ฉลองครบรอบ 250 ปี Breguet แบรนด์นาฬิกาชั้นสูงจากสวิส ล่าสุดเปิดตัวบูทีคช็อปแห่งแรกในประเทศไทย ณ ชั้น 1 ไอคอนสยาม งานนี้ได้รับเกียรติจาก Mr.Gregory Kissling ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Breguet และ Mr.Fabien Levrion รองประธานฝ่าย Breguet ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่บินตรงมาร่วมงาน พร้อมด้วยเหล่าบรรดาแขกเหรื่อผู้ที่หลงใหลในผลงานศิลปะสุดประณีตผ่านเรือนเวลาระดับตำนานของแบรนด์นี้ที่มีโอกาสได้ยลโฉมผลงานเด่นๆ ในแต่ละรุ่นที่นำมาจัดแสดงโชว์ได้อย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
เบรเกต์ (Breguet) แบรนด์นาฬิกาชั้นสูงจากสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 250 ปี ล่าสุดเปิดตัวบูติคแห่งแรกในประเทศไทย ณ ชั้น 1 ไอคอนสยาม สะท้อนอัตลักษณ์การผสมผสานมรดกทางหัตถศิลป์อันงดงาม ความประณีตเหนือกาลเวลา และจิตวิญญาณแห่งการพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 250 ปี ของแบรนด์ ยังมีการจัดแสดงเรือนเวลารุ่นพิเศษ ที่จะนำพาย้อนกลับไปสู่ห้วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Breguet ที่ยังคงสืบสานวิสัยทัศน์ของอับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์ ผู้ก่อตั้ง รวมถึงรุ่นพิเศษที่รังสรรค์มาเพื่อฉลองครบรอบ 250 ปี, นาฬิกา High Jewelry และยังมีรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นที่มีเพียงไม่กี่เรือนเท่านั้นในโลก รวมถึงนวัตกรรมนาฬิการุ่นใหม่ๆ อีกมากมาย

โดยงานเปิดตัวบูทีคช็อปอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ได้จัดขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมามา ณ Breguet boutique ชั้น 1 ไอคอนสยาม ได้รับเกียรติจาก Mr.Gregory Kissling ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Breguet ที่บินตรงจากสวิตเซอร์แลนด์มาร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและเหล่าคนรักนาฬิกาในโอกาสพิเศษนี้โดยเฉพาะ พร้อมด้วย Mr.Fabien Levrion รองประธานฝ่าย Breguet ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วยแขกผู้มาร่วมงานสุดพิเศษ อาทิ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ซอนญ่า สิงหะ, คุณเต้ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, คุณเอิ๊ก พรหมพร ยูวะเวส และท่านอื่นๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี


นอกเหนือจากบรรยากาศอันงดงามหรูหราทว่าอบอุ่นของบูติคแห่งใหม่นี้แล้ว บรรดาแขกผู้มีเกียรติยังจะได้ยลโฉมการจัดแสดงเรือนเวลารุ่นพิเศษกว่า 16 เรือนของ Breguet จากคอลเลคชั่นหลักที่ล้วนสร้างสรรค์ประวัติศาตร์ ตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์นาฬิกาที่เปี่ยมด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์ และยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสานต่อจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์และนวัตกรรม


Breguet Expérimentale No. 1 ปฐมบทเรือนเวลาแห่งคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Experimentale” (อิกซ์แปริมองตัล) ซีรีส์นาฬิกาพิเศษเชิงทดลองนี้ เผยให้เห็นพัฒนาการล่าสุดทั้งด้านเทคนิคและสุนทรียศาสตร์ของแบรนด์ พร้อมเปิดมุมมองสู่ทิศทางแห่งอนาคตของวงการนาฬิกา โดยมาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่รังสรรค์โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเรือนเวลาของแบรนด์อันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กลไก tourbillon (ตูร์บิญง) ความถี่สูงถึง 10 เฮิรตซ์ เพื่อความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Breguet Hallmark อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศและมาตรฐานสูงสุดของงานนาฬิกาชั้นสูงจาก Breguet อีกด้วย


และที่พิเศษอย่างยิ่งคือการอวดโฉมเรือนเวลา Reine de Naples (แรน เดอ นาปล์) คอลเลคชั่น Haute Joaillerie (High Jewelry) ต่างๆ ที่หาชมได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น Reine de Naples Perles Impefrials ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองวาระครอบรอบ 250 ปีของแบรนด์ งดงามด้วยมุกอะโกยา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไข่มุกที่งดงามสมบูรณ์แบบและทรงคุณค่าที่สุด ขอบหน้าปัดทรงรีฝังเพชร 38 เม็ดบนหนามเตยทรงพิเศษรูปหัวใจ บนหน้าปัดยังฝังเพชรทรงกลมอีก 112 เม็ด และยังประดับเพชรทรงหยดน้ำ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกาอีกด้วย ซึ่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 Breguet ได้นำมุกเลอค่าชนิดนี้มาจากญี่ปุ่นสู่ยุโรป ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์ ได้รังวรรค์นาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกเพื่อมอบให้แด่ แคโรไลน์ มูราต์ ราชินีแห่งเนเปิลส์ โดย Reine de Naples ถือเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลก โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงรีอันเป็นเอกลักษณ์


นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเรือนเวลาจากคอลเลคชั่นประวัติศาตร์อย่าง Classique นาฬิกาที่ยกย่องวิสัยทัศน์ด้านการดีไซน์อันล้ำหน้าของอับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์ ที่เน้นรูปลักษณ์เรียบหรู ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่ล้ำหน้าในยุคสมัยนั้น, Marine นาฬิกาสำหรับภารกิจทางทะเล ที่ตอกย้ำอีกหนึ่งอัจฉริยภาพของผู้ก่อตั้ง จนทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 ให้เป็นช่างนาฬิกาแห่งราชนาวีฝรั่งเศส, Tradition นาฬิกาที่จำลองรูปลักษณ์มาจากนาฬิกาพก Souscription ซึ่งเป็นนาฬิกาที่จำหน่ายในระบบแบ่งจ่ายเป็นครั้งแรก ถือเป็นการนำเสนอโมเดลธุรกิจระบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน และ TYPE XX นาฬิกากลไกโครโนกราฟที่อับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์ รังสรรค์ให้กับกองทัพอากาศฝรั่งเศสโดยเฉพาะอีกด้วย
สำหรับบูทีคช็อปห่งแรก ณ ไอคอนสยาม นี้ ถ่ายทอดสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเฉกเช่นเดียวกับบูติกสาขาสำคัญของแบรนด์ในทั่วโลก อาทิ สาขาแฟลกชิปที่ถนน Bahnhofstrasse ในมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการตกแต่งภายในที่หรูหราและยังแฝงไปด้วยความอบอุ่นจากไม้อเมริกันวอลนัท หินอ่อน และเส้นสายที่ให้อารมณ์อ่อนช้อย พรมภายในร้านประดับลวดลาย guilloché (กิลโยเช่) อย่างประณีต ขอบเฟอร์นิเจอร์สะท้อนแรงบันดาลใจจากดีไซน์ตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเติมเต็มบรรยากาศด้วยโทนสีน้ำเงิน Breguet Blue อันโดดเด่นและสง่างาม ภายในบูติคยังมีโซนที่รองรับการให้บริการแบบส่วนตัว นอกจากนี้ ยังมีมุมให้คำปรึกษาแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเรือนเวลาที่ชื่นชอบอย่างใกล้ชิด




อย่างไรก็ตาม การเปิดบูทีคแห่งใหม่และยังเป็นแห่งแรกของเมืองไทย ณ ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศไทย ณ ริมโค้งน้ำเจ้าพระยานี้ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ BREGUET ในฐานะแบรนด์นาฬิกาที่เปี่ยมด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์ และยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อผู้หลงใหลในศิลปะแห่งเรือนเวลาทั้งในประเทศไทยและจากทั่วโลก



ภาพ : Breguet
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ เปิดตัวเครื่องสำอาง ‘BLOOMING DENIM’ SPRING 2026 รุ่น LIMITED EDITION
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

