มาตรฐานการซื้อ-ขายเปลี่ยนไป เมื่อตลาดบ้านเข้าสู่ยุค AI - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

มาตรฐานการซื้อ-ขายเปลี่ยนไป เมื่อตลาดบ้านเข้าสู่ยุค AI

DDproperty

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันธุรกิจ จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ไม่นิ่งเฉย ลงมือสร้างกลยุทธ์ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อยกระดับมาตรฐานการซื้อ-ขายที่อยู่อาศัยให้โดยใจผู้บริโภคสูงสุด อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้ภาพรวมของตลาดในไตรมาส 2 และ 3 ดีขึ้นกว่าช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา

ภาพรวมตลาดอสังหาฯ 2 เดือนแรกของปี 61

ในช่วงปลายปี 2560 เหล่ากูรูด้านอสังหาฯ ต่างออกมาพยากรณ์สถานการณ์ตลาดว่าจะมีการเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัจจัยบวกสนับสนุนหลายด้าน ทั้งอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เปิดช่องทางผู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น ประกอบกับภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติ เข้าร่วมพัฒนาเมกะโปรเจกต์ต่างๆ รวมไปถึงในธุรกิจอสังหาฯ ในโซนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงทำให้เกิดการหลั่งไหลของการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทย จีน และญี่ปุ่นเกิดขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของที่อยู่อาศัยให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ มาแทรกเข้าไปในรูปแบบของบ้าน-คอนโดฯ เหตุนี้จึงทำให้หลายคนมองว่าปี 61 นี้เป็นช่วงขาขึ้นของตลาดอสังหาฯ

แต่แล้วเมื่อการเริ่มต้นของตลาดอสังหาฯ 2 เดือนที่ผ่านมาพบว่า จำนวนยูนิตโครงการใหม่มีการเปิดตัวน้อยกว่าปีก่อนๆ โดย ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ หรือ AREA เผยช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดขายน้อยกว่าปีก่อนถึง 13,629 หน่วย โดยรูปแบบของอสังหาฯ ประเภททาวน์เฮ้าส์ เป็นที่นิยมเปิดขายใหม่ในตลาดมากกว่าคอนโดมิเนียม ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากปัจจัยราคาที่ดินในเมืองมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะโซน CBD ของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทำเลยอดนิยมของการพัฒนาที่ดินเป็นโครงการคอนโดมิเนียม เนื่องจากผู้บริโภคนิยมอยู่อาศัย เพราะเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งงาน พร้อมรายล้อมไปด้วยไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยมีการเปิดเผยศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ อย่างสีลมครองแชมป์ราคาที่ดินแพงสุดคือ 1 ล้านบาท/ตร.ว. ขณะที่พื้นที่ชานเมืองอันรองรับอานิสงส์ความเจริญจากกรุงเทพฯ ชั้นใน อย่างโซนอ่อนนุช ปัจจุบันมีระดับราคาที่ดินพุ่งขึ้นสูงถึง 7 แสนบาท/ตร.ว.

จากปัจจัยราคาที่ดินแพงดังกล่าวจึงทำให้ช่วง 2 เดือนแรกชองปี 61 โครงการใหม่ที่ผุดขึ้นส่วนใหญ่จึงเป็นรูปแบบทาวน์เฮ้าส์ที่ปักหมุดอยู่แถบชั้นกลางและรอบนอกกรุงเทพฯ นั่นคือย่านลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ รามอินทรา รังสิต-นครนายก ลำลูกกา และบางนา ส่วนใหญ่มีราคาเปิดขายอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมแม้ระดับความนิยมจะเป็นรอง แต่โครงการเกาะติดอานิสงส์รถไฟฟ้ายังคงเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแถบเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่โดดเด่นเรื่องทำเล เนื่องจากเข้าเมืองสะดวก ราคาขายเริ่มต้นยังอยู่ในระดับล้านปลายๆ ซึ่งเป็นระดับราคาที่ผู้บริโภคยังสามารถจับต้องได้

นวัตกรรมเทคโนโลยี โหมดใหม่ของการแข่งขันในตลาดอสังหาฯ

เป็นที่รู้กันดีว่ายุคของการทำธุรกิจอสังหาฯ ปัจจุบันมีการแข่งขันเรื่องทำเลค่อนข้างมาก หากผู้ประกอบการรายใดสะสม Land Bank ไว้เยอะ ย่อมได้เปรียบกว่า แต่เมื่อมีความต้องการที่ดินโดยเฉพาะในหัวเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้ระดับราคาที่ดินปรับตัวสูง บรรดาผู้ประกอบการรายเล็กจึงต้องถอยออกไปเน้นชานเมือง หรือปรับรูปแบบการนำเสนอโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ เพื่อให้โดนใจความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานซื้อ-ขายตลาดที่อยู่อาศัยอีกขั้น และกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้นี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากนวัตกรรมเทคโนโลยี

นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ถูกดึงมาใช้ในยุคของที่ดินราคาแพง หนีไม่พ้นความอัจริยะของ AI โดยถูกนำมาใช้ในตลาดอสังหาฯ แทบทุกขั้นตอนของการซื้อ-ขายที่อยู่อาศัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

ใช้นวัตกรรม AI เปิดประสบการณ์ผู้บริโภค กระตุ้นการซื้อ – รูปแบบของ AI ในที่นี้จะปรากฎในขั้นตอนของการซื้อ-ขายที่อยู่อาศัย โดยผู้ประกอบการอสังหาฯ จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการให้ข้อมูลบ้านหรือคอนโดฯ ที่ตนเองซื้อ อย่างการนำ Chatbot มาตอบทุกข้อสงสัยของผู้บริโภคผ่าน Social Media

AI กับการสร้างสังคมที่อยู่อาศัยน่าอยู่ – สังคมน่าอยู่กับ AI คือการสร้างความปลอดภัยภายในที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค อย่างที่ตอนนี้เริ่มเห็นผู้ประกอบการสร้าง AI เพื่อแจ้งเตือนทั้งความปลอดภัยภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันขโมย เปิด-ปิด ไฟฟ้า และอื่นๆ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันบนมือถือ

AI ใช้ความอัจฉริยะเสริมมาตรฐานตลาดซื้อ-ขายบ้าน

นอกจากนวัตกรรมเทคโนโลยี AI จะถูกนำมาใช้ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคในหมู่ของผู้ประกอบการอสังหาฯ แล้ว ด้านเว็บไซต์สื่อกลางด้านอสังหาฯ อย่าง PropertyGuru ก็ได้นำร่องคิดค้นกลไกที่จะช่วยยกมาตรฐานของการซื้อ-ขายบ้านมือสองให้มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน โดยได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่าง AI Machine Learning มาเป็นตัวขับเคลื่อน คัดกรองบ้านมือสองที่ใช่ให้กับผู้บริโภค

กลไลความอัจฉริยะของเจ้า AI เกิดขึ้น เมื่อเจ้าของบ้านหรือเอเจนท์ที่ต้องการลงประกาศขายผ่านทางโลกออนไลน์ ได้นำรูปภาพของบ้านหรือคอนโดฯ ที่ต้องการทอดตลาดไปลงอย่างไม่ถูกต้อง โดยรูปดังกล่าวจะมีลักษณะนำรูปที่ไม่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยอย่างหน้าของเจ้าของบ้านหรือเอเจนท์มาปรากฎบนภาพ หรือวางคำโฆษณาบนรูปภาพจนไม่สามารถมองเห็นภาพของห้องหรือบ้านที่จะซื้อได้ชัดเจน ซึ่งไม่เอื้อประโยชน์ต่อผู้บริโภค โดย AI จะทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

1. เมื่อเจ้าของบ้านหรือนายหน้าลงรูป ประกาศขายบ้าน เจ้า AI จะทำหน้าที่สแกนเพื่อตรวจสอบมาตรฐานของรูปทันที
2. นอกจากจะคัดกรองมาตรฐานของรูปแล้ว ระบบจะช่วยแยกภาพที่คุณโพสต์ว่าเป็นรูปผังห้อง, ผังโครงการ, สิ่งอำนวยความสะดวก, แผนที่โครงการ เป็นต้น
3. รูปที่ผ่านการคัดกรองจะถูกนำไปโพสต์ลงในหน้าประกาศของคุณ

กลไกการคัดกรองของเจ้า AI ข้างต้น นับเป็นการยกระดับมาตรฐานของการซื้อ-ขายบ้านในปัจจุบัน ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น เมื่อได้ดูรูปบ้านหรือคอนโดฯ ที่ตรงกับสภาพความเป็นจริง ทั้งนี้จากการทดลองใช้เทคนิคดังกล่าวบนเว็บไซต์ PropertyGuru ที่สิงคโปร์แล้ว พบว่ามีจำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมประกาศซื้อ-ขายที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ผู้ขายหรือตัวแทนอสังหาฯ ก็ได้รับ Lead ซึ่งนำไปสู่การปิดการขายได้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำนวัตกรรม AI เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายในชีวิตจริง และที่สำคัญ มีส่วนให้การตัดสินใจครั้งสำคัญของคุณทำได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้แม้ว่านวัตกรรมเทคโนโลยี AI จะเข้ามาช่วยยกมาตรฐานของภาคธุรกิจอสังหาฯ ด้วยการคัดกรองบ้านให้โดนใจและเอื้อประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค แต่ในอนาคตเมื่อนวัตกรรมดังกล่าวมีการพัฒนามากขึ้น สิ่งที่หลายคนกังวลคงหนีไม้พ้นนวัตกรรมเหล่านี้จะมาลดบทบาทของมนุษย์หรือไม่ และธุรกิจบางประเภทที่ปรับตัวไม่ทันอาจได้รับผลกระทบและปิดตัวลงไปในที่สุด

ดังนั้นก่อนที่โลกอนาคตจะหมุนมาในไม่ช้า ผู้ประกอบการธุรกิจจึงควรช่วงชิงโอกาสสร้างกลยุทธ์ให้ระบบของเทคโนโลยีออนไลน์และออฟไลน์เดินหน้าสู่ความสำเร็จควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจน้อยที่สุดและรองรับความต้องการของผู้โภคสูงสุดในเวลาเดียวกัน

DDproperty.com เว็บไซต์สื่อกลางอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่ง ที่รวบรวม ทิปส์ในการซื้อขายอสังหาฯ และรีวิวโครงการใหม่ ทั้งไทยและอังกฤษ ไว้กว่า 10,000 บทความ

BACK TO TOP