9 หลักการทำธุรกิจและ 4 เทรนด์ธุรกิจยุคปัจจุบัน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • 9 หลักการทำธุรกิจและ 4 เทรนด์ธุรกิจยุคปัจจุบัน

9 หลักการทำธุรกิจและ 4 เทรนด์ธุรกิจยุคปัจจุบัน

กระทรวง จารุศิระ
  1. ใช้สมองน้อย จะต้องใช้เงินเยอะ ดังนั้น ใช้สมองให้เยอะ จะใช้เงินน้อยกว่า
  2. ถ้าไม่ใช่
    The first – เป็นคนแรกที่ทำ
    ต้องเป็น The best – ดีที่สุดถ้าเทียบกับคู่แข่ง
    หรือ The difference – สินค้าและบริการต้องแตกต่างจากคู่แข่ง

ถ้าทำข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้ไม่ได้ ทำธุรกิจได้ แต่จะแค่พออยู่พอกิน ไม่มีทางก้าวกระโดด

  1. ทำธุรกิจตอบสนองความต้องการของผู้อื่น อย่าทำธุรกิจตอบสนองความต้องการของตัวเอง
  2. ทรัพยากรมนุษย์ คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตลาดบริการ คุณภาพคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการผลิตสินค้า ช่องทางการจำหน่ายสำคัญที่สุดสำหรับคนกลาง
  3. แยกให้ออกว่าอะไรเป็น trend อะไรเป็นแค่ fashion

อย่าลงทุนหนักในธุรกิจที่เป็น fashion เพราะความต้องการถูกเปลี่ยนได้เสมอ

  1. จับปลาในมหาสมุทร อย่าจับปลาในบ่อน้ำ
  2. ใจอย่างเดียว สิ่งที่ได้คือเจ๊ง! ไม่แน่ใจ อยู่เฉยๆ ไม่เจ็บตัว
  3. ขอเป็น 0.01 % ในตลาดที่ใหญ่มากๆ อาจจะดีกว่าเป็น 100% ในตลาดที่เล็กๆ

เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 2.1 trillion usd (ล้านล้าน) กับอุตสาหกรรมผลิตสากกะเบือและครก ที่มีลูกค้าใช้อยู่ไม่กี่คน

  1. กลัวเกินไป อาจจะไม่ได้เริ่มทำอะไรสักที
    ไปฝึกวิ่งขายประกันก่อน
    คุณจะพบกับความผิดหวังทุกวัน
    แต่ถ้าคุณทำสำเร็จ คุณจะขายของได้ทุกอย่างบนโลก

 

เทรนด์ธุรกิจที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน

หลายคนมักจะมาถามผมบ่อยๆ ว่า ควรทำธุรกิจอะไรดี คำถามนี้เป็นคำถามที่กว้างเกินไป คำถามที่จะแคบลงมาหน่อยคือ ธุรกิจอะไรที่มีความน่าสนใจในยุคนี้ ผมต้องแบ่งประเภทของธุรกิจเป็น 4 ประเภทใหญ่ก่อนดังนี้

1.เกษตรกรรม ธุรกิจจัดหาวัตถุดิบ และทรัพยากร

เนื่องจากผมไม่เคยทำธุรกิจในหมวดนี้เลย จึงไม่มีความรู้ แต่ที่แน่ๆ ผมจะไม่ไปปลูกข้าว เพราะประเทศเรามีชาวนาเต็มประเทศ ดังนั้น Supply ในตลาดจะมีเต็มไปหมด

ผมจะไม่ไปปลูกยาง ปลูกปาล์ม หรือปลูกลำไย เพราะทุกครั้งที่ผลผลิตล้นตลาดเราจะเห็นภาพที่ชาวสวนเอาผลผลิตที่ได้มาเททิ้งหรือปิดถนน

ธุรกิจในหมวดนี้ที่น่าสนใจคือ “การทำเกษตรอินทรีย์” หรือที่เรียกว่า Organic เรื่องจากเทรนด์ในการดูแลรักษาสุขภาพ ทำให้ผลผลิตที่ได้จากการไม่ใช้สารเคมี สามารถตั้งราคาขายที่ดีกว่าได้ เช่นฟาร์มผัก hydroponics อย่างที่เราเห็น ร้านโอ้กะจู๋ ที่นำแนวคิดเรื่องการปลูกผักโดยไม่ใช้สารเคมีมาทำแบบจริงจัง

ประเทศไทยมีที่ดินเพื่อรอการเพาะปลูกอยู่พอสมควร ถ้าจะทำธุรกิจเกษตร จำไว้ว่า

1.1 อย่าปลูกอะไรที่ชาวบ้านเขาทำกันอยู่แล้วเต็มประเทศ
1.2 สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าด้วยคำว่า organic
1.3 economy of scale หรือการประหยัดต่อขนาดจากการผลิตเป็นปัจจัยที่สำคัญ การหาเทคโนโลยีที่จะทำให้ผลิตได้จำนวนมาก โดยใช้แรงงานที่ลดลง ขนาดพื้นที่เพาะปลูกที่ลดลง จะทำให้มี comparative advantage ในระยะยาว
1.4 ขยายช่องทางแบบ vertical integration เพราะการเพาะปลูกขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เราอาจจะได้ margin ที่น้อย จง add value สินค้าโดยตรง จะทำให้ได้ราคาที่ดีกว่า

2.อุตสาหกรรม ผลิตสินค้า

เราจะเป็นผู้ผลิตครกที่ทนที่สุดในโลก !!!!!

ข้อความฟังดูดีใช่มั้ย แต่ทุกคนคงแอบขำ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่า จะมีคนที่ต้องการใช้ครกอยู่ไม่กี่คน ที่สำคัญ ซื้อครกครั้งเดียว ใช้งานได้ตลอดไป

เราต้องยอมรับว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมมันถูก disruption ได้ง่ายมากจากประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่าเรา เวียดนาม จีน ดังนั้นก่อนจะทำอะไร ดูเรื่อง labor wage ขั้นต้นก่อน

จุดชนะของธุรกิจอุตสาหกรรม แต่เดิมเราให้ความสำคัญของ economy of scale แต่ในความเป็นจริงผมคิดว่า จุดชนะที่แท้จริงคือ Branding

Nike ประสบความสำเร็จในการสร้าง branding โดยย้ายฐานการผลิตไปที่ปากีสถานและจีน ประเทศที่มีค่าแรงถูกมาก เพราะต่อให้เรามี economy of scale ขนาดไหน สินค้าถูกแต่ไม่มีคนซื้อ ก็ไม่มีความหมาย

ถ้าจะทำอุตสาหกรรม จงจำไว้ว่า

  1. Branding is everything
    2. อย่าผลิตอะไรที่ใช้งานได้ตลอดไป เพราะเรายังต้องจ่ายค่าแรงทุกวัน
    3. อย่าผลิตอะไรที่คนใช้มีอยู่จำกัด ให้ผลิตสินค้าที่คนใช้ได้ทั้งโลก
    4. เหนือที่สุดคือใช้ supply create demand สร้างอุปทานของสินค้าก่อน ถ้าดีจริงอุปสงค์จะตามมาเอง เช่น iphone เป็นต้น
    5. จำไว้ว่า ถ้าสินค้าของเราขายดีเมื่อไหร่ จีนจะทำได้ภายในไม่เกินครึ่งปี

3.ธุรกิจพาณิชยกรรรม คนกลาง ซื้อ-ขายสินค้า

หมวดนี้เป็นรูปแบบธุรกิจที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด และใช้ทุนไม่เยอะ เราสามารถเริ่มต้นได้ทันที อาชีพตัวแทนขายประกัน กองทุน แอมเวย์ กิฟฟารีน ขายเสื้อผ้าออนไลน์ ทำร้านเซเว่นอีเลเว่น ขายโชห่วย ต่างอยู่ในหมวดนี้

ตอนเด็กๆ ผมเคยเห็นผ่านตากิจการการค้าของที่บ้าน เป็นร้านขายส่งสินค้าทั่วไป (โชห่วย) พวกน้ำตาล ถั่วลิสง นมมะลิ กระทิงแดง เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ที่บ้านเรามีคนงานเยอะมาก แต่ profit margin สินค้าต่ำมาก ไม่น่าจะถึง 1% ของราคาขาย เนื่องจากเน้นขายส่ง คือเน้น volume จำนวนมาก จึงต้องตั้งราคาขายให้ต่ำ

โตขึ้นมาหน่อย มาช่วยงานที่บ้าน ผมเคยผ่านงานการขายทอง เพชร เครื่องประดับ มาประมาณ 5 ปี profit margin สูงในเครื่องประดับราคาแพง แต่การตัดสินใจซื้อของลูกค้ายากกว่ามาก

ตอนผมออกมาทำกิจการส่วนตัว ผมเคยเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ผมเน้นเฉพาะแปลงใหญ่ (ราคา 100 ล้านขึ้นไป) เพราะความเหนื่อยมันพอๆ กัน กว่าจะปิดได้แต่ละเคสยากมาก ตัวหารเยอะ ข้อดีคือไม่ต้องใช้ทุน ข้อเสียคือโดนคนอื่นข้ามเป็นเรื่องปกติถ้าไม่มีสัญญาที่ผูกมัดแน่นพอ

การเทรดหุ้นเป็นคล้ายกับธุรกิจซื้อมา-ขายไป คือพยายามซื้อให้ถูกและขายให้แพง มันเป็นการซื้อขายสินค้าที่มีสภาพคล่องที่สุด ได้กำไรเร็วที่สุด และแน่นอนมันก็ขาดทุนเร็วที่สุดเช่นกัน การได้กำไรเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ไม่เคยการันตีว่าจะอยู่ในตลาดได้ตลอดไป เพราะหลายครั้งมันเป็นแค่ unrealized profit

ธุรกิจตัวกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้นวัตกรรม เพราะเราไม่ได้เป็นผู้สร้าง เราเป็นแค่คนกลาง ดังนั้นปัจจัยที่จะทำให้สำเร็จในธุรกิจคนกลางได้แก่

3.1 รู้ว่าจะต้องซื้อให้ถูกตอนไหน และจะขายในราคาที่ดีตอนไหน
3.2 ช่องทางการจัดจำหน่ายครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน
3.3 connection สำคัญมากสำหรับการซื้อขายสินค้าขนาดใหญ่
3.4 ตัวกลางที่ดี ต้องไม่จัดหาแค่สินค้า แต่ต้องมีบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมด้วย
3.5 คนกลางที่เหนือกว่าคนกลางคือการสร้าง Marketplace ที่ทุกคนอยากใช้ ยกตัวอย่างเช่น alibaba, amazon, booking.com Agoda, sky-scanner, Airbnb, Grab

4.ธุรกิจการให้บริการ

ธุรกิจนี้ใช้เงินทุนน้อยที่สุดสำหรับผม เป็นคนกลางยังต้องมีทุนในการจัดหาสินค้า แต่ธุรกิจบริการบางอย่างใช้แค่สมองในการเริ่มต้นกิจการ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ผมมีบริษัทที่เปิดขึ้นมาเพื่อเป็น Business consultant ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ทุนในการเริ่มต้นกิจการคือค่าจดทะเบียนบริษัทประมาณ 10,000 บาท นอกนั้นใช้ connection+สมอง ล้วนๆ

ผมเคยให้คำปรึกษาธุรกิจมาหลากหลาย หลายอย่างเริ่มต้นจากความไม่รู้และความโง่เขลา แต่พอทำนานๆ ผมคิดว่าธุรกิจนี้ให้อะไรเราหลายอย่าง ตั้งแต่ความรู้ความเข้าใจในธุรกิจแต่ละประเภท ความสามารถในการเจรจาต่อรอง ทักษะในการแก้ปัญหา ที่สำคัญถ้าเราปิดดีลตามที่ลูกค้าต้องการได้ succession fee ต่อเคสหลักล้านขึ้นไป

Investment academy ถือเป็นธุรกิจบริการเช่นเดียวกัน แต่ผมไม่ได้มองเป็น pure business เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Human Resources จำนวนมหาศาล ดังนั้นรายจ่ายจึงมหาศาลเช่นเดียวกัน แต่ธุรกิจนี้มีเสน่ห์ตรงที่ได้เจอคนที่หลากหลาย และถ้าเราสามารถแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ สิ่งที่ได้มากกว่าเงินคือความภูมิใจ

ถ้าจะทำธุรกิจบริการ อย่าลืม

4.1 ชื่อก็บอกแล้วว่า ธุรกิจบริการ งานของเราคือทำให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมาย
4.2 ไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง ดังนั้น sector นี้ต้องการแค่คนที่ specialist ในหนึ่งเรื่องเท่านั้นเอง
4.3 ความสามารถในการจัดการที่ต้องใช้สูงสุดคือ การจัดการทางด้านทรัพยากรมนุษย์ เพราะงานนี้ต้องเจอคนจำนวนมาก คุณจะต้องเจอทั้ง คนดี คนชั่ว ผู้ใหญ่ที่ดี ผู้ใหญ่ที่แย่ เด็กดี เด็กเกรียนกะโหลกกะลา คนสนับสนุน ตัวอิจฉา อื่นๆอีกมากมาย ถ้าใครที่ชอบทำงานคนเดียวคงทำธุรกิจประเภทนี้ยากหน่อย
4.4 เนื่องจากเป็น sector ที่กว้างมาก แต่ให้ทำความเข้าใจแบบคร่าวๆว่า มนุษย์ต้องการอะไร

– มนุษย์ต้องการปัจจัยสี่รวมถึงปัจจัยทางกายภาพ
– มนุษย์ต้องการความมั่นคงปลอดภัย
– มนุษย์ต้องการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
– มนุษย์ต้องการการยอมรับ
– มนุษย์ต้องการความภาคภูมิใจในตนเอง

BACK TO TOP