Araya Alberta Hargate : From Show Biz to Soy Biz - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

Araya Alberta Hargate : From Show Biz to Soy Biz

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
11 May 2014 | 5:22 pm 366

เกือบ 2 ทศวรรษในวงการบันเทิง เส้นทางแสงสีของ “ชมพู่” อารยา อัลเบอร์ต้า  ฮาร์เก็ต ยังสดใส เช่นเดียวกับเส้นทางธุรกิจของเธอที่กำลังไปได้สวย หลังทุ่มทุน 10 ล้านบาท ร่วมสร้างเต้าหู้ แบรนด์ใหม่ให้ติดตลาด ควบคู่ไปกับงานแสดงที่ทำให้เธอคือ “ขวัญใจผู้ชม”

เวลาผ่านไป 16 ปี “ชมพู่” อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต เก็บเกี่ยวทักษะและเรียนรู้จากชีวิตการทำงานได้เป็นอย่างดี จากเด็กสาวในวันนั้น กลายเป็นนักแสดงมากฝีมือในวันนี้ นอกจากความสวยที่เปล่งประกายฉายชัด อารยายังมีความมั่นใจ ความสดใส และความมีชีวิตชีวา แฝงอยู่ในทุกการเคลื่อนไหว

ความสำเร็จที่นางเอกสาวได้มา ในยุคที่คลื่นลูกใหม่พร้อมโถมไล่คลื่นลูกเก่าให้หายไปได้ในพริบตา เธอยกเครดิตให้ประสบการณ์ชีวิต หากให้กลับไปรับบท “เรยา” ในละครดอกส้มสีทอง ที่ส่งให้เธอดังเป็นพลุแตกในปี 2554 เธอคงทำได้ไม่เหมือนเดิม เพราะเมื่อบริบทบางอย่างในชีวิตเปลี่ยน การตีความบทก็ย่อมเปลี่ยน

“วันที่เล่นบทพ่อแม่เสียชีวิต วันนั้นชมไม่เข้าใจหรอก ผู้กำกับสั่งให้เรารู้แล้วช็อค แล้วก็ปล่อยโฮเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ตอนคุณพ่อชมเสียชีวิต…ชมไม่ได้เป็นอย่างนั้น”

ประสบการณ์ชีวิตในวงการมายา และการเห็นโลกมากขึ้น ทำให้อารยาตระหนักว่า ไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมงใน 1 วันให้คุ้มถึงขีดสุดเสมอไป เธอจึงเลือกใช้ชีวิตช้าลง สวนกระแสนักแสดงคนอื่น ด้วยการงดรับงานอีเว้นต์ ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2556 เว้นแต่งานอีเว้นต์ของสินค้าที่เธอรับเป็นพรีเซนเตอร์ แม้ว่าการออกงาน 1 ครั้ง จะสร้างรายได้ไม่น้อยก็ตาม

ด้วยความชื่นชอบในแฟชั่น สะท้อนผ่านการแต่งกายและเครื่องประดับแบบ “จัดเต็ม” ทำให้ไม่ว่าอารยาปรากฏตัวในชุดไหน มักได้รับความสนใจอยู่เสมอ ส่งให้เธอกลายเป็น fashion icon แถวหน้าคนหนึ่งของไทย เธอจึงต่อยอดความรักในเรื่องความสวยความงามออกมาในเชิงธุรกิจ เช่น เปิดร้านทำผม Celeb’s Room เมื่อราวปี 2550 ย่านสุขุมวิท 24 แต่ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว

ปี 2552 อารยาลงทุนกับเพื่อนสนิทเป็นเงินหลักล้านบาท เปิดร้านจำหน่ายตุ๊กตา Blythe ในชื่อ The Doll House at Qconceptstore ที่ศูนย์การค้าพารากอน ธุรกิจทำท่าไปได้สวย เพราะเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ แต่กลับถูก grey market แบ่งตลาด หลังจากทำได้ไม่ถึง 3 ปี อารยาจึงเลิกไปในที่สุด

ถัดมา ปี 2554 เธอเปิดตัวน้ำหอม Pretty Doll by Chom ให้หลังอีก 2 ปี ก็ตามด้วย Chompoo Araya Material Doll ที่อารยาเข้าไปมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เพื่อสะท้อนตัวตนของเธอมากที่สุด ทั้งยังมีคอลเล็คชั่นกระเป๋าเครื่องสำอาง Mingle by Chompoo ในปี 2555 ส่วนปลายปีที่ผ่านมา อารยาร่วมกับ วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์สาวดาวรุ่ง ออกแบบเสื้อผ้า limited edition ในชื่อ Araya x Vatanika กำหนดวางจำหน่ายเพียง 7 วัน แต่กระแสตอบรับดีเกินคาด เพราะแค่วันที่ 2 สินค้าเหลือเพียงเสื้อยืด ผ้าพันคอ และเครื่องประดับบางส่วนเท่านั้น

ปีที่แล้ว อารยายังทุ่มเงินเกือบ 10 ล้านบาท มากสุดในชีวิตนักธุรกิจ ร่วมหุ้นกับ “อภิชา นิธิอนันตภร”นักธุรกิจรุ่นใหม่ ก่อตั้งบริษัทไทยทีเอเอ็น อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ปั้นแบรนด์ “ลูกสาว” เต้าหู้ไข่พร้อมทานเพื่อสุขภาพ ให้ติดตลาดไทยและต่างประเทศ

เธอมั่นใจว่า ด้วยความสามารถของอภิชา ซึ่งเป็นหลานชายผู้ผลิตและจำหน่ายเต้าหู้ตรานางพยาบาล ที่อยู่ในตลาดมาราว 40 ปี จะสามารถนำแบรนด์เต้าหู้พร้อมทาน ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ไม่ยาก

แม้เงินจะไม่ใช่ความสำคัญอันดับแรกในชีวิต แต่ความที่อารยายอมรับว่าตนเองเป็น “material girl”(อย่างที่ใช้ชื่อใน Instagram ว่า chomismaterialgirl) ดังนั้น จึงต้องทำงานเก็บเงิน และคิดหาวิธีการนำเงินไปต่อเงินอย่างรอบคอบ

“เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แต่ซื้อได้หลายอย่าง แล้วสุดท้ายเงินจะทำให้เราไม่ต้องทำทุกอย่างเพื่อเงิน ชมอาจไม่ใช่คนที่มีหัวธุรกิจมากมาย แต่ชมเปิดกว้าง ถ้าวันนี้ต้องเดินออกไปจากวงการ จะได้ไม่รู้สึกว่าล้มหรือเจ็บหนัก”


สรุปและเรียบเรียงจาก Araya Alberta Hargate: From Show Biz to Soy Biz, Forbes Thailand ฉบับ JUNE 2014 (คลิ๊กอ่าน)

BACK TO TOP