เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อการยืนยันตัวตนในสินค้าหรูหรา - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อการยืนยันตัวตนในสินค้าหรูหรา

เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อการยืนยันตัวตนในสินค้าหรูหรา

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

เทคโนโลยีบล็อกเชน ในปัจจุบันหลายบริษัทได้เริ่มประยุกต์การใช้อย่างหลากหลาย อีกหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เริ่มหันมาสนใจเทคโนโลยีบล็อกเชนก็คือสินค้ากลุ่มลักชัวรี

สินค้ากลุ่มลักชัวรี่ หรือสินค้าฟุ่มเฟือย หมายถึงสินค้าแบบไหน? หลักๆ คือมีมูลค่าสูงอย่าง เพชร พลอย นาฬิกา หรือ กระเป๋ายี่ห้อดัง บางแบรนด์มีประวัติยาวนาน มีคุณค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ลูกค้าซื้อสินค้าเหล่านี้เองต้องการความมั่นใจว่าสินค้าเป็นของเเท้ ซึ่งความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญ ดังนั้นบล็อกเชนระบบธุรกรรมแบบไร้ตัวกลางจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมนี้

ปัจจุบันการปลอมสินค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นเป็นปัญหาอย่างมากกับบริษัทที่ผลิตสินค้าของแท้มากกว่าที่คุณคิด แน่นอนการยืนยันสินค้าว่าเป็นของแท้หรือไม่ผู้ขายสามารถทำได้โดยผ่าน invoice และ ใบรับรองความเป็นของเเท้ การอยู่ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี invoice และใบรับรองนั้นสามารถถูกปลอมได้อย่างง่ายดายโดยโปรแกรม photoshop มีลูกค้าเป็นจำนวนมากที่ถูกหลอกให้จ่ายเต็มจำนวนให้กับสินค้าปลอมหรือสินค้าที่ถูกขโมยมาอีกที ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบอย่างมากกับบริษัทผู้ผลิต

การแทรกแซงโดย เทคโนโลยีบล็อกเชน

ธรรมชาติของระบบบล็อกเชนนั้นคือการจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ หลังจากทำธุรกรรม และไม่มีตัวกลางควบคุม ผู้ใช้บริการบนเครือข่ายทั้งหมดจะเป็นผู้ช่วยกันดูแล จึงทำให้มีความปลอดภัยต่อการเก็บข้อมูลอย่างยิ่ง ซึ่งนี้ก็เป็นเหตุผลที่อุสหกรรมที่ผลิตสินค้ามูลค่ามากได้เห็นผลประโยชน์ของเทคโนโลยี บล็อกเชน และเลือกที่จะหยิบนำมาใช้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และ ความโปร่งใสให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

Arianee บริษัทไม่แสวงหากำไรตั้งอยู่ที่ Paris ได้พัฒนาโปรโตคอลที่มีรากฐานมาจากบล็อกเชน และสร้างระบบการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัล (Digital identity) สำหรับสินค้ามีค่าต่างๆ เช่น นาฬิกา กระเป๋า หรือ รองเท้า sneakers โดยการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลนี้ก็เป็นเหมือน passport ที่ใช้ในการยืนยันความถูกต้องและทำการบันทึกข้อมูล สินค้านั้นๆ อย่างไรก็ตามการยืนยัน passport ของแต่ละแบรนด์ก็จะแตกต่างกันไปมีทั้งผ่านหมายเลขสินค้า ชิพ และ QR code เป็นต้น

เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อการระบุตัวตนในสินค้าหรูหรา

ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น อีกทั้ง Arianee แพลตฟอร์มยังทำให้ passport ในโลกดิจิทัลนี้เป็นเหมือนช่องทางการให้บริการหลังการซื้อกับลูกค้า โดยที่ตัวเเบรนด์เองนั้นสามารถติดต่อกับลูกค้าได้โดยที่ข้อมูลของลูกค้าจะไม่ถูกเปิดเผย ถึงแม้ว่าตัวสินค้าจะถูกเปลี่ยน/มือก็ตาม ด้วยวิธีนี้ แบรนด์จะสามารถแบ่งปันข้อมูล หรือ ลูกค้าสามารถส่งคำขอบริการลูกค้าได้ และ ข้อมูลของสินค้าจะถูกทำการบันทึกไว้

เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อการระบุตัวตนในสินค้าหรูหรา

ทั้งนี้ยังมีการใช้ เทคโนโลยีบล็อกเชน ใน supply-chain และบริษัทที่นำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในด้านนี้คือบริษัทชั้นนำอันดับโลกอย่าง Louis Vuitton และ BMW เนื่องจากชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตสินค้าถูกนำเข้ามาจากหลายๆ ประเทศ การเคลื่อนย้ายสินค้าและธุรกรรมจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งที่เกิดขึ้นจึงต้องมีการดำเนินการและทำการบันทึกไว้อย่างโปร่งใส ซึ่งนี้คือสิ่งที่เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถเข้ามาแทรกแซงและพัฒนาขั้นตอนการดำเนินการให้มีความโปร่งใสมากขึ้นได้ ในเครือข่ายของบล็อกเชนทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นจะแสดงขึ้นในเครือข่ายให้ทุกคนได้เห็น ดังนั้นการธุรกรรมของสินค้านั้นๆ จะถูกบันทึกไว้ตั้งแต่โรงงานผลิตไปจนถึงร้านค้าผู้เป็นตัวแทนจำหน่าย ทำให้ทุกขั้นตอนการผลิตสามารถติดตามได้

การใช้บล็อกเชนร่วมกับเทคโนโลยี Authenticator ทำให้การปลอมแปลงสินค้าหรือข้อมูลทำได้ยากขึ้นพร้อมเพิ่มความโปร่งใสทำให้เพิ่มความมั่นใจในสินค้าให้ทั้งลูกค้าและผู้ค้าซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายจากการสามารถตรวจสอบความเป็นมาของสินค้าได้อย่างครบถ้วน ระบบนี้จะเป็นความท้าทายต่อผู้ผลิตสินค้าปลอมเป็นอย่างมากในอนาคตเพราะลูกค้าจะสามารถตรวจสอบสินค้าได้ด้วยตนเองผ่านระบบบล็อกเชน ทำให้การจำหน่ายสินค้าปลอมนั้นลดลง แต่ใช่ว่านวัตกรรมนี้สามารถประยุกต์ใช้แล้วเป็นผลดีต่อทุกธุรกิจ การใช้บล็อกเชนมีค่าใช้จ่ายในการก่อตั้งระบบที่สูง ฉะนั้น บริษัท Bitkub Blockchain Technology จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการใช้บล็อกเชนให้มีประโยชน์สูงสุด

BACK TO TOP