อเมริกามาถึงจุดตกต่ำแล้วหรือ - Forbes Thailand

อเมริกามาถึงจุดตกต่ำแล้วหรือ

FORBES THAILAND / ADMIN
15 Feb 2016 | 11:55 AM
READ 2377
เรื่อง: Rich Karlgaard เรียบเรียง: เอมวลี อัศวเปรม

หนังสือ Configurations of Culture Growth เป็นผลงานชิ้นเอกด้านโบราณคดีวิทยาความยาว 882 หน้า ของ Alfred Kroeber เมื่อปี 1944 ตอนที่หนังสือออกมานั้น เขาเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย University of California แห่ง Berkeley เด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันชอบนักคณิตศาสตร์และนักเขียนเรื่องเทคโนโลยีมือถือ แต่ไม่ใช่นักโบราณคดี นักโบราณคดีไม่สามารถหลีกเลี่ยงเวลาหลายทศวรรษแห่งการอ่าน ค้นคว้า และการวิเคราะห์เชิงลึกที่ล้วนจำเป็นในการเป็นสุดยอดในสาขาของพวกเขา

แล้วงานทั้งหมดของ Kroeber ผู้ยิ่งใหญ่บอกอะไรกับเรา ประการแรก บรรดาอัฉริยะทั้งหลายทั้งทางศาสตร์และศิลป์มักเกิดขึ้นจากที่ที่มีวัฒนธรรมที่กำลังเบ่งบาน ไม่ใช่ที่กำลังเสื่อมถอย สัญญาณที่บ่งบอกถึงจุดสูงสุดของวัฒนธรรมคือการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้สร้างสรรค์งานระดับหัวกะทิทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ (ซึ่งอาจรวมถึงเทคโนโลยี) ประการที่สอง วัฒนธรรมจะก้าวล้ำเมื่อสังคมมีความเข้าใจในจริยธรรมและค่านิยม และยึดมั่นในสิ่งเหล่านี้และยังยืนยงคงอยู่แม้ถูกทดสอบด้วยการแข่งขัน

เมื่อนำบทวิเคราะห์ของศาตราจารย์ Kroeber มาพิจารณา คุณจะคิดว่าอเมริกากำลังเข้าสู่ยุคของความก้าวหน้าหรือเสื่อมถอยกันล่ะ? ประธานาธิบดีอเมริกันคนแล้วคนเล่าต่างพยายามรวมอำนาจ ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก ผู้สมัครประธานาธิบดีสองคนที่มีคะแนนนำจากผลสำรวจล่าสุดเมื่อกลางเดือนตุลาคม ได้แก่ Clinton และ Trump ก็พร้อมกันหันหลังให้กับนโยบายการค้าเสรี นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ไม่สู้ดี (เราสูญเสียความมั่นใจในการแข่งขันไปแล้วหรือ) แล้วประเด็นด้านจริยธรรมและค่านิยมในอเมริกาจะเป็นอย่างไร ว่าแต่เราอยากไปถึงจุดนั้นจริงๆ หรือ ขอเตือนให้ Clinton และ Trump พิจารณาใหม่จะดีกว่า

ข้อสรุป: ระบบการเมืองอเมริกันกำลังตกต่ำ

แสงสว่างที่ยังมองเห็น

แล้วบริษัทสัญชาติอเมริกันล่ะ ในที่สุดก็มีข่าวดีกันแล้ว บริษัทอเมริกันกำลังไปได้สวย Trump บอกว่าอเมริกาไม่ใช่ผู้ชนะอีกแล้ว แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของอเมริกา ไล่เรียงตั้งแต่ Apple, Google, Facebook, Amazon ไปจนถึง Microsoft ช่างแข็งแกร่งเสียจนยุโรปจ้องจะสกัดกั้นหรือแม้แต่ทำลาย ในแง่ของมูลค่าตลาด (รวบรวมถึงปลายเดือนตุลาคม 2558) สหรัฐฯ เป็นถิ่นกำเนิดของบริษัทใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลก ได้แก่ Apple, Google, Microsoft, Exxon, Berkshire, Hathaway, General Electric, Facebook, Amazon, Well Fargo และ Johnson & Johnson ในจำนวนนี้ เป็นบริษัทเทคโนโลยี 5 แห่งที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ความเร็วของวิวัฒนาการในเทคโนโลยีหลักถดถอยลงเล็กน้อย กฎของ Moore (Moore’s Law) ที่ดำเนินมาตลอดครึ่งศตวรรษกำลังถูกท้าทาย เรายังไม่มีรถยนต์บินได้ เครื่องบินที่บินได้เร็วกว่าเสียง หรือระบบขนส่งความเร็วสูง (Hyperloop) วิทยาศาสตร์ที่ย่ำอยู่กับที่ลดทอนความล้ำสมัยของเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม เรายังมีอะไรให้ต้องทำอีกมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดเป็นโอกาสมูลค่านับล้านล้านเหรียญที่เราควรจะคว้าไว้ เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงภาคพลังงาน การขนส่ง เกษตรกรรม และการดูแลสุขภาพ บริษัทและผู้ประกอบการอเมริกันอยู่ในสถานะดีเยี่ยมที่จะสร้างผลกำไรจากความเปลี่ยนแปลงนี้

ที่กำลังมาแรงเช่นกันก็คือ เมือง “Supercity” เทรนด์ใหม่ที่กลายเป็นเสี้ยนตำมือของบรรดาผู้รักท้องถิ่นของตนเองในทุกประเทศ ทั้ง New York, Los Angeles และ Silicon Valley ใน San Francisco เริ่มมองเห็นตัวเองเป็นเกาะๆ หนึ่ง ในระบบเศรษฐกิจโลก และผูกติดกับสหรัฐฯ น้อยลงเรื่อยๆ นี่เราอาศัยอยู่ในยุคที่อเมริกากำลังเข้าสู่ “ขาลง” กันแล้วหรืออย่างไร

ทุกๆ การเติบโตย่อมมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ในมาเลเซีย คำว่า bumiputera หรือ บุตรแห่งแดนดิน (sons of the soil) เป็นคำที่ใช้เรียกชาวพื้นเมืองมาเลย์ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ทันผู้อพยพชาวจีน อินเดีย และยุโรป ลองคิดตามนะครับ ถ้าประชากรมาเลเซียส่วนใหญ่มีสถานะเป็นเหยื่อและได้รับสวัสดิการ (affirmative-action benefits) เหตุผลที่เขาได้รับนั้นไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อย แต่เป็นเพราะความล้าหลังในการพัฒนาตนเองของพวกเขาต่างหาก

ทุกประเทศล้วนมี bumiputera ที่สหรัฐฯ ประชาชนต่างจับตามอง Bernie Sanders และ Donald Trump ให้คุณค่ากับหนังสือการ์ตูน และเห็นดีเห็นงามกับทัศนคติในมุมแคบ ปัญหาและความเจ็บปวดเหล่านี้เป็นเรื่องจริง ของจริง แต่น่าเศร้าที่ Trump และ Sanders กลับเป็นผู้เสนอทางออกทั้งหลาย ที่ดีแต่จะเร่งให้เกิดความตกต่ำนั้นให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

RICH KARLGAARD

ผู้พิมพ์ผู้โฆษณาของ Forbes

กับผลงานหนังสือเล่มล่าสุด

TEAM GENIUS: THE NEW SCIENCE OF HIGH-PERFORMING ORGANIZATIONS


คลิ๊กอ่าน "อเมริกามาถึงจุดตกต่ำแล้วหรือ" ฉบับเต็มได้ที Forbes Thailand ฉบับ January 2016 ในรูปแบบ E-Magaizne