Social Trading ก้าวสำคัญของตลาดทุนไทย - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

Social Trading ก้าวสำคัญของตลาดทุนไทย

กระทรวง จารุศิระ

ประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วงการฟินเทคของประเทศสิงคโปร์ได้เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญขึ้นนั่นคือ บริษัท Ayondo ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินหรือฟินเทคสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ได้สำเร็จเป็นรายแรก ซึ่งบริษัทฯ นี้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Social Trading หรือ Copy Trade

ต้องบอกว่าธุรกิจนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่มีมานานแล้ว บริษัทฯที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น Etoro หรือ Zulu Trade คนไทยที่เทรดสินค้าต่างประเทศจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่เราก็ยังไม่มี Social Trading Platform ที่สร้างโดยคนไทยเองเสียที

จนกระทั่งล่าสุด บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ ที่เป็นผู้ดำเนินการแข่งขัน Super Trader Thailand ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาได้จับมือร่วมกับบริษัท Skynet System ในเครือ Asiasoft เปิดตัวแพลตฟอร์ม Social Trading ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งในระบบของ Crypto Trading และตลาดหุ้นไทย กำลังอยู่ระหว่างทดสอบระบบกับการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอให้ติดตามความคืบหน้าของเราให้ดีๆ ครับ

ที่ผมบอกว่า Social Trading จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดทุนไทย ก่อนอื่นอยากให้ติดตามข่าวในวงการเทรดเดอร์ไทยในตอนนี้ที่มีประเด็นปัญหาในเรื่องของการวัดมาตรฐานความสามารถของเทรดเดอร์ที่เข้ามาเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรต่างๆ ถ้ามี Social Trading Platform ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะทุกคนที่อยู่ในระบบจะถูกบันทึกผลการเทรดเอาไว้ทั้งหมดและจะถูกนำมาแสดงให้ทุกคนที่สมัครเข้ามาในระบบได้เห็นผลงานซึ่งไม่สามารถโกหกได้เพราะถูกเชื่อมเข้ากับระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์โดยตรง

เท่ากับว่าเราจะหาเทรดเดอร์ฝีมือเยี่ยมได้โดยง่ายเพราะระบบจะแสดงผลงานการเทรดให้เห็นทุกวัน ที่สำคัญคือมีความโปร่งใส

นอกจากเห็นผลการเทรดแล้ว คนที่อยู่ในระบบจะสามารถเลือก “ติดตาม” เทรดเดอร์ที่มีความสามารถ (จะเรียกว่า The Master) ได้ในสองรูปแบบคือ เลือกที่จะตามว่าเทรดเดอร์คนนั้นซื้อหรือขายหุ้นหรือสินทรัพย์ใด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจว่าจะซื้อขายตามด้วยตัวเองหรือไม่ หรือเลือกที่จะให้ระบบทำการ “ซื้อขายให้อัตโนมัติ” ซึ่งผู้ติดตามหรือ Follower อาจจะต้องเสียส่วนแบ่งกำไรหรือ Profit Sharing ให้กับผู้เป็น The Master

ผมมองประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมี Social Trading ในประเทศไทย อยู่สองข้อหลักๆ คือนี่เป็นโอกาสของนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่ไม่มีเวลาหรือไม่มีความรู้จะสามารถสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นได้ รวมถึงเทรดเดอร์ที่มีฝีมือก็มีโอกาสที่จะสร้างรายได้จนเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงได้ รวมถึงจะสร้างประโยชน์ในภาพรวมคือมูลค่าซื้อขายในตลาดหุ้นจะสูงขึ้น โบรกเกอร์จะมีรายได้มากขึ้นแทนที่จะแข่งกันตัดราคาเพียงอย่างเดียว

ที่สำคัญมีโอกาสที่จะสร้างนักลงทุนหรือเทรดเดอร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะในแพลตฟอร์มจะมีระบบซื้อขายจำลองให้ทดลอง ผสมกับรูปแบบการแข่งขันที่เป็นเกมจะดึงคนรุ่นใหม่ให้สนใจตลาดหุ้นมากขึ้น

ส่วนคำถามว่า Social Trading จะเกิดขึ้นเมื่อใด ปัจจุบันทางการกำลังพิจารณาแนวทางกำกับดูแลเช่น สินทรัพย์และหลักทรัพย์ที่เหมาะสม รูปแบบการคำนวณส่วนแบ่งกำไร ฯลฯ  ผมเชื่อว่าวงการตลาดทุนไทยจะพัฒนาไปอีกขั้นได้อย่างแน่นอนเมื่อ Social Trading ได้เกิดขึ้นแล้ว

BACK TO TOP