ยลโฉม 6 เรือนเวลา ผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดของ Rolex - Forbes Thailand

ยลโฉม 6 เรือนเวลา ผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดของ Rolex

FORBES THAILAND / ADMIN
28 May 2024 | 10:30 AM
READ 841

สำหรับผลงานการรังสรรค์ครั้งล่าสุดนี้ Rolex ได้นำเสนอนาฬิการะดับไอคอนของแบรนด์ภายใต้ รูปลักษณ์ใหม่ ผ่านการผสมผสานวัสดุ สีสัน และพื้นผิวเพื่อสร้างนาฬิกาปี 2024 ให้เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่น และสะท้อนให้เห็นถึงความยึดมั่นในเจตนารมณ์แห่งศิลปะของช่างทำนาฬิกาที่มากด้วยความรู้และความชำนาญ อีกทั้งยังได้ส่งมอบคุณภาพที่เหนือระดับครอบคลุมแม้กระทั่งรายละเอียดที่เล็กที่สุด


    Rolex ได้นำเอาความรู้ความเชี่ยวชาญชั้นเลิศด้านการผลิตนาฬิกามารังสรรค์เรือนเวลาใหม่นี้ภายใต้แนวทางแห่งความสมดุลที่สอดประสานระหว่างฟังก์ชันการทำงานกับความงดงาม ประสิทธิภาพกับความเลอค่า ตลอดจนขนบประเพณีดั้งเดิมกับนวัตกรรมนำสมัย กำเนิดเป็นเรือนเวลาใหม่ 6 เรือนที่เปล่งประกายด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว




OYSTER PERPETUAL GMT-MASTER II สะท้อนอารมณ์

    นับเป็นครั้งแรกที่ Oyster Perpetual GMT-Master II ที่รังสรรค์ขึ้นจาก Oystersteel มาพร้อมกับขอบหน้าปัด Cerachrom แบบเซรามิกสีเทาและสีดำ การจับคู่โทนสีขรึม การจับคู่โทนสีขรึมในลักษณะนี้เริ่มมีขึ้นในปี 2023 เพื่อเป็นนัยสื่อถึงการเปลี่ยนผ่านระหว่างช่วงเวลากลางวันและกลางคืน โดยวัสดุของนาฬิกาโฉมใหม่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของนาฬิการุ่นนี้ไว้ด้วยการเปิดตัวเฉพาะรุ่นที่ผลิตจากสตีลเท่านั้น

    สายนาฬิกามีให้เลือกสองแบบ ได้แก่ สายนาฬิกา Oyster และสายนาฬิกา Jubilee ซึ่งต่างก็ผสมผสานความเรียบหรูและประสิทธิภาพการใช้งานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว หน้าปัดเคลือบเงาสีดำพร้อมสลักคำว่า ‘GMT-Master II’ สีเขียว โดยเข็มแสดงเวลา 24 ชั่วโมงก็ยังเป็นสีเขียวด้วยเช่นกัน ซึ่งดูคล้ายกับเส้นแสงที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับโลกใบนี้ นอกจากจะแสดงเขตเวลาอื่นที่เลือกไว้แล้ว เข็มนาฬิกายังชี้ไปยังอีกตำแหน่งที่ตั้งหนึ่งที่สอดคล้องกับผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นการแจ้งบอกอารมณ์ความรู้สึกของนักเดินทางแต่ละคน



OYSTER PERPETUAL DAY-DATEความหลากหลายที่กลมกลืน

    หน้าปัดออมเบรสีฟ้า-เขียว หรือในรูปแบบที่ทำจากเปลือกหอยมุกสีขาวของแท้ ประดับด้วยตัวเลขโรมันแยกส่วนทรงเหลี่ยมพร้อมเครื่องหมายบอกชั่วโมงแบบเหลี่ยมมุม รวมถึงขอบตัวเรือนประดับเพชรทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ทั้งหมดนี้ล้วนรังสรรค์ขึ้นสำหรับ Day-Date เวอร์ชันใหม่ อันแสดงให้เห็นถึงปณิธานของ Rolex ที่ต้องการนำเสนอผลงานแห่งความเชี่ยวชาญที่หลากหลายและหายากในทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใด ทั้งสีสัน วัสดุ ลวดลาย และเครื่องหมายบอกชั่วโมง ล้วนผสานสร้างความกลมกลืนอย่างลงตัวให้รูปลักษณ์โฉมใหม่

    Oyster Perpetual Day-Date 40 โฉมใหม่เปิดตัวพร้อมดีไซน์สองรูปแบบ เวอร์ชันแรกเป็น Everose gold 18 กะรัต มาพร้อมหน้าปัดสีเทาอมน้ำเงินออมเบร ดีไซน์นี้เผยให้เห็นการผันเปลี่ยนอันละเอียดอ่อนจากสีโทนสว่างตรงกลางหน้าปัดไปสู่สีโทนมืดตรงขอบ การไล่เรียงเฉดสีที่กลมกลืนนี้ต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำอย่างมาก

    ส่วนอีกเวอร์ชันหนึ่งใช้วัสดุทองคำขาว 18 กะรัต และมาพร้อมหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาวของแท้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกสำหรับรุ่น Day-Date 40 เปลือกหอยมุกเนื้อละเอียดที่หายากนี้ได้ฉายประกายแวววาวงดงามที่แปรเปลี่ยนเป็นแสงสะท้อนอันน่าทึ่งในหลากหลายรูปแบบ ขณะที่พื้นผิวซึ่งมีความหนาและระดับแตกต่างกันทำให้ดูคล้ายเกลียวเมฆที่เรียงซ้อนกัน และสรรค์สร้างประกายสะท้อนยามต้องแสงสว่าง โดยมีเครื่องหมายบอกชั่วโมงประดับเพชรทรงสี่เหลี่ยมยาว 10 เม็ด ที่ขับเน้นความแวววาวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

    นาฬิการุ่น Oyster Perpetual Day-Date 36 ได้รับการเปิดตัวในสองรูปโฉมใหม่ด้วยเช่นกัน

    เวอร์ชันแรกทำจากทองคำ 18 กะรัต มีหน้าปัดเคลือบเงาสีขาวประดับด้วยตัวเลขโรมันแบบแยกส่วนทรงเหลี่ยมพร้อมเครื่องหมายบอกชั่วโมงแบบเหลี่ยมมุม ซึ่งเครื่องหมายบอกชั่วโมงที่มีผิวเรียบเป็นเงาและก่อนหน้านี้มีเฉพาะในรุ่น Day-Date 40 เท่านั้น ช่วยเสริมความโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความชัดเจน

    ส่วนรุ่น Day-Date 36 ได้รับการนำเสนอในรูปแบบ Everose gold 18 กะรัต ที่มาพร้อมหน้าปัดสีฟ้า-เขียว สีเข้มลุ่มลึกที่เพิ่มเข้ามาใหม่สำหรับรุ่นนี้ยิ่งดูงดงามเจิดจรัส เมื่อเคียงคู่กับขอบตัวเรือนประดับเพชรทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 60 เม็ด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำขอบตัวเรือนในรูปแบบนี้มาใช้กับนาฬิกา Day-Date 36 รุ่นทองคำ 18 กะรัต




PERPETUAL 1908 : สง่างามทุกการเคลื่อนไหว

    Perpetual 1908 มาพร้อมวัสดุแพลทินัม 950 และหน้าปัดสีไอซ์บลู ซึ่งเป็นเฉดสีอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับนาฬิกา Rolex ที่ผลิตจากวัสดุโลหะล้ำค่าชนิดนี้เท่านั้น หน้าปัดลายกิโยเช่ที่ตกแต่งด้วยลวดลายเม็ดข้าว แสงที่ตกกระทบลวดลายที่นูนสูงขึ้นมาเหล่านี้จะสะท้อนประกายหลากหลายรูปแบบที่แปรผันไปตามจังหวะการขยับข้อมือ

    นาฬิการุ่นใหม่นี้ยังคงยืนหยัดสะท้อนความหรูหราและความประณีตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การวาดลวดลายบนหน้าปัดใช้กระบวนการกิโยเช่ หรือการกลึง ซึ่งเป็นเทคนิคการตกแต่งโดยใช้เครื่องกลึงเพื่อสร้างลวดลายเรขาคณิตลงบนพื้นผิว การตกแต่งชวนให้นึกถึงการผลิตนาฬิกาในแบบฉบับดั้งเดิม ส่วนลายโรเซตต์ตรงส่วนแสดงวินาทีขนาดเล็กในตำแหน่ง 6 นาฬิกาได้เติมแต่งให้นาฬิกาเรือนนี้มีบุคลิกโดดเด่นอย่างชัดเจน

    นาฬิการุ่น 1908 โฉมใหม่ คือผลงานชิ้นเอกที่มีความโดดเด่นซึ่งหาได้ยากยิ่ง ทั้งในส่วนของหน้าปัดเงาวาวและงานฝีมือแสนประณีตในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบหน้าปัดไปจนถึงการเซาะร่องขอบตัวเรือนที่ละเอียดพิถีพิถัน รวมถึงตกแต่งขอบด้วยลวดลายกิโยเช่รอบขีดบอกนาทีด้วย




OYSTER PERPETUAL ROLEX DEEPSEA : แสงสว่างกลางห้วงลึก

    Oyster Perpetual Rolex Deepsea โฉมใหม่ คือนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำใต้ทะเลลึกเรือนแรกของ Rolex ที่ใช้วัสดุทองคำ 18 กะรัต และมาพร้อมความโดดเด่นทั้งในส่วนของการเลือกใช้สีน้ำเงินและการผสมผสานวัสดุที่ยังไม่เคยมีมาก่อนอย่างการนำวัสดุทองคำมาใช้ร่วมกับเซรามิกและไทเทเนียม RLX สำหรับการรังสรรค์เรือนเวลา ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความเชี่ยวชาญชั้นยอดของ Rolex ทั้งในด้านวัสดุและการเล่นสี

    แหวนอัดทำจากเซรามิกสีน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมทางเทคนิคที่เป็นแนวทางใหม่ในการนำวัสดุชนิดนี้มาใช้ผลิตตัวเรือนนาฬิกา แหวน Cerachrom ลายซาตินแบบวงกลมนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Ringlock ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมตัวเรือนที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพนาฬิกาให้สามารถต้านทานแรงดันมหาศาลในระดับความลึกที่สูงมาก ขณะที่วาล์วคายฮีเลียมซึ่งทำหน้าที่ปกป้องประสิทธิภาพของนาฬิกาในระหว่างกระบวนการคลายแรงดันได้รับการผลิตขึ้นจากไทเทเนียม RLX เช่นเดียวกับตัวเรือนด้านหลัง

    สีที่สอดผสานอย่างกลมกลืนของหน้าปัด ขอบหน้าปัด และแหวนอัดคือความสำเร็จอันเด่นชัดที่ได้รับการเติมแต่งให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยตัวเรือนที่ทำจากทองคำ 18 กะรัต และสายนาฬิกา Oyster

    เลอค่าด้วยเทคนคิอันล้ำหน้า สง่างามและเปี่ยมล้นด้วยนวัตกรรมนำสมัย และเป็นเรือนเวลาที่นำมาซึ่งความกระจ่างกลางห้วงลึก โดย Rolex Deepsea เวอร์ชันใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อความโดดเด่นเป็นเลิศใต้ท้องทะเลลึกอย่างแท้จริง




OYSTER PERPETUAL COSMOGRAPH DAYTONA : โฉมใหม่แห่งตำนานอมตะ

    Rolex เปิดตัว Oyster Perpetual Cosmograph Daytona โฉมใหม่สองรุ่น โดยมีหน้าปัดเป็นเปลือกหอยมุกธรรมชาติสีขาวตัดกับสีดำ พร้อมด้วยขอบตัวเรือนประดับเพชร องค์ประกอบที่ปรับเปลี่ยนใหม่ของเรือนเวลาระดับตำนานรุ่นนี้มาพร้อมความสมบูรณ์แบบแห่งสมดุลระหว่างความเที่ยงตรงและความเลอค่า โดยเฉดสีที่ละเมียดละไมของนาฬิกาเรือนนี้ส ะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ตั้งแต่การฝังอัญมณีไปจนถึงศิลปะการผลิตหน้าปัดนาฬิกา นี่คืออีกบทหนึ่งในตำนานของนาฬิกาที่เปี่ยมด้วยความหลากหลาย และแสดงถึงศักยภาพแห่งการพัฒนาสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน

    เรือนเวลาทั้งสองรุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นจากทองคำขาว 18 กะรัตและโดดเด่นด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกสองสีธรรมชาติรุ่นหน้าปัดสีขาวจะใช้ส่วนแสดงเวลาขนาดเล็กสีดำ ส่วนรุ่นหน้าปัดสีดำ จะใช้ส่วนแสดงเวลาขนาดเล็กสีขาว ความตัดกันระหว่างคู่สีตรงข้ามและระดับความเข้มของสีสันที่เลือกใช้ ตลอดจนประกายแวววาวที่สะท้อนเด่นชัดเหล่านี้เป็นผลจากการบรรจง คัดสรรวัสดุด้วยมาตรฐานอันเข้มงวด เปลือกหอยมุก ทั้ง 2 แบบ ถูกนำมาใช้ผลิตด้วยความประณีตสูงสุดโดยช่างศิลป์ของ Rolex

    เรือนเวลาโฉมใหม่ทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชรเจียระไนเหลี่ยมเกสร 36 เม็ด และสายนาฬิกาที่เข้ากับสีของส่วนแสดงเวลาขนาดเล็ก โดยรุ่นที่มีส่วนแสดงเวลาขนาดเล็กสีดำจะใช้สาย Oysterflex ส่วนรุ่นที่มีส่วนแสดงเวลาขนาดเล็กสีขาวจะใช้สายนาฬิกา Oyster




OYSTER PERPETUAL SKY-DWELLER : ส่องประกายสอดประสาน

    ความละเอียดซับซ้อน เทคนิคที่เหนือชั้น และความโดดเด่นเฉพาะตัวคือคุณสมบัติของ Oyster Perpetual Sky-Dweller ที่ในครั้งนี้มาพร้อมกับสายนาฬิกา Jubilee และมีให้เลือกทั้งในรุ่นทองคำและ Everose gold 18 กะรัต นาฬิการุ่น Sky-Dweller นี้ออกแบบมาเพื่อให้นักเดินทางสามารถค้นหาทิศทางของตัวเองได้อย่างรวดเร็วโดยยังคงความหรูหราและความรื่นรมย์ในทุกสัมผัสแห่งการรับรู้

    รูปแบบการเรียงข้อสายต่างขนาดและรูปแบบพื้นผิวสลับกัน โดยจัดวางข้อสายขัดเงาเรียบขนาดเล็กให้อยู่ตรงกลาง ส่วนข้อสายขัดเงาซาตินขนาดใหญ่ให้อยู่ด้านนอกนั้น ช่วยขับเน้นสายนาฬิกา Jubilee ที่ทำจากทองคำ 18 กะรัตให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งจากประกายแวววาวและรูปทรงที่กลมกลืนสอดรับกันอย่างลงตัว

    เมื่อจับคู่กับหน้าปัดสีเทาอมน้ำเงินในรุ่น Everose gold 18 กะรัตและหน้าปัดสีขาวเข้มในรุ่นทองคำ 18 กะรัต ก็ยิ่งทำให้สายนาฬิการุ่นนี้สร้างความประทับใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของก้านสอดเซรามิก ที่ทางแบรนด์ออกแบบเองและถูกสอดไว้ในข้อสายนาฬิกา ซึ่งช่วยเสริมความทนทานในการใช้งานและเพิ่มความยืดหยุ่นเมื่อสวมใส่บนข้อมือ



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Buy Hold Sell: คำแนะนำจากกูรู โปสเตอร์, ไวน์ และเฟอร์นิเจอร์รุ่นไหนน่าซื้อ ถือไว้ หรือขายบ้าง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine