ใส่ทั้งแบรนด์ดิ้ง รายละเอียด และความตั้งใจลงไปเต็มชาม ของธรรมดาจึงไม่ธรรมดา “ตรอกมะระกา” ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระแบรนด์ใหม่จาก “ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์” เปิดสาขาแรกในเซ็นทรัลเวิลด์ หยิบเมนูคุ้นเคยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนเมือง
หากพูดถึง “ไอเบอร์รี่ กรุ๊ป” เชื่อว่าหลายคนคุ้นเคยกันดีในฐานะเครือธุรกิจร้านอาหารภายใต้การนำของ “ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์” ที่สร้างสีสันให้กับวงการอาหารไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเกือบ 27 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นจากร้านไอศกรีมโฮมเมดเล็กๆ ก่อนจะแตกแขนงสู่อาณาจักรร้านอาหารที่มีแบรนด์ในพอร์ตเกือบ 20 แบรนด์
ชื่อของ ไอเบอร์รี่ กรุ๊ป จึงไม่ได้ถูกจดจำแค่ในฐานะผู้ประกอบการร้านอาหาร แต่ยังเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การสร้างคาแรกเตอร์ให้แต่ละแบรนด์ และการหยิบ “เมนูธรรมดา” มาตีความใหม่ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาณาจักร ไอเบอร์รี่ กรุ๊ป เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแตกแบรนด์ใหม่และขยายสาขาในหลายเซ็กเมนต์ของธุรกิจอาหาร โดยข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2567 ธุรกิจในเครือของ อัจฉรา มีรายได้รวมกันกว่า 4,400 ล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดร้านอาหารในประเทศไทย
ล่าสุด อัจฉรา ได้ทำในสิ่งที่เธอถนัดอีกครั้งด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า “ตรอกมะระกา” (MARAGÀ) ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระที่หยิบเอาเมนูสตรีตฟู้ดที่คุ้นเคยของคนไทยมาพัฒนาใหม่ผ่านมุมมองแบบไอเบอร์รี่ ทั้งในแง่แบรนด์ดิ้ง ประสบการณ์ร้าน และรายละเอียดของรสชาติ โดยเลือกเปิดสาขาแรกที่ “เซ็นทรัลเวิลด์” เจาะกลุ่มคนเมืองและพนักงานออฟฟิศที่มองหาอาหารง่ายๆ ราคาจับต้องได้ แต่ยังมีคุณภาพและเรื่องราว
อัจฉรา เล่าว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้มาจากความเชื่อที่ว่าก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเมนูพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่หลงรัก ทุกครั้งที่พูดถึง หลายคนมักตอบเหมือนกันว่าเป็นเมนูที่อร่อย กินง่าย แต่จะหากินยาก เพราะส่วนใหญ่มีแต่ร้านรถเข็น
หลังจากก่อนหน้านี้ไอเบอร์รี่มีทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวปลาและก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่แล้ว จึงเริ่มพัฒนาแบรนด์นี้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2024 โดยวางคอนเซ็ปต์ไว้ล่วงหน้า ก่อนจะได้จังหวะเปิดเมื่อมีพื้นที่เหมาะสมในเซ็นทรัลเวิลด์
สำหรับชื่อ “ตรอกมะระกา” มาจากการเล่นคำระหว่าง “มะระ” และ “ระกา” ซึ่งแปลว่าไก่ ขณะเดียวกันคำว่า “Ga” (กา) ในภาษาเวียดนามก็มีความหมายว่าไก่เช่นกัน จึงกลายเป็นชื่อที่ฟังติดหูและมีความร่วมสมัย โดยเติมคำว่า “ตรอก” เข้าไปเพื่อสร้างภาพจำของร้านลับในซอกซอยที่มักซ่อนของอร่อยเอาไว้ และแสดงถึงความเป็นตัวจริง
“คุยกับทางเซ็นทรัลเวิลด์และมีพื้นที่ตรงนี้ว่างพอดี ซึ่งทุกแบรนด์ของเราก็มีแล้วที่นี่ ก็เลยลองเอาร้านนี้มาเปิด เพราะเป็นก๋วยเตี๋ยวราคาน่ารัก กินง่าย ใครก็กินได้ แล้วก็น่าจะเหมาะมากสำหรับชาวออฟฟิศ”
แม้จะเป็นเมนูที่ดูเรียบง่าย แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยรายละเอียด อัจฉรา เล่าว่า หัวใจสำคัญของร้านคือ “น้ำซุป” ที่ต้มสดใหม่ทุกวัน โดยใช้โครงไก่จำนวนมากเคี่ยวจนได้ซุปเข้มข้น ก่อนนำมาตุ๋นกับมะระ ทั้งมะระจีนและมะระขี้นก เพื่อให้ได้รสชาติที่หอมลึก กลมกล่อม และขมน้อยกว่า ระหว่างวันยังมีการเติมสมุนไพรอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความหอมของน้ำซุปไว้ตลอดเวลา
ในส่วนของเนื้อไก่ ร้านเลือกใช้ไก่ถึง 2 ชนิด เพื่อสร้างมิติของรสสัมผัส โดยใช้ไก่เนื้อสำหรับทำเมนูน่องและตีนไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ขณะที่ส่วนไก่ฉีกเลือกใช้ไก่บ้านเพื่อให้ได้ความหนุบแน่น ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของ อัจฉรา ก่อนจะนำทุกองค์ประกอบมารวมอยู่ในชามเดียวกัน พร้อมเสิร์ฟผักแยก
“อยากจะแนะนำวัฒนธรรมของไทยอันนี้ รู่สึกว่าก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นอะไรที่ไทยๆ อยากจะแนะให้คนที่อยู่ในกรุงเทพ หรือเด็กรุ่นใหม่ได้ลองชิม ก็เชื่อว่าจะหลงรักเหมือนที่ปลารู้สึก” อัจฉรา กล่าว
ตรอกมะระกาจึงไม่ได้เป็นเพียงร้านก๋วยเตี๋ยวอีกหนึ่งแบรนด์ในตลาด แต่คือเรื่องราวของความตั้งใจ ความอบอุ่น และความภูมิใจในสิ่งเล็กๆ เพื่อที่พิสูจน์ว่า “ของธรรมดา ถ้าทำด้วยใจ ก็ไม่ธรรมดา”
ทั้งนี้ หลังเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้ว ทางแบรนด์มีแผนขยายสาขาถัดไปที่ J Avenue ภายในเดือนหน้า และจะประเมินผลตอบรับจากลูกค้าเพื่อค่อยๆ ขยายธุรกิจนี้ต่อไปในอนาคต
ภาพจาก Trok Maraga
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : รู้จัก “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ขายกล้วยบวชชี-กล้วยปิ้งในเซเว่นฯ กวาดรายได้ 416 ล้านบาท รับกล้วยจากสวน 48,000 กิโลต่อเดือน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


