนาที่ดูแปลกตา และเหล่าบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังออกหากิน ใช้ชีวิตอยู่กลางธรรมชาติอย่างแท้จริง

ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงแอฟริกาใต้กันทั้งที คณะของเราจึงขอจัด Game Drive กันอีกรอบในช่วงบ่ายที่เริ่มตั้งแต่เวลา 15.30 น. ซึ่งไกด์จะพาเราไปในเส้นทางที่ต่างจากช่วงเช้า คือพาไปเส้นทางเลียบแม่น้ำ เพื่อโอกาสที่จะได้เห็นสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง ควายป่า และแรด ที่มักอาศัยในพุ่มไม้ใกล้แหล่งน้ำเป็นที่หลบร้อน และกินน้ำดับกระหายเนื่องจากอากาศที่ค่อนข้างแห้งและร้อนในช่วงบ่าย

ลิงบาบูนสายพันธุ์หนึ่งที่พบในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ที่อยู่อย่างอิสระ ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ และเราสามารถชมพวกเขาได้อย่างใกล้ชิด
ด้านหน้าคือ ไนอาลา หนึ่งในสัตว์กินพืชที่ออกมาให้เราได้ยลโฉมใน Game Drive ช่วงบ่าย

โชคไม่เข้าข้างรถคันที่ผู้เขียนนั่งนัก ทำให้เราพบกับ Big 5 ไม่ครบ แต่ยังโชคดีที่ได้เห็นสัตว์อื่นๆ ในระยะใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น ม้าลาย, หมูป่า, ไนอาลา, ลิงบาบูน รวมถึงยังเจอแรดขาวนอนแช่น้ำในระยะไกลๆ

แม้จะพบ Big 5 ไม่ครบทั้ง 5 แต่เชื่อว่าภาพที่ได้เห็นอย่างการออกหากินอย่างอิสระ การใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติของสัตว์ป่าอย่างแท้จริง ก็สร้างความประทับใจให้เราได้อย่างไม่รู้ลืม และหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้มา Game Drive หาดาราเด่นทั้ง 5 ให้พบอีกครั้ง

ข้อควรระวัง: แม้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูสัตว์ที่อุทยานแห่งชาติครูเกอร์มากที่สุดจะเป็นช่วงฤดูหนาวซึ่งมีอากาศเย็นกว่าฤดูอื่นๆ แต่อากาศที่แอฟริกาใต้ก็แห้งแล้ง อากาศแห้ง จึงควรเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ นอกจากนี้ ถนนในอุทยานบางช่วงยังเป็นทางลูกรัง ซึ่งเมื่อรถวิ่งจะมีฝุ่นฟุ้ง จึงควรเตรียมผ้าปิดจมูกไปด้วย

ข้อแนะนำ: การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไป สามารถนำเข้าได้เพียงน้ำเท่านั้น นอกจากนี้ ระหว่างนั่งรถยังห้ามไม่ให้ทุกคนลงจากรถเด็ดขาด ห้ามส่งเสียงดัง ไม่อนุญาตให้ใช้แฟลชในการถ่ายภาพ

ที่พักแนะนำ: โรงแรม Protea Hotel, Kruger Gate โรงแรมใกล้ชิดธรรมชาติที่เพียบพร้อมด้วยห้องอาหาร Kudyela ที่เสิร์ฟอาหารสไตล์ยุโรป และลาน Boma River ที่เสิร์ฟอาหารค่ำสไตล์ Boma Dinner หรืออาหารท้องถิ่นแบบแอฟริกา

 

ขอบคุณการเดินทางโดย KTC


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP