พอกันทีกับความไม่เข้าใจใน (วิชา) หน้าที่พลเมืองสหรัฐฯ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Thought Leaders >
  • พอกันทีกับความไม่เข้าใจใน (วิชา) หน้าที่พลเมืองสหรัฐฯ

พอกันทีกับความไม่เข้าใจใน (วิชา) หน้าที่พลเมืองสหรัฐฯ

การตระหนักรู้ถึงรากฐานของรัฐบาลและประวัติศาสตร์ของเราเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการเป็นพลเมืองผู้รอบรู้และมีประสิทธิภาพ ถึงกระนั้นทุกวันนี้มีคนอเมริกันเพียงน้อยนิดที่เข้าใจหลักการพื้นฐานของประเทศของตนเอง ซึ่งหมายถึงประวัติศาสตร์ของประเทศ และกลไกการทำงานของรัฐบาลจะว่าไปแล้วข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จ

และเหตุผลว่าทำไมอเมริกาเป็นแม่เหล็กดึงดูดและเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนทั่วโลกมาเป็นเวลานานกว่า 2 ศตวรรษ เป็นสิ่งสำคัญที่อเมริกันชนต้องทำความเข้าใจและนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงกำหนดให้ผู้อพยพที่ต้องการเป็นพลเมืองอเมริกันต้องเรียนรู้และผ่านการทดสอบเกี่ยวกับองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่โรงเรียนหลายแห่งในอเมริกาละเลยการให้ความรู้กับเด็กนักเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่เคยเรียกว่า “วิชาหน้าที่พลเมือง” ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และระบบของรัฐบาลของเรา การขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างสิ้นเชิงนั้นน่าตระหนกเป็นอย่างยิ่ง

ทางออกที่ง่ายที่สุดก็คือ ให้โรงเรียนสอนวิชาหน้าที่พลเมืองกับนักเรียนโดยกำหนดเนื้อหาตามข้อสอบเพื่อขอสัญชาติซึ่งใช้ทดสอบผู้อพยพที่ต้องการเป็นพลเมืองอเมริกัน ก่อนที่จะได้รับสัญชาติอเมริกันนั้น ผู้อพยพจะต้องเรียนรู้องค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ในการทดสอบครั้งล่าสุดผู้สมัครจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจคำตอบของคำถามทั้งหมด 128 ข้อ โดยคำถาม 20 ข้อจากจำนวนดังกล่าวจะถูกเลือกมาเป็นคำถามในข้อสอบฉบับจริง และผู้สมัครจะต้องตอบคำถามให้ถูกต้องอย่างน้อย 12 ข้อจึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ

เนื้อหาของข้อสอบเพื่อขอสัญชาติอเมริกันประกอบด้วยหัวข้อต่างๆ เช่น รัฐบาลอเมริกัน ประวัติศาสตร์สหรัฐฯ สัญลักษณ์และวันหยุดของอเมริกา โดยตัวอย่างของคำถามในข้อสอบ ได้แก่ จงบอกความสำคัญของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มา 1 ข้อ รัฐบัญญัติสิทธิให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง ทำไมคำประกาศอิสรภาพจึงมีความสำคัญ องค์ประกอบ 3 ฝ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ มีอะไรบ้าง สภาคองเกรสสหรัฐฯ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่อะไรบ้าง จงอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ซึ่งว่าด้วยสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งมา 1 ครั้งจากทั้งหมด 4 ครั้ง

นอกจากนี้ ข้อสอบยังมีคำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สหรัฐฯ อีกด้วย อย่างเช่น Benjamin Franklin เป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านใดจงบอกเหตุผลว่าทำไมคนอเมริกันจึงประกาศอิสรภาพจากสหราชอาณาจักรมา 1 ข้อ ทำไมสหรัฐฯ จึงเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไม Martin Luther King Jr. จึงเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง

ส่วนตัวอย่างคำถามเกี่ยวกับสัญลักษณ์และวันหยุดในอเมริกาก็มีหลากหลายตัวอย่างเช่น ทำไมธงชาติอเมริกันจึงมีแถบทั้งหมด 13 แถบ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพตั้งอยู่ที่ใด วันทหารผ่านศึกมีความสำคัญอย่างไร

เป็นเรื่องน่าละอายใจยิ่งที่คนอเมริกันหน้าใหม่ที่เพิ่งได้รับสัญชาติกลับมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศใหม่ของพวกเขาดีกว่าพวกเราที่เป็นคนอเมริกันโดยกำเนิดหลายเท่า ดังนั้นเราจึงควรกำหนดให้วิชาหน้าที่พลเมืองซึ่งเป็นเนื้อหาในข้อสอบเพื่อขอสัญชาติอเมริกันเป็นวิชาบังคับในโรงเรียนของเรา

 

  • พันธบัตร: แหล่งเงินทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด

เมื่อกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของหนี้สาธารณะจากผลกระทบจากโรคโควิด-19 รัฐบาลชุดใหม่ควรจัดหางบประมาณสำหรับภาระหนี้ก้อนใหญ่นี้ด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาลอายุ 100 ปี อัตราดอกเบี้ยประมาณ 2% โดยอายุของพันธบัตรจะสอดรับเป็นอย่างดีกับการระบาดของโรคร้ายที่เกิดขึ้น 1 ครั้งในรอบศตวรรษ

หลักทรัพย์แบบนั้นในสภาพการณ์ปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยเกือบเป็นศูนย์จะเป็นที่ต้องการมาก และจะดึงดูดเงินทุนจำนวนมหาศาลจากในประเทศของเราเองและจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ผู้รับประกัน กองทุนบำนาญ และกองทุนอื่นๆ ที่มีภาระหนี้ระยะยาวจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับพันธบัตรความเสี่ยงต่ำมากที่ให้ผลตอบแทนจริง นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ (ซึ่งหมายรวมถึงธนาคารกลางของประเทศต่างๆ) และนักลงทุนรายย่อยก็เช่นเดียวกัน

เราจะสามารถระดมเงินทุนได้หลายล้านล้านเหรีญสหรัฐฯ เป็นแน่ เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่างๆ และร่างพระราชบัญญัติโครงสร้างพื้นฐาน ‘ซึ่งเป็นที่พูดถึงมากหากแต่ยังไม่มีกำหนดคลอด’ ฉบับนั้นด้วย

พันธบัตรนี้จะให้ผลตอบแทนที่กำหนดไว้แน่นอนในอัตราที่ต่ำมากเป็นประวัติการณ์และเมื่อวันใดที่อัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเราก็ไม่ต้องหวั่นวิตกถึงการปรับโครงสร้างหนี้ก้อนนี้ด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 2 หรือ 3 เท่าตัวบรรดาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในอนาคตจะต้องรู้ซึ้งถึงประโยชน์ของพันธบัตรที่ถือกำเนิดในยุคของประธานาธิบดี Biden เป็นอย่างดี

หากแต่มีอุปสรรคขัดขวางเพียงไม่กี่อย่างนั่นก็คือ เจ้าหน้าที่ในกระทรวงการคลังผู้ซึ่งไม่ต้องการรับมือกับสิ่งใหม่ๆ และบรรดานายธนาคารใน Wall Street ซึ่งมักจะกล่าวอ้างอย่างผิดๆ แบบที่ทำกันมาโดยตลอดว่า หลักทรัพย์ประเภทนั้นไม่เป็นที่ต้องการถึงแม้ว่าความจริงแล้วออสเตรีย ไอร์แลนด์ เบลเยียม และประเทศเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโก จะประสบความสำเร็จในการออกพันธบัตรอายุ 100 ปีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

รัฐบาลประเทศอื่นๆ อาจจะโวยว่าเราดูดเงินทุนไปจากเขา หากแต่พวกเขาก็สามารถตอบโต้ด้วยการออกพันธบัตรระยะยาวที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ถือตราสารหนี้ของตนอีกด้วย

พันธบัตรดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความหวั่นวิตกถึงภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้ราคาทองปรับเพิ่มขึ้น ด้วยการระดมเงินทุนที่มีอยู่เราไม่จำเป็นต้องหวาดหวั่นว่าธนาคารกลางจะพิมพ์ธนบัตรออกมามากเกินไป และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เราต้องไม่อนุญาตให้เฟดซื้อหลักทรัพย์เหล่านี้ได้จนกว่าเวลาจะผ่านไประยะหนึ่ง

ทั้งนี้เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากท่านประธานาธิบดี เราควรขนานนามพันธบัตรดังกล่าวว่า “พันธบัตร Biden”

 

 

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP