Digital Transformation โอกาสในการลงทุน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

Digital Transformation โอกาสในการลงทุน

กระทรวง จารุศิระ

มีคำกล่าวว่าในช่วงเวลานี้คือ Period ที่โลกกำลังหมุนเร็วหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมืองและสังคมที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ โดยตัวเร่งที่สำคัญคือเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ซึ่งตัวเร่งนี้เป็นทั้งวิกฤตและโอกาสในการลงทุน

เห็นได้จากตลาดหุ้นสหรัฐฯช่วงก่อนที่จะมีการปรับฐานครั้งใหญ่ หุ้นที่เป็นตัวนำตลาดคือกลุ่มเทคโนโลยีในตลาด NASDAQ แทบทั้งสิ้น หุ้นหลายตัวทำผลตอบแทนได้หลายร้อยเปอร์เซนต์ อย่าง NETFLIX ซึ่งมีงานสำรวจออกมาว่ากินพื้นที่การใช้อินเทอร์เนตของทั้งโลกไปเกือบหนึ่งในสาม หรือ AMAZON ที่ตอนนี้ผลักดันให้ Jeff Bezos เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกหรือจะหันมามองเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Cryptocurrency ก็ทำให้เกิดเศรษฐีใหม่ (และหลายคนก็หมดตัว) ขึ้นมาได้เช่นกัน

ในสนามรบย่อมมีทั้งผู้แพ้ผู้ชนะ ผู้ที่ปรับตัวได้และปรับตัวไม่ได้ เราจึงได้เห็นหลายบริษัทที่ไม่สามารถต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ตามคู่แข่งหรือตลาดไม่ทันหรือการปรับตัวของผู้บริหารที่ช้าเกินไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือธุรกิจสื่อที่ถูก Disrupt เต็มๆโดย Social Media ต่างๆ ที่สามารถดูได้ฟรี มีคอนเทนท์มากมายหลากหลายและคุณภาพไม่แพ้สื่อเก่า ธุรกิจสื่อหลายรายต้องมีการปรับตัวไม่ว่าจะเป็นการขยายแพลตฟอร์มใหม่หรือการแตกไลน์ไปทำธุรกิจอื่นที่ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องแต่ก็ทำให้ธุรกิจ Turnaround ได้

การปรับองค์กรเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) จึงน่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องหันมาศึกษาว่ากิจการที่เราถือหุ้นหรือสนใจในการลงทุนมีการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้วหรือยัง ทั้งในแง่ของโครงสร้างธุรกิจ เช่น เพิ่มรูปแบบรายได้ใหม่ๆเข้ามา พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้นและก้าวทันคู่แข่งในตลาด

นอกจากนี้ถ้าสามารถวิเคราะห์ลงได้ลึกถึงระดับไมนด์เซตขององค์กรว่าผู้บริหารและพนักงานมีทักษะและองค์ความคิดของการปรับเปลี่ยนตัวเองสู่องค์กรดิจิทัลด้วยหรือยังจะเป็นการดีมาก เพราะถ้าธุรกิจออกตัวนำไปก่อนแต่คนทำงานไม่ปรับตัวตาม โอกาสที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้คงยาก ตรงนี้เราอาจดูได้จากกิจการที่มีความเป็นระบบเถ้าแก่จ๋าๆหรือมีผู้ถือหุ้นเกินครึ่งยังเป็นคนในตระกูลเริ่มเปิดรับผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกเข้ามาหรือเปิดทางให้มีผู้ถือหุ้นใหม่ที่มีศักยภาพจะขยายธุรกิจได้เข้ามาบ้างหรือไม่หรือยังคงบริหารในรูปแบบและวิธีการเดิมๆที่คุ้นชิ้นมาหลายสิบปี

ผมเชื่อว่าในยุคนี้จะมีเศรษฐีหน้าใหม่เกิดขึ้นได้จากกิจการที่สามารถผ่านช่วง Digital Transformation มาได้ หุ้นบางตัวอาจจะเป็น Growth Stock ตัวใหม่ในตลาดก็ได้ และหุ้นดาวเด่นบางตัวก็อาจจะเป็นเพียงแค่อดีตเพราะไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ส่วนของกลุ่ม Super Trader Holdings ก็ไม่ลืมที่จะปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลด้วยเช่นกัน ตามทิศทางของฟินเทคที่เข้ามามีบทบาทต่อตลาดทุนมากขึ้นและพฤติกรรมของนักลงทุนไทยก็เปลี่ยนแปลงไปทางที่หันมาอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น

BACK TO TOP