การจัดกระบวนการแรงงานข้ามชาติผ่าน "เทคโนโลยีบล็อกเชน" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • การจัดกระบวนการแรงงานข้ามชาติผ่าน “เทคโนโลยีบล็อกเชน”

การจัดกระบวนการแรงงานข้ามชาติผ่าน “เทคโนโลยีบล็อกเชน”

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

“เทคโนโลยีบล็อกเชน” เข้ามาช่วยการจัดการในการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายที่ยังคงเป็นปัญหากับประเทศขนาดใหญ่และมีเศรษฐกิจเข้มแข็ง สูญเสียทั้งเม็ดเงินและเวลา รวมไปถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งผู้อพยพและศีลธรรมซึ่งเกี่ยวกับการปฎิบัติกับแรงงานได้อย่างไร

สหรัฐอเมริกา เสียงบประมาณเป็นจำนวนมากเพื่อที่จ้างเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นอีก 15,000 คน ในการควบคุมเขตชายแดนของอเมริกา หน่วยงาน U.S. Customs and Border Protection หรือ CBP ได้ทำการจับกุมผู้อพยพแบบผิดกฎหมายได้จำนวน 162,000 คน ที่มาจากหุบเขา Rio Grande ชายแดนระหว่างอเมริกากับเม็กซิโกในปี 2018 รวมถึงการสร้างกำแพงกั้นชายแดนมูลค่า 15 ล้านล้านเหรียญฯ

วิกฤติการณ์ชายแดนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา ในปัจจุบันอินเดียได้สร้างกำแพงกั้นชายแดนที่เชื่อมต่อกับบังกลาเทศเพื่อจำกัดปัญหาผิดกฎหมาย เพราะคนบังกลาเทศประมาณ 300,000 คนได้ลักลอบเข้ามาในประเทศอินเดียอย่างผิดกฎหมายทุกๆ ปี

นอกจากประเทศทางแถบอินเดียแล้วประเทศไทยของเราก็ประสบปัญหานั้นเดียวกัน โดยตามที่รายงานการอพยพในประเทศไทยในปี 2019 ที่รวบรวมโดยองค์การสหประชาชาติซึ่งได้ระบุไว้ว่า มีผู้อพยพโดยไม่ได้มีคำร้องซึ่งทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายจำนวน 5 ล้านคน

สาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้ลักลอบอพยพมาโดยไม่มีใบรับรองมีความเสี่ยงต่อการถูกจับ แต่พวกเขายอมที่จะรับความเสี่ยงแล้วอพยพมา นั่นเพราะโอกาสในการทำงาน อย่างไรก็ตามการแสวงหาค่าจ้างที่ดีกว่านั้น ผู้อพยพที่ไม่มีใบรับรองมีความเสี่ยงต่อการโดนกดขี่โดยนายจ้างเนื่องจากเขาไม่มีใบรับรองที่สามารถเข้ามาทำงานภายในประเทศได้

ยกตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา ผู้ที่ไม่มีใบรับรองนั้นจะไม่สามารถได้รับสวัสดิการทางด้านการแพทย์และสวัสดิการสังคมได้ แต่ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่านั้นเกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ ผู้อพยพที่ทำงานในกาตาร์หรือคูเวตได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าค่ามาตรฐานหรืออาจไม่ได้รับค่าตอบแทน แถมยังถูกให้ทำงานเฉกเช่นทาสโดยการถูกผูกไว้กับต้นไม้รวมทั้งมีการละเมิดทางเพศ และที่แย่กว่านั้นคือการตายเนื่องมาจากการถูกทำร้ายร่างกาย

นอกจากนั้นผู้ที่อพยพอย่างผิดกฎหมายยังถูกเรียกว่าเป็นผู้ที่ก่อความรุนแรงให้กับประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่ามันจะเป็นปัญหาเร่งด่วนหรือไม่แต่สิ่งสำคัญคือประเทศต่างๆ ไม่มีความสามารถที่จะแก้ไขมันได้

อัพเกรดการทำงานด้วยบล็อกเชน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้อพยพเลือกอพยพอย่างผิดกฎหมายคือระยะเวลาที่ยาวนานในการทำวีซ่าและการขออพยพ โดยเฉพาะกระบวนการด้านเอกสารอย่างประกันวีซ่าซึ่งต้องใช้เวลาราว 150 วัน หรือมากกว่านั้น อันเนื่องมาจากความล้าสมัยและรอการบูรณาการที่ยังไม่มีประสิทธิภาพในรัฐบาล ซึ่งรวมไปถึงค่าใช้จ่าย

หากเรานำบล็อกเชนมาใช้แก้ไขปัญหาชายแดน แรงงาน ตำรวจ การทำวีซ่า การจัดการสถิติ ผู้อพยพ เเละปัญหาอื่นๆ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วเเละมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในเวลาอันสั้นโดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือความแม่นยำหรือปัญหาความเป็นส่วนตัวที่อาจเกิดขึ้น โดยปกติเเล้วต้องใช้เวลาในการดำเนินการทำวีซ่าเป็นเวลา 150 วัน แต่หากใช้เทคโนโลยีนี้จะสามารถลดระยะเวลาเหลือเพียง 1 สัปดาห์หรือน้อยกว่านั้นได้ ใช้เพียงแค่การเลือกใช้เทคโนโลยีสเเกนที่แม่นยำไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์และสามารถทำงานได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้บล็อกเชนไม่ได้มีแค่ความเร็วที่มากกว่าแต่ยังใช้งบประมาณน้อยกว่าวิธีการแบบเดิม ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับแรงงานลดลงเนื่องจากต้นทุนที่ใช้บำรุงรักษาต่างๆ ถูกนำไปใช้แค่การบำรุงรักษาตัวเทคโนโลยี แม้ว่าความจริงที่มันจำเป็นต้องใช้เวลาก่อนนำเทคโนโลยีไปใช้ในพื้นที่

Bitkub เว็บไซต์เทรดเหรียญดิจิทัลขอสนับสนุนเป็นอีกทางในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อการใช้งานที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น สามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไชต์ได้แล้ว ที่นี่

BACK TO TOP