MarTech ไทย พร้อมรับเทรนด์โลก

MarTech ไทย พร้อมรับเทรนด์โลก

FORBES THAILAND / ADMIN
07 Apr 2026 | 06:46 AM
READ 124

ในปัจจุบันหากกล่าวถึงศูนย์กลางของโลกเทคโนโลยี แน่นอนว่าจีนถือเป็นจุดหมายสำคัญทั้งการลงทุน การแลกเปลี่ยนความรู้ และเทคโนโลยีก้าวล้ำ ซึ่งจีนถือเป็นคู่แข่งและผู้ถ่ายทอดวิทยาการที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะงาน Global Artificial Intelligence Machines and Electronics Expo (AIE) ซึ่งเป็นการแสดงเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกที่จัดขึ้นโดยหอการค้าอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศจีนหรือ China Electronics Chamber of Commerce (CECC)


    สำหรับงาน AIE ได้มีการจัดแสดงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ซึ่งมีภาคธุรกิจจากกว่า 30 ประเทศ รวมบริษัทเทคโนโลยีกว่า 1,000 แห่งเข้าร่วม รวมถึงบริษัทระดับนานาชาติรายใหญ่จำนวนมาก โดยจัดในรูปแบบ One Expo, Two Cities หรือจัดพร้อมกัน 2 เมือง ได้แก่ The Venetian Macao เน้น AI, อิเล็กทรอนิกส์, เมตาเวิร์ส และ Zhuhai International Convention & Exhibition Center เน้นวิทยาการหุ่นยนต์, อินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม, สมาร์ทโฮม เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเขตอ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า (Greater Bay Area) ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในด้านการผลิตอัจฉริยะและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ

    ขณะเดียวกันในงานยังรวบรวมเทรนด์เทคโนโลยีอนาคต และเจาะลึก 7 กลุ่มธุรกิจน่าสนใจที่กำลังเป็นเทรนด์โลก ไม่ว่าจะเป็น AI & robotics หุ่นยนต์ฮิวแมน-นอยด์ (humanoid) และระบบอัตโนมัติสำหรับโรงงาน metaverse & gaming โซนอี-สปอร์ตและอุปกรณ์ VR/AR รุ่นล่าสุด smart life อุปกรณ์สมาร์ทโฮม และ health tech cross-border e-commerce แพลตฟอร์มการค้าข้ามพรมแดน ซึ่งไฮไลต์ใหม่ในปีนี้เป็นเทรนด์ low-altitude economy ได้แก่ โดรนขนส่งและเทคโนโลยีการบินระยะต่ำ

    นอกจากนี้ การรวมตัวกันของผู้นำด้านเทคโนโลยียังถือเป็นการเชื่อมโยงการค้าเทคโนโลยีระหว่างอาเซียนและจีน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยได้เข้าร่วมแสดงศักยภาพใน Thailand Pavilion โดยเฉพาะสตาร์ทอัพและ MarTech ของไทยที่ได้นำเสนอโซลูชัน AI บนเวทีโลก และประกาศความพร้อมของเทคสตาร์ทอัพไทยที่จะก้าวเข้าไปมีบทบาทในระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

    ยิ่งไปกว่านั้นการนำนวัตกรรมไทยไปแสดงยังสามารถยกระดับภาพลักษณ์เทคโนโลยีไทยในต่างประเทศด้านต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการโชว์ศักยภาพ AI สัญชาติไทย ด้วยโซลูชันที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ใช่แค่ผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้สร้างที่สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียอย่างจีนและมาเก๊า รวมถึงการขยายเครือข่ายความร่วมมือผ่านการเจรจาธุรกิจ (business matching) กับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีนและนานาชาติ เพื่อหาพาร์ตเนอร์ในการต่อยอดนวัตกรรมและขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ตลาด Greater Bay Area (GBA)

    ขณะที่การเปิดตัวนวัตกรรมยังสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนและผู้ซื้อทั่วโลก รวมถึงโอกาสการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ เช่น หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และระบบ AI ล่าสุด เพื่อนำกลับมาประยุกต์ใช้กับโปรเจกต์ในไทย

    สำหรับผลงาน AI ของไทยที่นำไปโชว์บนเวทีโลก เช่น ระบบ Kolaxy ซึ่งเป็น AI โซลูชันที่มากกว่าการใช้ AI ตอบคำถามทั่วไป แต่ได้รับการวางหมากให้เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับโลกยุคใหม่ด้วยจุดเด่นอย่างการปรับแต่งให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นและภาษาที่หลากหลาย (localization & contextual support) เนื่องจากความตั้งใจพัฒนาให้เข้าใจในบริบทการใช้งานอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านภาษาที่ครอบคลุมทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในเอเชีย

    นอกจากนี้ ระบบยังสามารถประมวลผลคำสั่งและโต้ตอบได้อย่างแม่นยำผ่านเทคโนโลยี generative AI ที่ชาญฉลาด ทำให้การนำไปประยุกต์ใช้ในงานบริการและการประสานงานภายในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดในการสื่อสารและสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมระหว่างระบบกับผู้ใช้งานในระดับมืออาชีพ รวมถึงความสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจทางกลยุทธ์ ทั้งการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้งานจริง เพื่อสรุปผลเป็นรายงานเชิงสถิติและแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมขององค์กรได้อย่างชัดเจน

    ตัวอย่างเช่น พฤติกรรมของผู้ใช้งานในพื้นที่หรือประสิทธิภาพการดำเนินงานในส่วนต่างๆ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้แบรนด์สามารถวางแผนยุทธศาสตร์และจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด เปลี่ยนการทำงานให้เป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง

    ขณะเดียวกันระบบยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับองค์กร เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าและองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการการปกป้องข้อมูลอย่างเข้มงวด ระบบมีการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและการทำธุรกรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลระดับยุทธศาสตร์และความลับสำคัญขององค์กรจะถูกดูแลภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุดโดยไม่รั่วไหลอย่างแน่นอน

    นอกจากการนำเสนอเทคโนโลยีผ่านงานดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ ภาพลักษณ์ AI ของไทยที่สะท้อนจากโปรเจกต์สตาร์ทอัพ MarTech ในงานยังสามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ สื่อนานาชาติ และนักธุรกิจแถบ Greater Bay Area (GBA) เริ่มมองไทยในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ของ AI ในอาเซียน ด้วยโซลูชันที่สามารถแก้ปัญหาได้จริง และให้ความสนใจการพัฒนา AI ของไทยในด้าน empathy หรือความเข้าใจความรู้สึก ซึ่งถือเป็นแต้มต่อที่ทำให้ไทยโดดเด่นจาก AI สายคำนวณของประเทศอื่น

    ส่วนนักธุรกิจจีนมอง Thailand Pavilion เป็นสะพานเชื่อมที่มากกว่าการนำเทคโนโลยีไปใช้ แต่ต้องการหาพาร์ตเนอร์เป็นทางลัดในการขยายตลาดเข้ามาในไทยและอาเซียน พร้อมทั้งสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ไทยจากเมืองท่องเที่ยวเป็นเมืองนวัตกรรมในสายตาชาวโลก

    ทั้งนี้การเข้าร่วมงานได้รับการสนับสนุนจาก Thailand E-Commerce Association (สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย) Thailand e-Business Center (TeC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดและเวทีนานาชาติ รวมทั้ง China Electronics Chamber of Commerce, Executive Committee of the Guangdong-Macao In-Depth Cooperation Zone in Hengqin, Commerce and Investment Promotion Institute, Macao SAR และ People’s Government of Zhuhai Municipality โดยการนำสตาร์ทอัพเข้าร่วมยังแสดงถึงระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทยมีความแข็งแรงและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง



บทความโดย ธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด

ภาพ: iStock



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : SME เป็นกุญแจสู่อนาคตดิจิทัล

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมีนาคม 2569 ในรูปแบบ e-magazine

TAGGED ON