ธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย ได้อะไรจากการเปิดการค้าเสรีบนเวทีเอเปค - Forbes Thailand

ธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย ได้อะไรจากการเปิดการค้าเสรีบนเวทีเอเปค

FORBES THAILAND / ADMIN
05 Sep 2022 | 02:37 AM
READ 4148

เปิดมุมมอง "ธุรกิจค้าปลีกและบริการ" ประเทศไทยได้อะไรจากการเปิดการค้าเสรีบนเวทีเอเปค และในฐานะการเจ้าภาพการประชุมเอเปคที่กำลังเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในระดับมหภาคและโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจได้แค่ไหน

เป็นเวลาเกือบ 3 ปีที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักกับวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ทั้งกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ไปจนถึงผู้ประกอบรายย่อยหรือ SMEs ต้องปรับตัวและรับมือกับปัจจัยเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ซึ่งนับเป็นการประชุมครั้งสำคัญที่ทั่วโลกต่างจับตามอง เพราะเป็นการรวมตัวกันของผู้นำ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน CEO และนักธุรกิจจากนานาประเทศทั่วโลก

ซึ่งนอกจากจะช่วยสนับสนุนภาคเอกชนในการเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกทางการค้ากับสมาชิกเอเปค 21 ประเทศเขตเศรษฐกิจแล้วนั้น ยังเป็นโอกาสแสดงให้นานาชาติได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฮับการลงทุนชั้นนำแห่งอาเซียน ด้วยความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีโครงข่ายระบบคมนาคมและโทรคมนาคมที่ทันสมัย มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ และยังมีเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

รวมถึงยังเป็นการแสดงให้อารยประเทศได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญในประเด็นเรื่องความยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และมี commitment ร่วมกันในการส่งต่อโลกที่ยั่งยืน ให้กับเจเนเรชั่นต่อไป สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นเหมือนการติดสปริงบอร์ดให้กับภาคธุรกิจของไทยให้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาค (Impact Destination)

การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในระดับมหภาค โดยเฉพาะการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ เป็นการประกาศให้ผู้นำนานาประเทศเห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยที่มีศักยภาพทั้งในด้านการเป็นฮับลงทุน และการเป็น Top Destination สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้งกลุ่มระยะสั้น Long stay และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง การกลับมาของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยและเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบอย่างมหาศาล

พร้อมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนในตลาดใหม่ จากการผนึกความแข็งแกร่งร่วมกันของพันธมิตรระหว่างประเทศ ขณะที่ประเทศไทยเองก็สามารถต่อยอดขยายเครือข่ายภาคธุรกิจของไทยให้เติบโตไปทั่วโลก และเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมในประเทศให้ก้าวไปอีกขั้น รวมถึงการต่อยอดทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ที่จะเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ๆ และส่งเสริมเทคโนโลยีในประเทศให้มีความทันสมัยมากขึ้นเทียบเท่าระดับสากล

เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ภาคธุรกิจไทย

นอกจากประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพงานประชุมเอเปค ยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทยที่จะผลักดันธุรกิจให้เดินหน้า จากความร่วมมือในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด-19 ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าของนักท่องเที่ยว ทั้งภายในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าต่างๆ เป็นการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ

ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการ นำเสนอสินค้า บริการ และศิลปวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น และแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย สู่สายตาชาวต่างชาติ อาทิ สินค้าไทย ผ้าไทย อาหารไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในประเทศ เกิดเป็นรายได้กระจายสู่ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงช่วยผลักดัน SMEs ในภาคค้าปลีกและบริการที่เป็นเหมือนกระดูกสันหลังของประเทศ และมีจำนวนมากถึง 2.4 ล้านราย ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

โดยในการประชุม APEC ครั้งนี้ จะมีช่วงพิเศษที่โฟกัสเรื่องการส่งเสริมศักยภาพของ SMEs ไทย ทั้งในด้านเงินทุน และการทำ Digital Transformation เพื่อขยายขีดความสามารถ และสร้างโอกาสที่จะต่อยอดธุรกิจ SMEs ไทยให้เติบโตสู่สากล นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันการพัฒนาธุรกิจด้านเฮลธ์แคร์ โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญ และชื่อเสียงของประเทศไทยที่มีความเป็นเลิศทางการแพทย์

พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาธุรกิจสีเขียว ด้วยแนวคิด BCG Economy Model ที่นำมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ผสานกับการตั้งเป้าหมายนำประเทศไทยมุ่งสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) สร้างความเชื่อมั่นให้ต่างชาติเห็นถึงการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในไทย ในการร่วมกันผลักดันการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนและใส่ใจสิ่งแวดล้อมตามเทรนด์โลก

การที่รัฐบาลไทยได้เปิดเส้นทางในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในปี 2565 นี้ นับเป็นแรงหนุนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจทั้งรายใหญ่ รายย่อย และ SMEs พร้อมทั้งเป็นการแสดงพลังความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนที่ผนึกกำลังกันสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในการต่อสู้กับความท้าทาย และแข่งขันกับตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อพัฒนาภาคค้าปลีกไทยให้เป็นกำลังสำคัญในการเดินหน้าเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และยกระดับธุรกิจไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลต่อไปในอนาคต

บทความโดย

ญนน์ โภคทรัพย์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine