ตลาดหุ้นจีน จะผงาดในครึ่งหลัง 2020 ได้หรือไม่ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

ตลาดหุ้นจีน จะผงาดในครึ่งหลัง 2020 ได้หรือไม่

ตลาดหุ้นจีน ในห้วงต้นปีที่ผ่านมาแทบจะเป็นเพียงประเทศเดียวที่ดัชนีของตลาดที่มีผลตอบแทนเป็นบวก

นับจากปลายปี 2019 ถึง ณ เวลาที่เขียน 14 กรกฎาคม ดัชนี CSI300 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 ลดลงติดลบคิดเป็นร้อยละ1 ส่วนดัชนี NASDAQ ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.9 ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามว่าตลาดหุ้นจีนจะสามารถยืนผลตอบแทนเป็นบวกได้ทั้งปีหรือไม่ หรืออาจจะปรับขึ้นไปทดสอบระดับดัชนี ณ ปี 2015 ที่ 5,400 จุด ลองมาพิจารณาหลายๆ ปัจจัย ดังนี้

การควบคุมการแพร่ระบาด: ต้องยอมรับว่าจีนเป็นประเทศที่มีประชากรสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน แต่สามารถควบคุมการติดเชื้อในประเทศได้ดีมาก เมื่อเทียบกับ อินเดีย และ สหรัฐฯ ที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโรคระบาด: เริ่มเห็นการฟื้นตัวในหลายดัชนีเศรษฐกิจของจีนส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะการบริโภคในประเทศ อาทิ ยอดค้าปลีกที่เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 – มองว่าเป็นปัจจัยบวกโดยเฉพาะจีนที่ต้องการให้เศรษฐกิจพึ่งพาการบริโภคในประเทศมากขึ้นกว่าภาคส่งออก

เม็ดเงินยังไหลเข้าลงทุนเพิ่มขึ้น: ในช่วงมิถุนายน–กรกฎาคม เริ่มเห็นเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีนสูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ Turnover การซื้อขายรายวันกลับมาแตะระดับ 1.5 ล้านล้านหยวน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015 รวมถึง การเพิ่มขึ้นของธุรกรรม Margin – ประเด็นนี้การใช้ธุรกรรม Margin ในการเข้าลงทุนเป็นสิ่งที่ต้องจับตา แต่เราพบว่าการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมยังต่ำมากเมื่อเทียบกับปี 2015

สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ: ระหว่างฮ่องกง-จีน และ การขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน ในปี 2019 ทั้ง 2 ประเด็นเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นจีนในปี 2019  ประเด็นการประท้วงในฮ่องกงนำไปสู่การออกกฏหมายความมั่นคง แม้จะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนบางส่วนและสหรัฐฯ แต่กลับมองได้ว่ากฏหมายดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่รักษาความสงบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนประเด็นการกีดกันการค้าที่น่าจะจบลงเพียงแค่ Phase 1 ไปก่อน จนกว่าจะทราบผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย.

วัคซีนสัญชาติจีนทดลองใน Phase III ถึง 2 บริษัท: ปัจจุบันบริษัท Biotechnology ต่างแข่งขันสูงเพื่อที่จะเป็นผู้นำในการผลิตวัคซีน จากข้อมูลปัจจุบัน มีบริษัททั้งหมดเพียง 4 บริษัทที่ทำการทดลองวัคซีนในมนุษย์อยู่ใน Phase III โดย 2 ใน 4 บริษัท เป็นบริษัทของจีน คือ Sinopharm  และ Sinovac  นอกจากนี้ยังมีอีก 1 บริษัท คือ Cansino Biologics ที่รัฐบาลจีนอนุมัติให้ใช้สำหรับกองทัพ

ผลดำเนินงานตลาดหุ้นจีนยังเติบโตต่อเนื่องในปี 2019-2021: แม้ปี 2020 เศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่ IMF ยังคาดการณ์ GDP จีนว่ายังพอขยายตัวได้บวกเพิ่มร้อยละ 1 ในขณะที่สหรัฐฯ ติดลบร้อบละ 8 ในส่วนผลดำเนินงานตลาดหุ้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี นักวิเคราะห์ยังคงคาด EPS Growth ปี 2020 ของ CSI300 ว่ายังขยายตัวประมาณร้อยละ 8  และคาดเติบโตต่อเนื่องระหว่างปี 2020-2021 ประมาณร้อยละ 15

ตลาดจีนยังเทรด Forwarded P/E ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ: ปัจจุบันดัชนี CSI300 เทรดที่ Forwarded P/E ประมาณ 15.5 เท่า เมื่อเทียบกับ S&P 500 เทรดที่ Forwarded P/E 25 เท่า แต่ต้องยอมรับว่าโดยปกติแล้วตลาดหุ้นจีนจะเทรดที่ P/E ต่ำกว่าอยู่แล้ว แต่หากเทียบในแง่ของอัตราส่วน Relative P/E ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ก็ยังพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เทรดสูงกว่าจีนในรอบเฉลี่ย 10 ปี

 

 

แผนภาพที่ 1: แสดงผลการดำเนินงานตลาดหุ้นจีน CSI300 – น่าสังเกตุว่าปี 2015-2016 EPS ปรับลดลง ตลาดหุ้นก็ลงเช่นกัน แต่ 2019-2021 นักวิเคราะห์ยังคาด EPS โตต่อเนื่อง แม้จะมีการระบาดโควิด-19 (As of Jul 14, 2020) ที่มา: Bloomberg

โดยสรุปแม้ปัจจัยโดยรวมดูเหมือนจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นจีนในช่วงที่เหลือของปี 2020 แต่ในแง่ของความเสี่ยงที่ยังต้องระมัดระวัง คือ 1.หากเกิดภาวะตลาดหุ้นจีนเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปอาจจะเห็นการแทรกแซงของรัฐบาลจีน โดยล่าสุดมีรายงานการขายหุ้นของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  2.การเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลให้ความสัมพันธ์กับจีนอาจถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นหาเสียง ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นจีนยังคงต้องจับตาพัฒนาข่าวปัจจัยต่างๆ อย่างใกล้ชิด

 

 


บทความโดย กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of  Wealth  Advisory
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP