ทำให้เงินเหรียญสหรัฐฯ ยิ่งใหญ่อีกครั้ง

ทำให้เงินเหรียญสหรัฐฯ ยิ่งใหญ่อีกครั้ง

สมาชิกบางคนของรัฐบาลที่นำทัพโดยประธานาธิบดี Donald Trump หลงใหลได้ปลื้มไปกับความเย้ายวนของค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ที่อ่อนตัว แนวคิดที่สนับสนุนประเด็นนี้ก็คือ การทำให้เงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลงจะส่งผลดีกับดุลการค้า โดยทำให้การนำเข้าสินค้ามีราคาแพงขึ้น และการส่งออกสินค้าของเรามีราคาถูกลง แนวคิดนี้ไม่สนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ โดยไม่รับรู้ว่าประโยชน์ในระยะสั้นอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเสียหายที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อที่มีต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งเป็นความสูญเสียอย่างมหาศาลที่เป็นผลพวงมาจากเหรียญสหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง


    ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 รัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดี George W. Bush เชื่อว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ที่อ่อนลงทีละน้อยจะส่งผลดีต่อการค้าและเศรษฐกิจของประเทศ แต่ผลลัพธ์ก็คือ หายนะทางเศรษฐกิจในปี 2007-2009 ซึ่งจนถึงปัจจุบันเศรษฐกิจของเราก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ความจริงที่ยากจะยอมรับก็คือ เงินเหรียญสหรัฐฯ ที่ทรงพลังเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสถานะของสหรัฐฯ ในการเป็นประเทศมหาอำนาจแถวหน้าของโลก

    ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของประเทศไม่ใส่ใจข้อเท็จจริงที่ว่า สกุลเงินที่มั่นคงนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความเข้มแข็งในเวทีโลกของประเทศนั้นๆ อย่างไรก็ตามสกุลเงินที่มูลค่าไม่ผันผวน และได้รับการยอมรับในมูลค่าที่ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นนั้น สามารถส่งผลให้ประเทศนั้นมีอิทธิพลมหาศาลในระดับโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทหาร สกุลเงินที่เข้มแข็งและมั่นคงเป็นของคู่กันกับเศรษฐกิจที่เติบโต โดยนำไปสู่การพัฒนาสถาบันการเงินและตลาดทุนในประเทศ ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้เกิดทั้งการขยายตัวของสถาบันการเงินและตลาดทุนในประเทศ และอำนวยความสะดวกในการสร้างซัพพลายเชนสู่ระดับนานาชาติ เงินเหรียญสหรัฐฯ ที่มีความน่าเชื่อถือเป็นกุญแจสำคัญทำให้สหรัฐฯ เป็นเมืองหลวงทางการเงินของโลก

    หลายศตวรรษที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือของ Habsburg Netherlands ซึ่งภายหลังกลายเป็นสาธารณรัฐดัตช์ได้ขับไล่เจ้าผู้ปกครองจากสเปน ผู้ซึ่งตามทฤษฎีแล้วร่ำรวยและแข็งแกร่งกว่ามากได้สำเร็จ ด้วยสกุลเงินที่มีความน่าเชื่อถือทำให้สาธารณรัฐดัตช์กลายเป็นนครหลวงที่เป็นเมืองมหาอำนาจและก่อกำเนิดเป็นอาณาจักรที่เชื่อมโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมือง Amsterdam ในปี 1602

    เมื่อเจ้าชายชาวดัตช์ผู้มีพระนามว่า William of Orange ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ของอังกฤษในปี 1689 อาณาจักรใหม่ของพระองค์เป็นได้ไม่มากไปกว่าอาณาจักรที่มีอำนาจระดับกลาง หากแต่กษัตริย์พระองค์นี้นำความรู้ความเข้าใจเรื่องการเงินแบบชาวดัตช์ติดตัวไปด้วย และสิ่งนี้เองที่เป็นต้นแบบของธนาคารกลางแห่งประเทศอังกฤษอันเป็นรากฐานของเงินปอนด์อังกฤษ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับทองคำแล้วมูลค่าของสกุลเงินดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยกว่าสองศตวรรษ สหราชอาณาจักรได้พัฒนาระบบการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ถึงแม้ว่าเกาะน้อยเกาะนี้จะมีขนาดเพียงเศษเสี้ยวของประเทศฝรั่งเศส แต่ตลาดทุนของสหราชอาณาจักรนั้นกลับกลายเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนการแข่งขันในเวทีโลก จนประสบความสำเร็จเหนือฝรั่งเศส โดยระบบการเงินของฝรั่งเศส ซึ่งยังไม่พัฒนานับเป็นข้อเสียเปรียบอย่างมากในการจัดหาเงินทุนในศึกดังกล่าว

    ประเทศมหาอำนาจจะไม่มีสกุลเงินที่อ่อนแอ แนวคิดที่ผิดพลาดมหันต์ซึ่งทำร้ายเศรษฐกิจของฝรั่งเศสอย่างมากในตอนนั้นได้แก่ความคิดความเชื่อที่ว่า ความแข็งแรงของเศรษฐกิจเกิดจากรัฐบาลที่เข้มแข็งเข้ามาควบคุมเศรษฐกิจทุกกระเบียดนิ้วและพยายามรักษาดุลการค้าเกินดุลเอาไว้ “ยิ่งประเทศใดหาและเก็บสะสมเงินและทองคำได้มากเท่าไร ประเทศนั้นก็ยิ่งมีอำนาจมากเท่านั้น” เป็นแนวคิดของฝรั่งเศส วิธีคิดแบบคตินิยมอำนาจรัฐเช่นนี้เรียกว่า ลัทธิพาณิชยนิยม

    งานเขียนเรื่อง The Wealth of Nations ของ Adam Smith ได้ล้มล้างแนวคิดแบบเก็บกดดังกล่าว โดยเขาชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้าขายสร้างความมั่งคั่งและนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองที่เพิ่มพูนขึ้นและขยายไปในวงกว้างมากขึ้น สหราชอาณาจักรของ Adam Smith แซงขึ้นนำหน้าประเทศฝรั่งเศส

    โชคไม่ดีที่พาณิชยนิยมหลากหลายแบบก่อกำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 พาณิชยนิยมรูปแบบหนึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจในยุค 1930 โดยประเทศหนึ่งจะลดค่าเงินของตนเองลงเพราะคิดว่าจะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่ค้าของตนได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ประเทศอื่นๆ จะแห่ทำตามโดยทั่วกัน และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ความโกลาหล ความถดถอยทางเศรษฐกิจ และท้ายในที่สุดก็นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

    สหรัฐฯ ได้จุดชนวนสงครามการค้าและความตกต่ำทางเศรษฐกิจทั่วโลกด้วยการประกาศใช้พระราชบัญญัติชื่อดังกระฉ่อนอย่าง Smoot-Hawley Tariff Act ในปี 1930 อีกครั้งที่เราติดกับภาพลวงตาว่าการที่ค่าเงินถูกจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เมื่อประธานาธิบดี Richard Nixon เริ่มกระบวนการลดค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ในปี 1971 ซึ่งนำไปสู่ทศวรรษของภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรงและความเชื่อว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศที่อยู่ในช่วงขาลง สถานการณ์ดำเนินต่อไปจนกระทั่งประธานาธิบดี Ronald Reagan รับไม้ต่อหลังช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งความระส่ำระสายที่ปีศาจซึ่งมีชื่อว่าเงินเฟ้อได้ถูกกำจัดในที่สุด ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ที่อ่อนทำให้ประเทศชาติอ่อนแอ และไม่ส่งผลดีใดๆ เลยแม้แต่น้อย


ถึงเวลาเปลี่ยนการตรวจคนเข้าเมือง

    การล้อมจับคนเกาหลีใต้หลายร้อยคนที่โรงงาน Georgia Hyundai เน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตผู้อพยพที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ประธานาธิบดี Trump ประสบความสำเร็จอย่างมหัศจรรย์ในการปิดพรมแดนหลังเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานนัก และเนรเทศกลุ่มมิจฉาชีพและอาชญากรที่เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

    อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างและรับมือได้ยากมากขึ้น นั่นก็คือ เราจะจัดการกับผู้คนหลายล้านคนที่เข้าประเทศสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมายอย่างไร คนกลุ่มดังกล่าวไม่ใช่เพียงผู้ที่เดินทางเข้ามาในช่วงรัฐบาลประธานาธิบดี Biden เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานหลายปีหรือหลายสิบปีแล้วอีกด้วย ผู้คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ในทางตรงกันข้ามเป็นผู้เคารพกฎหมายซึ่งฝังรกรากอยู่ที่ประเทศนี้ นอกจากนี้ ยังมีผู้คนอีก 2.5 ล้านคนโดยประมาณซึ่งเดินทางมาที่นี่พร้อมกับผู้ปกครองตั้งแต่พวกเขายังเป็นผู้เยาว์และเราเรียกพวกเขาว่า “Dreamers”  

    การล้อมจับแรงงานผิดกฎหมายชาวเกาหลีใต้ใน Georgia ได้ฉายภาพอันแจ่มชัดว่า การกวาดล้างแบบขยายวงเพื่อจับกุมและเนรเทศผู้ที่เข้าประเทศโดยไม่ถูกต้องแต่ไม่ได้ละเมิดหรือทำผิดกฎหมายนั้นเริ่มจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจบางภาคส่วน โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากได้แก่ ภาคเกษตรกรรม การก่อสร้าง ธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมไฮเทค คนทำความสะอาดบ้าน นักจัดสวน และคนดูแลผู้สูงอายุก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย นับวันสาธารณชนจะยิ่งต่อต้านการกวาดล้างจับกุมผู้อพยพ ซึ่งนอกจากเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายแล้วก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมายข้ออื่นใดอีก

    เมื่อพูดถึง ‘Dreamers’ ประธานาธิบดี Trump ควรจะผลักดันกฎหมายเพื่อเปลี่ยนสถานะคนกลุ่มนี้ให้เป็นพลเมืองถาวร และยุติความไม่แน่นอนต่างๆ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเสียที ผู้คนกลุ่มนี้จำนวนมากกำลังสร้างครอบครัวและแสวงหาความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่พวกเขาไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง การจัดการกับประเด็นปัญหานี้อย่างสร้างสรรค์จะได้รับการสนับสนุนในวงกว้างอย่างแน่นอน

    เราควรประกาศให้มีโครงการฝึกงานกับภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง และรวมถึงธุรกิจบริการหลายส่วน ซึ่งผู้อพยพสามารถเข้าประเทศได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อมาทำงานในภาคธุรกิจที่ขาดแคลนแรงงานตามระยะเวลาที่กำหนด ชาวเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมนั้นเป็นช่างเทคนิคผู้ชำนาญการระดับสูงและวิศวกร ซึ่งมาที่นี่เป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติหน้าที่และทำให้โรงงานดำเนินกิจการต่อไปได้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในโรงงานที่ต่างชาติเป็นเจ้าของและในห้องทดลองในสหรัฐฯเหมือนกันทั้งหมด ความต้องการแรงงานฝีมือในประเทศนี้ก็เป็นเรื่องจริง

    เราต้องมีวิธีจัดการที่เฉียบคมกับนักเรียนนักศึกษาที่จะเดินทางมาจากจากต่างประเทศเพื่อมาศึกษาต่อที่นี่ เราไม่ต้องการสูญเสียว่าที่ผู้มีความสามารถให้กับประเทศอื่น เพราะท้ายที่สุดแล้ว บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของเราเกือบครึ่งหนึ่งก่อตั้งขึ้นโดยผู้อพยพหรือลูกๆ ของพวกเขา

    สำหรับผู้ที่พำนักอย่างผิดกฎหมายหลายล้านคนในขณะนี้ เราควรเปิดช่องทางให้พวกเขาสามารถสมัครขอสิทธิพำนักชั่วคราวได้เป็นอย่างน้อย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องยกเครื่องและปรับระบบการจัดการคนเข้าเมืองให้ง่ายขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้วผู้คนที่ทำตามกฎกติกาอาจต้องถูกจับกุมคุมขังเป็นเวลาหลายปี


เรื่อง: Steve Forbes, Editor-in-Chief เรียบเรียง: ริศา

ภาพ : freepix




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ราชาโซดาสุดป๊อป ผู้ผลักดันการขายโซดาพรีไบโอติกยี่ห้อ Poppi มูลค่า 1.9 พันล้านเหรียญให้กับ Pepsi

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2568 ในรูปแบบ e-magazine