หุ้นที่แข็งแกร่งคือบริษัทที่มีอำนาจผูกขาด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

หุ้นที่แข็งแกร่งคือบริษัทที่มีอำนาจผูกขาด

กระทรวง จารุศิระ

คุณธนินท์ เจียรวนนท์ และ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี นี่คือสองตระกูลที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดในประเทศไทย จากการจัดอันดับของ Forbes Magazine ผมดูจาก comment ของคนไทยส่วนใหญ่จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในสองมุมมอง ทั้งที่

1. ศึกษาแนวทางในการทำงาน ว่าเพราะเหตุใด คนทั้งสองจึงประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้
2. ตำหนิเรื่องการสร้างอำนาจผูกขาดทางการค้าโดยใช้ทุนมหาศาล

จริงๆ สองเรื่องที่กล่าวมา เป็นเรื่องเดียวกัน แต่มาจากคนละมุมมอง

ถ้าเราว่ากันในหลักเศรษฐศาสตร์ กำไรปกติ (Normal Profit) จะเกิดในธุรกิจโดยทั่วไปที่มีการแข่งขันสมบูรณ์ (Perfect Competition) เพราะในอุตสาหกรรมเดียวกัน เราไม่สามารถได้กำไรที่เกินปกติได้ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้น จะมีคู่แข่งเข้ามามหาศาล จนทำให้กำไรที่ทำได้ อยู่ในระดับปกติ ในทางตรงกันข้าม ถ้าอุตสาหกรรมใดมีการแข่งขันที่รุนแรงสูงมาก มีการตัดราคากัน หรือมี over supplies ในสินค้าและบริการนั้นๆ จะทำให้ผู้ประกอบการที่สายป่านสั้น บริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ต้องปิดตัวเองไป ทำให้มีจำนวน Supplies ลดลง และภาวะอุตสาหกรรมจะกลับไปที่ normal profits อีกครั้ง มีวิธีการเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถสร้าง กำไรที่เกินปกติ ได้ตลอดไป คือการสร้างอำนาจการผูกขาดแบบผู้ขายรายเดียว หรือผู้ขายน้อยราย (Monopoly & Oligopoly) ไม่ว่าจะเป็นผูกขาดโดยสัมปทาน ผูกขาดด้วยทุนขนาดใหญ่ ผูกขาดด้วยแบรนด์หรือตราสินค้า ผูกขาดด้วยนวัตกรรม หรือ ผูกขาดด้วยการทุ่มตลาด

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าธุรกิจที่สามารถสร้างอำนาจการผูกขาดได้ในระดับหนึ่ง ราคาหุ้นจะยืนได้ ถึงราคาลดก็จะลดน้อย

ยกตัวอย่างเช่น AOT PTT BDMS CPALL บริษัทเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีอำนาจในการแข่งขันสูงหรือเป็นผู้ประกอบการรายเดียว อย่าง AOT ก็เป็นผู้บริหารสนามบินหลักๆทั่วประเทศ PTT ก็คือผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานรายใหญ่และยังเป็นเจ้าของสัมปทานแหล่งพลังงาน BDMS เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีโรงพยาบาลในเครือจำนวนมากครบทุกตลาดตั้งแต่ระดับล่างถึงบน ส่วน CPALL ก็เป็นร้านสะดวกซื้ออันดับหนึ่งที่มีจำนวนสาขามากกว่าผู้เล่นอันดับสองหลายเท่า

หุ้นพวกนี้ การเติบโตอาจจะไม่หวือหวาระดับ 30-40% อีกแล้วเพราะธุรกิจเติบโตมาจนถึงจุดที่ Stable แล้ว แต่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง ตราบใดที่ยังไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขันที่มีอยู่ไป นอกจากนี้เราจะไม่เห็นหุ้นพวกนี้ปรับตัวลดลงรุนแรง เพราะจะมีนักลงทุนกลุ่ม Smart Money เช่นกองทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาซื้อ เวลาที่ต่างชาติให้ความสนใจหุ้นไทยก็จะเข้ามาซื้อหุ้นกลุ่มนี้ก่อนเพราะธุรกิจเป็นที่รู้จักและมีมาร์เกตแคปขนาดใหญ่

ทฤษฎี Stock Quadrant ที่ผมพัฒนาขึ้นจะให้เกรดกับหุ้นกลุ่มนี้อยู่ในควอดแรนท์ A คือถ้ากราฟยังเป็นขาขึ้นก็สามารถซื้อเมื่อราคาย่อตัวได้ หรือถ้าหยุดเป็นขาลงและกลับตัวเป็นขาขึ้นก็สามารถใส่เงินลงทุนลงไปได้มาก

ลองไปดูหุ้นที่ยังไม่พักฐานแรงในช่วงเดือนที่ผ่านมาดู เราจะพบหุ้นกลุ่มนี้ทรงกราฟยังไม่เสียมากและยังสามารถลงทุนได้ ขอเพียงเราลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ โอกาสที่จะแพ้ก็ยากแล้วครับ

BACK TO TOP