เกียรติฉัตร อินทะรังษี ผลักดันอัญมณีไทยสู่ระดับโลก

เกียรติฉัตร อินทะรังษี ผลักดันอัญมณีไทยสู่ระดับโลก

    ทับทิมสีแดงเข้มและพลอยสีสดใสที่ประดับอยู่บนเครื่องประดับของแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นสูงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Graff, Bulgari, Cartier, Tiffany & Co. และอีกหลายแบรนด์ น้อยคนจะรู้ว่าอัญมณีเม็ดงามเหล่านี้มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย และหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการผลิตและส่งออกอัญมณีเหล่านั้น คือ Mandalay Collection ภายใต้การบริหารของ เกียรติฉัตร อินทะรังษี นักธุรกิจไทยที่พาอัญมณีไทยไปเฉิดฉายบนเวทีระดับโลก

    ด้วยพื้นเพของการเป็นคนเชียงราย เมืองที่เป็นประตูผ่านของทับทิมพม่า ประตูบานแรกที่เปิดทางให้เกียรติฉัตรเข้าสู่วงการอัญมณี เขามองเห็นโอกาสและตั้งใจวางตัวเองเป็นผู้นำด้านทับทิมพม่าคุณภาพสูง แม้ศึกษามาทั้งในระดับปริญญาตรีและโททางด้านภาษาและวรรณกรรม จากกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส แต่ด้วยความหลงใหลในความงามของแร่ธรรมชาติกลับผลักดันให้เขาแสวงหาความรู้ด้านนี้เพิ่มเติมอยู่เสมอ อย่างไรก็ดี ต่อมา ภาษาฝรั่งเศสที่ร่ำเรียนมากลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาส เมื่อกลุ่มผู้ดูแลด้านการจัดซื้อของแบรนด์เครื่องประดับและอัญมณีระดับโลกที่ทำงานในประเทศไทยที่ส่วนใหญ่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นสื่อกลาง ทำให้เกียรติฉัตรค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ จากพ่อค้ารายย่อยจนก้าวมาเป็นผู้ผลิตเต็มรูปแบบ

​เกียรติฉัตร อินทะรังษี

    "ความตั้งใจของผมไม่ได้แค่ซื้อมาขายไป แต่ต้องการเป็นผู้ผลิตอัญมณีคุณภาพดีจากไทยไปสู่ตลาดโลก" เขาย้ำอย่างหนักแน่น ธุรกิจของเขาครอบคลุมตั้งแต่เริ่มจัดหาพลอยดิบ งานเจียระไน การปรับปรุงคุณภาพ ไปจนถึงจัดเซ็ตเป็นเครื่องประดับสำเร็จรูปพร้อมใบรับรองระดับสากล ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ปรัชญา 3VI ที่เขายึดมั่นเสมอมา คือ Vivid- สีสันสดใส, Vibrant -ประกายสวยงาม และ Virgin- บริสุทธิ์ไร้มลทิน จากบริษัทเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจ วันนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีทีมงานขับเคลื่อนหลายสิบชีวิต พร้อมปรับโครงสร้างจากธุรกิจส่วนบุคคลให้เป็นองค์กรธุรกิจที่มีระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐาน เพื่อวางบทบาทการเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการรายอื่นในวงการ

    ปัจจุบัน แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังผันผวนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ธุรกิจส่งออกอัญมณีของเกียรติฉัตร กลับยังคงเติบโตอย่างมั่นคง คำสั่งซื้อล่วงหน้าระยะยาวหลายปีจากแบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาหรูระดับโลก คือหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความเชื่อมั่นที่มีต่ออัญมณีไทยและมาตรฐานคุณภาพที่ไม่เคยตก "เราไม่ได้ค้าขายกับใครแค่ครั้งหรือสองครั้ง แต่ตั้งเป้าคือการอยู่ร่วมกันไปอย่างยาวนาน"

    เกียรติฉัตรย้ำถึงหัวใจของการทำธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในฐานะหุ้นส่วนระยะยาว (Long-term partner) ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบไปจนถึงบริการหลังการขาย แม้สินค้าจะส่งถึงปลายทางแล้ว หากมีสิ่งใดต้องปรับแก้ เขายังคงพร้อมรับผิดชอบเสมอ ความจริงใจนี้เองคือรากฐานที่ทำให้ Mandalay Collection ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งใน Supply Chain ของแบรนด์ High Jewelry ชั้นนำได้อย่างยั่งยืน


​เกียรติฉัตร อินทะรังษี

    เมื่อถามถึงเป้าหมายสูงสุดของการทำธุรกิจ เกียรติฉัตรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเติบโตขององค์กร แต่คือการผลักดันให้อัญมณีจากไทยก้าวสู่การเป็นสินทรัพย์แห่งคุณค่าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เขาเชื่อว่าเครื่องประดับไม่ใช่เพียงสินค้าฟุ่มเฟือย หากเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นในฐานะมรดกของครอบครัวได้ เบื้องหลังวิสัยทัศน์ดังกล่าวคือหลักคิดในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย นั่นคือการยึดหลักอิทธิบาท 4 ควบคู่กับสติเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจ และให้คุณค่ากับการเป็นสุภาพบุรุษทั้งในฐานะนักธุรกิจและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

    ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีบนเส้นทางธุรกิจ เกียรติฉัตรเชื่อมั่นว่าความสำเร็จเกิดจากความรักในสิ่งที่ทำ ความเพียร และการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง หนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญมาจากประสบการณ์การเรียนวรรณกรรม จากนวนิยายเรื่อง Great Expectations ของ Charles Dickens ที่ทำให้เขาเชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดจากทรัพย์สินหรือสถานะทางสังคม หากแต่อยู่ที่การรักษาความดี และการสร้างคุณค่าเพื่อส่งต่อให้ผู้คนและคืนกลับสู่สังคมต่อไป