XPeng จากไอเดียสร้าง “Tesla ของจีน” สู่แบรนด์รถ EV ราคาถูกยอดขายหมื่นล้าน - Forbes Thailand

XPeng จากไอเดียสร้าง “Tesla ของจีน” สู่แบรนด์รถ EV ราคาถูกยอดขายหมื่นล้าน

Tesla ถือเป็นผู้บุกเบิกเจ้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV หลังจากนั้นไม่นาน BYD จึงได้วิ่งไล่ตามจนปัจจุบันกลายมาเป็นหนึ่งในคู่แข่งตัวฉกาจ ต่อเนื่องมาถึง Xiaomi ที่ยังต้องขอกระโจนเข้าร่วมศึกการแข่งขันในตลาดครั้งนี้อีกด้วย แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะ Forbes Thailand จะขอแนะนำผู้เล่นอีกรายอย่าง XPeng ที่เตรียมเปิดตัวรถ EV ราคาถูกแสนถูก เข้ามาร่วมวงห้ำหั่นแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างกล้าหาญ


    XPeng หรือ เสี่ยวเผิง ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถ EV ของจีนที่น่าจับตามอง ที่เตรียมมาอวดโฉมรถรุ่นใหม่ในงาน Motor Show 2024 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายนนี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชูจุดเด่นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในราคาถูกกว่าแบรนด์อื่นเป็นเท่าตัว


XPeng G6


    ทว่าเบื้องหลังรถ EV ราคาถูก คือ มหาเศรษฐีผู้วาดวิสัยทัศน์ของทั้งตัวเองและบริษัทไว้อย่างชัดเจน และมุ่งมั่นลงมือทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เขาคนนั้นคือ He Xiaopeng ผู้ก่อตั้งและประธานแห่ง XPeng ที่เคยวางแผนเข้าถึงอิสรภาพทางการเงินก่อนอายุ 40 แต่ชีวิตของเขากลับก้าวกระโดดถึงขั้นผงาดบนทำเนียบมหาเศรษฐีกันเลยทีเดียว


ก่อนจะมาเป็น XPeng

    He Xiaopeng เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1977 ในเมือง Huangshi มณฑลหูเป่ย บริเวณตอนกลางของประเทศจีน เขาจบการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก South China University of Technology ในปี 1999 ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ AsiaInfo Technologies ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ หน้าที่ของเขาคือการสร้างระบบอีเมลขนาดใหญ่


He Xiaopeng สมัยยังทำงานที่ UCWeb


    เขาวางเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า จะเข้าถึงอิสรภาพทางการเงินให้ได้ก่อนอายุ 40 ปี เมื่อเขาทำงานไปสักระยะก็ค้นพบว่าบริษัทนี้ไม่อาจนำพาตัวเขาไปถึงเป้าหมายได้ จึงตัดสินใจลาออกพร้อมกับเพื่อนชื่อ Liang Jie เพื่อมาเปิดบริษัท UCWeb

    ทั้งสองร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับมือถือ ผลลัพธ์คือเว็บบราวเซอร์ยอดนิยมในจีน กระทั่งในปี 2014 พวกเขาก็ขายบริษัทให้ยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ด้วยมูลค่า 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

    He Xiaopeng ในเวลานั้นมีอายุ 37 ปี และกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้มีอิสรภาพทางการเงินดังเช่นที่ตั้งใจไว้ อีกทั้งเขากับ Liang Jie ยังได้รับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงใน Alibaba แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความเป็นผู้ประกอบการของ He Xiaopeng จะหมดลงไปด้วย เพราะเมื่อเขาได้รับรถยนต์ Tesla ที่เคยสั่งซื้อไว้ ประกายไอเดียก็ถูกจุดขึ้นในหัวของเขา

    เริ่มแรก เขาเสนอให้ Alibaba พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าก่อน แต่กลับถูกปฏิเสธ ดังนั้น He Xiaopeng จึงเริ่มหาทีมมาร่วมกันสร้าง ‘Tesla ของจีน’ ขึ้น และได้พบกับ Xia Heng และ He Tao ผู้มีประสบการณ์ในแวดวงยานยนต์


He Tao, He Xiaopeng และ Xia Heng


    ในเดือนมกราคมปี 2015 พวกเขาเริ่มต้นเปิดบริษัท Guangzhou Chengxing Zhidong Automobile Technology ซึ่งก็คือ XPeng Motors ในปัจจุบัน โดยต่างแบ่งสรรหน้าที่กันอย่างลงตัว Xia Heng และ He Tao ออกแบบรถ ส่วน He Xiaopeng ที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านนี้ก็รับหน้าที่หาเงินทุน


บุกตลาด EV ด้วยรถราคาถูก

    ทั้งสามไม่เพียงแค่ออกแบบและระดมทุนเท่านั้น แต่ยังสร้างโรงงานอัจฉริยะเป็นของตัวเองในปี 2016 ซึ่งมีกำลังการผลิตรถยนต์ได้ 100,000 คันต่อปี ตั้งอยู่ในเมือง Zhaoqing แต่ก่อนที่โรงงานจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2020 พวกเขาก็ได้ทำสัญญากับ Haima Automobile ให้เป็นผู้ผลิตรถยนต์รุ่นแรกของ XPeng

    และแล้ว G3 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของสตาร์ทอัพหน้าใหม่ก็เผยโฉมในเดือนธันวาคม 2018 ในราคาเพียง 150,000 หยวน หรือ 21,500 เหรียญ (คิดเป็นเงินไทยราว 760,000 บาท) เท่านั้น โดยสามารถวิ่งได้ไกล 365 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

    หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคมปี 2020 จึงได้เปิดตัวรุ่น P7 ออกมาต่อเนื่อง ซึ่งในปีเดียวกันนี้เอง XPeng ก็ได้ IPO เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก มูลค่าหุ้นพุ่งสูง 40% ในวันแรกที่มีการซื้อขายหุ้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ในปี 2021 สตาร์ทอัพ EV สัญชาติจีนรายนี้ก็ IPO สู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอีกทางหนึ่ง และปล่อยรถออกมาอีกสองรุ่น ได้แก่ P5 และ G9


XPeng P5

    นอกจากนี้ ในปี 2021 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นปีทองในช่วงขาขึ้นของ XPeng ยังพาให้มูลค่าความมั่งคั่งของ He Xiaopeng พุ่งทะยานแตะ 5.5 พันล้านเหรียญ จนทำให้เขาก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีจีนประจำปีนั้นของ Forbes โดยอยู่ในอันดับที่ 76

    หลังจากนั้น XPeng ก็ยังคงพัฒนาและปล่อยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่าผู้เล่นอื่นในตลาด แต่คุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน และได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค แม้จะมีประเด็นในปี 2019 ที่ Tesla ออกมากล่าวหาว่าพนักงานของ XPeng ขโมยข้อมูลระบบขับรถอัตโนมัติ (Autopilot) ของพวกเขาไป ซึ่งทาง XPeng ก็รีบดำเนินการตรวจสอบภายในบริษัท และชี้แจงว่าไม่มีหลักฐานการส่งต่อข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ เข้ามา

    นอกจากนี้ Bjorn Nyland ยูทูเบอร์ที่เป็นแฟนตัวยงของ Tesla ยังเคยบอกว่าระบบจอดรถอัตโนมัติ (Autoparking) ของ XPeng ในเวลานั้นดีกว่าของ Tesla เสียอีก


XPeng G6

    ล่าสุด เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา XPeng มีรายได้รวม 3.06 หมื่นล้านหยวน หรือ 4.32 พันล้านเหรียญ คิดเป็นอัตราการเติบโต 14.2% เทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้ในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 1.30 หมื่นล้านหยวน หรือ 1.84 พันล้านเหรียญ เรียกได้ว่าเป็นมูลค่ามหาศาลแม้ตลาดรถ EV ในระยะหลังมานี้จะเริ่มชะลอตัวลง

    สำหรับประเทศไทย ผู้นำเข้ารถยนต์ของ XPeng อย่างเป็นทางการคือ MGC-Asia หรือ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งกำลังเตรียมนำรถ SUV ไฟฟ้า 100% ของ XPeng รุ่น G6 อันเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดมาจัดแสดงในงาน Motor Show 2024 ระหว่าง 27 มีนาคม - 7 เมษายนนี้ ก่อนจัดจำหน่ายจริง นอกจากนี้ รถตู้ไฟฟ้ารุ่น X9 จาก XPeng ก็มีแผนเปิดตัวในไทยภายในปีนี้ด้วยเช่นกัน


แหล่งที่มา:

The Big Read: History of Xpeng

Who Is Xpeng?


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “ชีวิตมาก่อนงาน” บทเรียนจาก Bill Gates เตือนให้พักผ่อน - ใช้เวลากับคนที่รัก

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine