ผลสำรวจดัชนีความพร้อมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกประจำปี 2568 โดยฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของ ABB ระบุว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและมีบทบาทเป็นผู้นำอย่างชัดเจนมากขึ้นในการกำหนดทิศทางและสนับสนุนเอเชีย-แปซิฟิก ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ความก้าวหน้าในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากความแข็งแกร่งและกรอบความคิดที่มองไปข้างหน้า เห็นได้จากผู้นำด้านการใช้พลังงานที่ตอบแบบสำรวจมากถึง 80% กล่าวว่า แผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของตนยังคงเดินหน้าแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกเมื่อเร็วๆ นี้ก็ตาม ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงเสถียรภาพของกลยุทธ์ด้านนี้อย่างชัดเจน
การสำรวจนี้จัดทำโดยฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของ ABB ทำการสำรวจผู้นำด้านการใช้พลังงานของธุรกิจจำนวน 4,085 ราย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและด้านเทคโนโลยีของบริษัทในอุตสาหกรรม 10 ประเภทที่ใช้พลังงานสูง ผู้ตอบแบบสำรวจมาจาก 12 ตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทำการประเมินตัวบ่งชี้ความพร้อม 20 รายการใน 4 ประเด็นที่สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ประกอบด้วยกลยุทธ์ เทคโนโลยีและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน การเงิน และบุคลากรที่มีความสามารถ ซึ่งผลสำรวจของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางของการเติบโตต่อเนื่องที่ได้รับการสนับสนุนจากเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศต่างๆ ของประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อ AI และระบบควบคุมอัตโนมัติ
ก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ คาดได้ว่าประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างแข็งแกร่ง โดย 77% ของผู้นำด้านการใช้พลังงานที่ตอบแบบสำรวจคาดว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนของตนจะเติบโตมากกว่า 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ 39% ระบุว่า ปัจจุบันองค์กรของตนใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณพลังงานที่ใช้ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญญาณที่สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) ของประเทศ รวมถึงร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (ร่าง PDP 2024) ที่ตั้งเป้าให้มีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าเป็น 51% ภายในปี 2580 เพิ่มจาก 36% ในแผน PDP2018 ที่ใช้ในปัจจุบัน
สมรรถนะของประเทศไทยที่ได้จากตัวชี้วัดความพร้อมทุกรายการนั้นเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเป็นผลจากการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและได้รับการยอมรับอย่างมาก การลงทุนที่เพิ่มขึ้นและการใช้ AI อย่างมีวิสัยทัศน์ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากความมุ่งมั่นระดับประเทศ ประเทศไทยจึงมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคนี้
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้นำ 65% กล่าวว่า เทคโนโลยีเป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และ 34% กล่าวว่า ยังมีโอกาสในการปรับขนาดการใช้โซลูชันที่ได้รับการพิสูจน์แล้วที่ยังไม่ได้ใช้ ในขณะเดียวกันก็มีมุมมองเชิงบวกอย่างมากเกี่ยวกับ AI และระบบควบคุมอัตโนมัติ (ผู้ตอบแบบสำรวจ 69% มองว่าเป็นตัวช่วยสำคัญ) ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการขับเคลื่อนดิจิทัลและการพัฒนา AI ระดับประเทศ ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ AI ล่าสุดมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท และเพื่อให้ตระหนักถึงศักยภาพนี้องค์กรต่างๆ ต้องจับคู่การใช้งานกับโครงสร้างของระบบปฏิบัติการและความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่จำเป็นเพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้
องค์กรที่ตอบแบบสำรวจ 74% วางแผนจัดสรรงบมากกว่า 10% ของค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CapEx) ของตน เพื่อโครงการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอีก 5 ปีข้างหน้า และเมื่อรวมกับความเชื่อมั่นด้านเทคโนโลยีและการวางแนวทางประสานกันของภาคส่วนที่กำลังเติบโตแล้ว ประเทศไทยอยู่ในสถานะที่พร้อมเปลี่ยนความก้าวหน้าของกระบวนการต่างๆ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และเสริมสร้างบทบาทของไทยในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้แข็งแกร่ง
บทความโดย : Anders Maltesen ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงาน ABB ภูมิภาคเอเชีย
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Sanae Takaichi นายกฯ ญี่ปุ่นผู้คว้าชัยเหนือความคาดหมาย


