เศรษฐศาสตร์จากชีวิตกับทางออกของ "วิกฤตชาติ" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • เศรษฐศาสตร์จากชีวิตกับทางออกของ “วิกฤตชาติ”

เศรษฐศาสตร์จากชีวิตกับทางออกของ “วิกฤตชาติ”

กระทรวง จารุศิระ

ผมเรียนวิชา เศรษฐศาสตร์การเมือง ซึ่งหนังสือที่เป็น fight บังคับที่ต้องอ่านคือหนังสือ Das Kapital ที่เขียนโดยนักปรัชญาสังคมนิยม คาร์ลมาร์กซ์

หนังสือ Das Kapital เป็นหนังสือวิพากษ์วิจารณ์ระบบทุนนิยม โดยการแบ่งชนชั้นเป็น ชนชั้นกระฎุมพี ผู้ครอบครองปัจจัยการผลิต และชนชั้นแรงงาน ผู้ปราศจากปัจจัยการผลิตทุกอย่าง

หนังสือกล่าวถึงปัญหาของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป ที่ชนชั้นแรงงานถูกเอาเปรียบโดยชนชั้นกระฎุมพี มีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น อดอยาก

แนวความคิดของมาร์กซ์ ถูกเอามาประยุกต์โดย พรรคบอลเชวิกในประเทศสหภาพโซเวียต และพรรคคอมมิวนิสต์จีน มาใช้เป็นเรื่องในการโค่นล้มชนชั้นกระฎุมพี

ซึ่งในทรรศนะของผม คอมมิวนิสต์ในแบบที่มาร์กซ์อยากเห็น #ไม่เคยเกิดขึ้นจริงในสังคมโลก

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ แต่ไม่เชื่อว่า สิ่งที่มาร์กซ์ให้ข้อแนะนำถึงการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพ จะนำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขของคนทั้งหมดในสังคม

ในทางตรงข้าม แนวความคิดดังกล่าว เป็นการอ้างทฤษฎีปรัชญา เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับพรรคการเมืองตนเองเท่านั้น

ความขัดแย้งของระบบทุนนิยม และสังคมนิยม รวมทั้งการปฏิวัติภายในส่งผลให้คนทั่วโลก ตายไปหลายสิบล้านคน เฉพาะการปฏิวัติวัฒนธรรมภายในจีน ยุคเหมา ก็ทำให้ชาวจีนอดอยาก ถูกฆ่าไปหลายล้านคนแล้ว

ผมจึงไม่เชื่อ ในระบบคอมมิวนิสต์

====================================

ผมเชื่อในเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม แต่ไม่ใช่ทุนนิยมแบบปัจจุบัน

เพราะทุนนิยมในรูปแบบปัจจุบัน มีพื้นฐานมาจากการแข่งขันระหว่างมนุษย์

สุดท้าย จะต้องมีผู้แพ้ และผู้ชนะ

ผู้ที่มีทุนมากกว่า มีอำนาจมากกว่า มีเทคโนโลยีทีดีกว่า หรือมีเส้นสายมากกว่า ย่อมเป็นผู้ชนะในที่สุด

คราวนี้คือมันเกิดปัญหา ตรงที่ผู้ชนะมีแค่หยิบมือเดียว ส่วนผู้แพ้มีเต็มไปหมด

ปัญหาเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ตรงที่คนที่แพ้มีเยอะมาก และแพ้ในแบบสู้ไม่ได้

ทุนนิยมสุดโต่ง ถ้าไม่มีการประนีประนอม สุดท้ายจะทำลายตัวเอง เพราะฐานรากล้มทั้งระบบ

ผมไม่คิดว่าระบบทุนนิยมสุดโต่ง จะเป็นคำตอบที่ดีกับคนในแง่ของความสมบูรณ์พูนสุขของทุกคน ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

====================================

เหลืออยู่ 2 อย่าง ที่ผมมองว่าเป็นระบบที่ดีที่สุด ในแง่ของความสมบูรณ์พูนสุขของคนทั้งสังคม

ระบบรัฐสวัสดิการทุนนิยมในแถบประเทศสแกนดิเนเวีย

เก็บภาษีในอัตราที่สูง นักการเมืองมีธรรมาภิบาล และนำงบประมาณเหล่านั้น มาช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสกว่า เป็นการประคับประคองให้ทุกคนในสังคมอยู่ได้

ทุกคนมีงานทำ และมีความภูมิใจในอาชีพนั้นๆ

ภาษีมรดกสูง ทำให้คนไม่ได้คิดจะเก็บทรัพย์สมบัติเอาไว้

การเข้าถึง การศึกษา และสาธารณสุข เป็นไปอย่างเท่าเทียมและเพียงพอ สำหรับคนทั้งประเทศ

แต่โครงสร้างนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจาก

1. ประชาชนผู้เสียภาษีมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประชาชนที่ไม่เสียภาษี

2. คนจนมีจำนวนมาก มากเกินกว่าที่รัฐหรือผู้เสียภาษีให้รัฐ จะจ่ายไหว

3. การคอรัปชั่นในทั้งระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น

4. วัฒนธรรม ศักดินา – เกรงกลัวคนในเครื่องแบบที่มาจากภาครัฐ

5. การหวังพึ่งพาสิ่งที่มองไม่เห็น มากกว่าหนึ่งสมองของมือตัวเอง ของคนบางกลุ่ม หรือการเคยชินกับการขอตรงๆ จากภาครัฐซึ่งจะนำไปสู่ ประชานิยม ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ

====================================

เหลือแค่ทางรอดเดียวท่ามกลาง วิกฤตชาติ ของทุกคนในประเทศ

พ่อหลวงบอกเอาไว้ ตั้งแต่ 23 ปีที่แล้ว

บทความนี้ผมเขียนอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเตือนทุกคนในช่วงวิกฤต

เศรษฐกิจพอเพียง คือหลักการเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่เท่านั้น ที่จะช่วยให้คนไทยรอดทุกคนรอดจาก วิกฤตชาติ

โดย กระทรวง จารุศิระ


ไม่พลาดบทความด้านธุรกิจ กดติดตามได้ที่ Facebook Fanpage: Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP