ศูนย์ STEWARDSHIP ASIA เผยแพร่ 7 คุณลักษณะสร้างธุรกิจครอบครัวที่ยั่งยืน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • ศูนย์ STEWARDSHIP ASIA เผยแพร่ 7 คุณลักษณะสร้างธุรกิจครอบครัวที่ยั่งยืน

ศูนย์ STEWARDSHIP ASIA เผยแพร่ 7 คุณลักษณะสร้างธุรกิจครอบครัวที่ยั่งยืน

Forbes Thailand

ศูนย์ Stewardship Asia (SAC) เผยผลสำรวจคุณลักษณะ 7 ข้อ ขององค์กรและธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืนที่มีสำนักงานใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก (APAC)

รายงานฉบับนี้วิเคราะห์ค่านิยมพื้นฐานของ 200 องค์กร จาก C-Suite ที่ประสบความสำเร็จ และมีความยั่งยืนระยะยาว จากคำถามในแบบสำรวจถึงวิธีการที่องค์กรเหล่านี้วางแผนในการเปลี่ยนแปลงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เกี่ยวข้อง การมีส่วนร่วมกับประชาสังคม จากคำตอบที่ได้สรุปเป็นคุณลักษณะ 7 ประการที่ผู้นำและองค์กร

หนึ่งในคุณลักษณะหลักของธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จคือ การมีเป้าหมาย ด้าน Claire Chiang ประธานกรรมการมูลนิธิ Banyan Tree Global กล่าวว่า “วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการเสริมสร้างศักยภาพของผู้คน ถือเป็นหลักการพื้นฐานของการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม”

ธุรกิจครอบครัวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกผ่าน ความตระหนักของชุมชน และนิยามความสำเร็จส่วนบุคคลผ่านการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับคนที่อยู่รอบตัว นอกจากนี้ ผู้นำที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมยังถูกมองว่ามี วิสัยทัศน์ระยะยาว ในขณะที่สร้างองค์กรให้ยั่งยืน และเมื่อเวลาผ่านไป การปกป้องผลประโยชน์ของผู้คนในอนาคต ถือเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญสำหรับบริษัท

ความเชื่อถือได้ และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณสมบัติที่ต้องการมากที่สุดในองค์กรธุรกิจครอบครัวของชาวเอเชีย Daniel Teo ประธานและกรรมการผู้จัดการกลุ่ม Hong How Group และผู้อำนวยการกลุ่ม Tong Eng กล่าวว่า “การสร้างความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญในโลกธุรกิจของเรา ระหว่างช่วงเวลาที่พ่อผมยังอยู่ เราได้ซื้อขายฮาร์ดแวร์และแผ่นดีบุกกับลูกค้าในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซีย ซาบาห์ ตาวาอู กรุงเทพ โดยอาศัยความไว้วางใจกันเป็นหลัก คำสั่งถูกดำเนินการทางโทรศัพท์ จากนั้นก็ทำการจัดส่งโดยไม่มีสัญญา ทั้งหมดเป็นการค้าขายแบบปากต่อปาก และกำหนดการจ่ายเงินก็เป็นการให้เกียรติกัน”

เพื่อให้สามารถแข่งขันต่อไปได้ ความสามารถในการปรับตัว เพื่อให้ทันสมัยกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเป็นคุณลักษณะสำคัญ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์และบริการ เทคโนโลยีและระบบดิจิทัลก็เป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรในอีก 5 ปีข้างหน้า การทำเพื่อสังคม เป็นองค์ประกอบที่สำคัญเนื่องจากผู้นำการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมให้คุณค่า ความรับผิดชอบต่อสังคม และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพวกเขาต้องปรับปรุงสภาพสังคม และเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้น ผู้นำธุรกิจใส่ใจพนักงาน และให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงานมากกว่าความสามารถในการทำกำไรของบริษัท เมื่อวัดความสำเร็จขององค์กร

ซึ่งพฤติกรรมการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม 7 อย่างซึ่งทำให้องค์กรเหล่านั้นสามารถยั่งยืนต่อไปหลายชั่วอายุ ได้แก่ 1. วัตถุประสงค์ 2. ความตระหนักถึงชุมชน 3. วิสัยทัศน์ระยะยาว 4. ความเชื่อถือได้ 5. ความสามารถในการปรับตัว 6. ความรับผิดชอบต่อสังคม  และ 7. การดูแลพนักงาน

BACK TO TOP