รู้จัก Thematic ETF ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ กับ KURE - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

รู้จัก Thematic ETF ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ กับ KURE

แม้ว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาจะมีอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่จีน…ยักษ์ใหญ่จากเอเชีย ก็มีการเติบโตด้านบริการสุขภาพไม่แพ้กัน จนดึงความสนใจ ของคนทั้งโลกให้หันมามองโอกาสลงทุนใน ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’

จีนเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์เติบโตเร็วที่สุดในโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวนประชากรและกำลังการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้ธุรกิจผลิตยาปฏิชีวนะ ของจีน กินส่วนแบ่งในตลาดยาปฏิชีวนะของสหรัฐฯ ได้ถึง 97% และตลาดวิตามินซีของสหรัฐฯ ได้อีก 90% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของ ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จีนยังคงมีโอกาสเติบโตอยู่อีกมาก ด้วยค่าใช้จ่ายที่ผู้คน สามารถเข้าถึงได้ เฉลี่ยอยู่ที่ 501 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหัวเท่านั้น เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของ ตลาดเฮลท์แคร์ 8 ประเทศแรกของโลก อยู่ที่ 5,700 เหรียญฯ ต่อหัว จะพบว่าอุตสาหกรรม เฮลท์แคร์จีนมีราคาถูกมาก แต่คุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศพัฒนาแล้ว

เฮลท์แคร์ ไม่ได้จำกัดความแค่การรักษาโรคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึง การทำวิจัย ยาและวัคซีน การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ การบริการรักษาพยาบาล การแพทย์ทางไกล และการประกันสุขภาพ เรียกได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ ถูกนับรวมในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จีนเติบโตขึ้นอย่างก่าวกระโดด สามารถสรุป ออกมาได้ ดังนี้

– จีนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และใช้จ่ายในอุตสาหกรรมไปทั้งหมดถึง 2 ล้านล้านเหรียญฯ ในปี 2563 มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงถึง +11% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

– จีนมีตลาดเฮลท์แคร์ที่โตเร็วที่สุดในโลก ด้วยอัตราการเติบโตแบบทบต้นในช่วงระยะเวลา 10 ปี อยู่ที่ +13% ต่อปี สูงกว่าสหรัฐอเมริกาที่ +3% และญี่ปุ่นที่ +2% ในอุตสาหกรรม เฮลท์แคร์

– รัฐบาลจีนช่วยควบคุมด้านค่าใช้จ่าย เพื่อประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ดี เพราะมีแนวโน้มว่าผู้ป่วยจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดังนั้นค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล มีราคาถูก ส่งผลให้อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จีนมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก

– สัดส่วนประชากรจีนเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมคนสูงอายุ ยิ่งกระตุ้นให้รัฐบาลจีนต้องลงทุน ในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ เพื่อรองรับจำนวนคนสูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

– รายได้ต่อหัวที่มากขึ้น ทำให้คนจีนมีความใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ คนสูงอายุที่ต้องการการดูแลที่ดีในบั้นปลายชีวิต

นอกจากปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จีนเติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจีนยัง ให้การสนับสนุนด้านงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งรวมไปถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยให้เงินสนับสนุนมากกว่า 2.7 ล้านล้านหยวนในปี 2564 เพื่อใช้ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็น 1 ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ของจีนอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ ได้รับความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก และทางเลือกการลงทุนในเฮลท์แคร์จีนที่ง่ายที่สุด คือการลงทุนผ่าน ETF (Exchange Traded Fund) ที่เปิดโอกาสให้คุณได้ลงทุนในตลาดหุ้น อุตสาหกรรม และธีมธุรกิจที่ชื่นชอบได้ง่าย และยังช่วยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ ต้องลงทุนใน KURE

KraneShares บริษัทจัดการลงทุนสัญชาติอเมริกัน ได้ออก ETF ที่โฟกัสลงทุนในหุ้นจีน โดยคัดเลือกอุตสาหกรรมหรือธีมธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในอนาคตเพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนได้ ลงทุนในหุ้นจีน ผ่านการจัดพอร์ตที่คัดสรรหุ้นมาเป็นอย่างดี รูปแบบ ETF ที่ KraneShares เปิดให้ลงทุนจะเป็น Passive Fund ทำผลตอบแทนให้ไปตามดัชนีอ้างอิง เช่นเดียวกับ KraneShares MSCI All China Health Care Index ETF (KURE) ที่ใช้ดัชนี MSCI China All Shares Health Care 10/40 Index คัด ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ในตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง รวมไปถึงบริษัทจีนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และหากพิจารณาจากปัจจัยด้านล่างนี้ เราจึงสรุปได้ว่า KURE ถือเป็นตัวแทนของ Thematic ETF ที่ลงทุนใน ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ (China Healthcare) เพื่อรับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้

– มูลค่า AUM สูงสุด อยู่ที่ 7 ล้านเหรียญฯ ณ 28 กุมภาพันธ์ 2565
– ค่า Expense Ratio ต่ำสุด อยู่ที่ 65%
– ก่อตั้ง ETF มาตั้งแต่ 31 มกราคม 2561
– ลงทุนในหุ้นมากกว่า 110 บริษัทในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จีน

เพื่อให้คุณจะได้เข้าใจพื้นฐานของกิจการมากขึ้น ผมจะพาคุณไปส่องไส้ใน 5 บริษัทเฮลท์แคร์จีน

5 ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ จาก KURE

อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จะครอบคลุมทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพ โดยไม่จำกัดว่าจะต้อง เป็นกลุ่มโรงพยาบาลหรือผู้ผลิตยาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ผลิตอุปกรณ์และเทคโนโลยี ทางการแพทย์ด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลก 5 ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ จะไม่ใช่โรงพยาบาลใหญ่ๆ แต่มีความเกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพและการแพทย์อย่างแน่นอน

หุ้นทั้ง 5 บริษัทมีสัดส่วนรวมๆ เกือบ 30% ใน KURE มีทั้งบริษัทในตลาดหุ้นจีน ฮ่องกง และสหรัฐฯ

 

WuXi Biologics Cayman

แพลตฟอร์มเทคโนโลยีชีวภาพแบบ Open Access ชั้นนำระดับโลก ที่นำเสนอโซลูชันแบบ End-to-end เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถค้นพบ พัฒนา และผลิตสารชีวภาพจากแนวคิด ไปสู่ระดับการผลิต เพื่อการรักษาผู้ป่วยให้หายขาด บริษัทมีเป้าหมายให้บริการเทคโนโลยีชีวภาพ แบบครบวงจร

WuXi Biologics มีแผนจะขยายธุรกิจออกไปสู่ระดับโลกในปี 2567 ในหลายๆ ประเทศ เช่น จีน ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และสิงคโปร์ มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 270,700 ล้านเหรียญฮ่องกง

รายได้และกำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลังของ WuXi Biologics Cayman

งบการเงิน รายได้รวม % เปลี่ยนแปลง กำไรสุทธิ % เปลี่ยนแปลง
2563 6,661 +49.49% 2,004 +76.77%
2562 4,456 +54.42% 1,134 +57.95%
2561 2,885 +48.89% 717.9 +137.38%

ข้อมูล: Jitta.com ณ 28 กุมภาพันธ์ 2565 หน่วย: ล้านเหรียญฮ่องกง

Shenzhen Mindray Bio-Medical Electronics

ให้บริการอุปกรณ์และโซลูชันทางการแพทย์ทั่วโลก บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผู้ป่วยแบบ ครบวงจร ครอบคลุมไปถึง การดูแลฉุกเฉิน การดูแลระหว่าง ผ่าตัด การดูแลผู้ป่วยวิกฤต และโซลูชันด้าน IT อุปกรณ์ทางการแพทย์ของ Mindray มีการวิจัยและพัฒนามาโดยตลอด บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 เสมอ

Shenzhen Mindray Bio-Medical Electronics ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้กับการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ และขยายธุรกิจเพื่อให้บริการแก่ธุรกิจเฮลท์แคร์ทั่วโลก มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 396,700 ล้านหยวนจีน

รายได้และกำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลังของ Shenzhen Mindray Bio-Medical Electronics

งบการเงิน รายได้รวม % เปลี่ยนแปลง กำไรสุทธิ % เปลี่ยนแปลง
2563 21,026 +27.00% 6,658 +42.24%
2562 16,556 +20.38% 4,681 +25.85%
2561 13,753 +23.09% 3,719 +43.65%

ข้อมูล: Jitta.com ณ 28 กุมภาพันธ์ 2565 หน่วย: ล้านหยวนจีน

WuXi AppTec

บริษัทโฮลดิง ลงทุนในธุรกิจให้บริการด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตยาโมเลกุลขนาดเล็ก และการบำบัดด้วยเซลล์และยีนในจีน ครอบคลุมทวีปเอเชีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป และต่างประเทศ บริษัทให้บริการห้องปฏิบัติการ เพื่อทำวิจัย เคมีสังเคราะห์ ชีววิทยา และเคมีทางการแพทย์

WuXi AppTec ทำธุรกิจให้บริการที่แบบครบวงจรในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ มีเป้าหมายเพื่อผลิตยารักษาโรคและการดูแลสุขภาพทั่วโลก สามารถพัฒนาการค้นพบ และส่งมอบการรักษาที่ก้าวล้ำให้กับผู้ป่วย และมีวิสัยทัศน์ที่ว่า ยาทุกอย่างสามารถผลิตได้ และทุกโรคสามารถรักษาได้ มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 307,200 ล้านหยวนจีน

รายได้และกำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลังของ WuXi AppTec

งบการเงิน รายได้รวม % เปลี่ยนแปลง กำไรสุทธิ % เปลี่ยนแปลง
2563 16,535 +28.46% 2,960 +59.62%
2562 12,872 +33.89% 1,855 -17.96%
2561 9,614 +23.80% 2,261 +84.22%

ข้อมูล: Jitta.com ณ 28 กุมภาพันธ์ 2565 หน่วย: ล้านหยวนจีน

 

Jiangsu Hengrui Medicine

บริษัทเภสัชกรรมของจีนที่ผลิตและจำหน่ายวัสดุบรรจุภัณฑ์ยาประเภทต่างๆ ก่อตั้งขึ้นในปี 2513 โดยเดิมเป็นรัฐวิสาหกิจ และเรียกว่าโรงงานเภสัชกรรมเหลียนหยุนกัง Jiangsu Hengrui Medicine ได้เปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชนในปี 2520 และทำการวิจัย ค้นคว้า จัดจำหน่ายยาต่างๆ ให้กับทั่วโลก

Jiangsu Hengrui Medicine ได้ขยายธุรกิจออกไปสู่ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 258,700 ล้านหยวนจีน

 

รายได้และกำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลังของ Jiangsu Hengrui Medicine

งบการเงิน รายได้รวม % เปลี่ยนแปลง กำไรสุทธิ % เปลี่ยนแปลง
2563 27,735 +19.09% 6,328 +18.78%
2562 23,289 +33.70% 5,328 +31.05%
2561 17,418 +25.89% 4,066 +26.39%

ข้อมูล: Jitta.com ณ 28 กุมภาพันธ์ 2565 หน่วย: ล้านหยวนจีน

CSPC Pharmaceutical Group

บริษัทเภสัชกรรมชั้นนำของจีน โดยมียาที่เป็นนวัตกรรมหลักในการพัฒนาองค์กร ปัจจุบัน CSPC Pharmaceutical มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งในด้านการรักษาโรคระบบประสาท มะเร็งวิทยา การป้องกันการติดเชื้อ และโรคหลอดเลือดหัวใจ

แบรนด์ CSPC ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ในแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด 500 อันดับแรกในจีน เป็นเวลามากกว่า 10 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2547 มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 104,500 ล้านเหรียญฮ่องกง

รายได้และกำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลังของ CSPC Pharmaceutical Group

งบการเงิน รายได้รวม % เปลี่ยนแปลง กำไรสุทธิ % เปลี่ยนแปลง
2563 29,603 +19.74% 6,124 +47.41%
2562 24,723 +22.57% 4,154 +18.44%
2561 20,170 +30.44% 3,507 +26.60%

ข้อมูล: Jitta.com ณ 28 กุมภาพันธ์ 2565 หน่วย: ล้านเหรียญฮ่องกง

ทั้ง 5 บริษัทเป็นเพียงสัดส่วนเกือบ 30% ของ KURE จากมากกว่า 110 บริษัทในกลุ่ม ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ เมื่อดูงบการเงินต่างๆ คุณจะเห็นว่า ทั้งรายได้และกำไรสุทธิย้อนหลัง 3 ปี มีการเติบโตสูงมาก

ในภาพใหญ่ๆ ที่ผมรวบรวมมาให้ สะท้อนว่า บริษัทเฮลท์แคร์จีนกระจายตัวในทุก ธุรกิจบริการสุขภาพ และเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์สูงที่สุดในโลก

จากตัวอย่างของ 5 บริษัท คุณจะเห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจสู่สากล ซึ่งยา วัคซีน และบริการทางการแพทย์จากจีนมีต้นทุนต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้มีราคาถูก ในขณะที่ ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน จีนจึงเป็นทางเลือกแรกๆ สำหรับการซื้อยารักษาโรค เครื่องมือทางการแพทย์ และอุปกรณ์เพื่อดูแลสุขภาพ

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงเห็นภาพชัดเจนขึ้น และได้คำตอบว่า ทำไมเฮลท์แคร์จีนถึงมีความน่าสนใจ ทำไม KURE ถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของธีมบริการสุขภาพจีนในกองทุนส่วนบุคคล Thematic

เมื่อเมกะเทรนด์ของโลก คือ สัดส่วนคนสูงอายุที่จะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าประเทศไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงเทรนด์นี้ ไม่ได้ ตราบใดที่ยารักษาโรค คือ 1 ในปัจจัย 4 สุดท้ายแล้วอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ก็จะยังเป็นที่ ต้องการอยู่เสมอ

หากต้องการสร้างความมั่งคั่งด้วยพอร์ตลงทุนระยะยาวกับกองทุนส่วนบุคคล คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธีมการลงทุน ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ และธีมเมกะเทรนด์อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://jittawealth.com/thematic/CHINA-HEALTHCARE

 


โดย
ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
CEO Jitta Wealth


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP