WORLD / AMERICA

ไม่ใช่แค่น้ำมันธรรมดา ยุคพลังงานสะอาดของ ExxonMobil

ในการสัมภาษณ์พิเศษ ซีอีโอ ExxonMobil คนใหม่ได้นำเสนอแผนรับมือกับโลกที่มีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นในรูปแบบที่ไม่ทำร้ายโลก

Darren Woods เดินสาวเท้ามาตามทางเดินยาวปูด้วยเสื่อน้ำมันของศูนย์วิจัย ExxonMobil ใน Clinton รัฐ New Jersey วิศวกรไฟฟ้าร่างสูงวัย 53 ปี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอ Exxon ในเดือนมกราคมปี 2017 ไม่รู้สึกอึดอัดใจในการทำงานที่ศูนย์รวมบุคคลอัจฉริยะแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่อย่างปลอดภัยบนพื้นที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติเนื้อที่ 750 เอเคอร์ มีรั้วรอบขอบชิด พนักงานรักษาความปลอดภัยที่มีอาวุธครบมือ และสแกนเนอร์รังสีเอกซ์

นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากมายของ Exxon ได้ใช้งบประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีในความพยายามตอบโจทย์ที่ท้าทายที่สุดข้อหนึ่งในยุคสมัยของเรา ซึ่งก็คือ เราจะลดการปล่อยของเสียให้น้อยลงในขณะที่สามารถตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของโลกใบนี้ได้อย่างไร 

Woods ตกลงที่จะให้สัมภาษณ์พิเศษกับ FORBES ที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักงานของฝ่ายบริหารของ Exxon ใน God Pod นอกรัฐ Texas ไปหลายพันไมล์ ประเด็นก็คือเพื่อเน้นย้ำว่าตัวเขาเข้าใจข้อเท็จจริงที่ว่าคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวการทำลายสภาพอากาศของโลกเราเป็นอย่างดี 


ภายในศูนย์วิจัย ExxonMobil ใน Clinton รัฐ New Jersey (Photo Credit: ExxonMobil)

“เราเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข” Woods กล่าว “เรามีความจริงใจในการแก้ปัญหาดังกล่าว และเราก็มีความเชื่อมั่นมากอีกด้วย”

แต่จริงๆ แล้ว เขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่ ท้ายที่สุดแล้ว Exxon ไม่ได้กำลังจะยุติการขุดเจาะน้ำมันใต้พื้นผิวโลกอย่างที่นักต่อต้านการปล่อยก๊าซคาร์บอนต้องการ ความจริงแล้วภายในปี 2025 Exxon วางแผนจะเพิ่มการผลิตน้ำมันอีกมากกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวันในสหรัฐฯ และต้องการผลผลิตเพิ่มอีก 200,000 บาร์เรลต่อวันจากแหล่งผลิตขนาดใหญ่แหล่งใหม่นอกชายฝั่ง Guyana 

นักคาดการณ์แนวโน้มสำคัญของ Exxon ประมาณการว่าน้ำมันทุกหยดจะเป็นที่ต้องการเนื่องจากพลเมืองชนชั้นกลางทั่วโลกจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 25% ภายในปี 2040 

“การไปเยือนสถานที่ต่างๆ ที่ประสบปัญหาพลังงานขาดแคลนนั้นทำให้คุณมีแรงกระตุ้น” Woods กล่าว “คุณไม่สามารถเดินหนีไปเฉยๆ และพูดว่า ‘ช่างพวกเขาเถอะ’ ได้”


“เราไม่ได้ใช้การนำเสนอข้อมูลด้วย PowerPoint เพื่อเอาตัวรอดจากปัญหานี้ แต่เรากำลังหาทางออกด้วยวิทยาศาสตร์ต่างหาก” Vijay Swarup หัวหน้าห้องปฏิบัติการของ Exxon กล่าว

อย่างไรก็ดี Exxon ยังจับตาดูพายุใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นจากแรงกดดันจากผู้มีอำนาจบังคับตามกฎหมาย สังคม และผู้ถือหุ้นที่ต้องการให้ Exxon ผลิตพลังงานสะอาดอย่างไม่วางตา 

สิ่งที่เราต้องการก็คือนวัตกรรมที่เข้าเกณฑ์ 4 ข้อดังต่อไปนี้ ซึ่งได้แก่การเป็นนวัตกรรมที่ “อยู่ในงบประมาณที่เราสามารถจ่ายได้ สามารถปรับเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตได้ เชื่อถือได้ และมีความยั่งยืน” Vijay Swarup ผู้บริหาร Exxon ซึ่งดูแลศูนย์วิจัยใน New Jersey กล่าว

นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่มูลค่า 2.6 แสนล้านเหรียญ (ยอดขายโดยประมาณในปี 2017) 

ก่อนหน้านี้ Exxon มีอดีตซีอีโออย่าง Lee Raymond และ Rex Tillerson (ปัจจุบัน Tillerson ทำข้อตกลงยุติความสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิงกับ Exxon และนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาล Donald Trump) ทั้งคู่ต่างมีนโยบายที่ค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับเรื่องพลังงานสะอาด


“การรักษ์โลกจะมีประโยชน์อะไรเล่า ถ้าหากว่ามนุษยชาติต้องอยู่อย่างยากลำบาก” เป็นคำกล่าวของ Rex Tillerson อดีตซีอีโอ Exxon ที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เข้าใจเรื่องพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง (Photo Credit: bitaf.org)

ในขณะที่เมื่อมาถึงยุคของ Woods บริษัท Exxon มีการลงทุนเพิ่มเท่าตัวกับเทคโนโลยีสีเขียว Exxon ได้ให้สัญญาที่จะร่วมลงทุน 600 ล้านเหรียญกับ Craig Venter (ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ได้) และบริษัทของเขาอย่าง Synthetic Genomics 

ความร่วมมือดังกล่าวเริ่มขึ้นในปี 2009 และในที่สุดเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วพวกเขาได้เปิดเผยถึงการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองผลิตน้ำมันจากสาหร่ายอย่างยั่งยืน 

สิ่งที่ Woods ซึ่งควบคุมดูแลแผนกการกลั่นและเคมีภัณฑ์ของ Exxon มานานหนึ่งทศวรรษต้องการจริงๆ คือโรงกลั่นน้ำมันจากสาหร่าย Franken ที่มีความสามารถในการผลิต 450,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็น “การอดทนรออย่างแน่วแน่” 


การทดลองเพื่อผลิตน้ำมันจากสาหร่ายในการร่วมทุนระหว่าง Exxon กับบริษัท Synthetic Genomics (Photo Credit: gigaom.com)

บริษัทน่าจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ในระยะเวลาอันสั้นกว่านั้น Exxon ได้ร่วมมือกับบริษัทจดทะเบียนอย่าง FuelCell Energy ในการปรับปรุงระบบการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียอื่นๆ จากโรงไฟฟ้ามาผสมกับก๊าซมีเทน และส่งไปตามท่อผ่านเซลล์เชื้อเพลิงซึ่งจะเกิดกระบวนการทางไฟฟ้าเคมี เปลี่ยนก๊าซดังกล่าวให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้มข้น 90% ที่พร้อมจะได้รับการอัดและฉีดลึกลงไปใต้พื้นโลก 

สิ่งที่เตะตา Exxon ก็คือระบบนี้ไม่ใช่กาฝากพลังงาน ซึ่งแตกต่างจากระบบดักจับคาร์บอนอื่นๆ เซลล์เชื้อเพลิงเป็นรูปทรงลูกบาศก์ขนาด 10x10 ฟุตเหมือนกับแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ มีการติดตั้งเซลล์เชื้อเพลิง 2 ลูกที่โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งหนึ่งที่ดำเนินงานโดย Alabama Power โรงไฟฟ้าขนาด 500 เมกะวัตต์แห่งนี้ต้องใช้เซลล์เชื้อเพลิงราว 175 ก้อนจึงจะสามารถดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (และมลพิษอื่นๆ) ได้เกือบทั้งหมด 

และจะทำให้โรงไฟฟ้ามีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าในระยะยาวเพิ่มขึ้นจาก 6 เซนต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็น 8 เซนต์ ซึ่งเกือบเรียกได้ว่าเป็นต้นทุนที่ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากสภาคองเกรสออกกฎหมายเรียกเก็บภาษีคาร์บอน หรือถ้าหากบริษัทน้ำมันต้องการซื้อคาร์บอนไดออกไซด์เพื่ออัดฉีดลงในแหล่งน้ำมันเก่าเพื่อให้สามารถผลิตน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้นอีก


โรงไฟฟ้าเซลส์เชื้อเพลิง (Photo Credit: FuelCell Energy/jwenergy.com)

ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพียงใดก็ไม่พ้นที่จะโดนถากถาง เพราะ Exxon มีประวัติอันมัวหมองมาช้านาน ในปี 1978 James Black นักวิจัยด้านสภาพอากาศของ Exxon ได้จัดทำรายงานเรื่อง “ปรากฏการณ์เรือนกระจก” เพื่อเตือนว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นตัวเร่งให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น 2 องศา และให้ความเห็นว่าประชากรโลกมีเวลา 10 ปีเพื่อขบคิดวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว 

แต่บริษัทก็ไม่ให้ความสนใจที่จะพัฒนานวัตกรรมแต่กลับไปลงทุนในถ่านหินและยูเรเนียมแทน หลังจากนั้นก็มีเหตุการรั่วไหลของเรือบรรทุกน้ำมัน และการปล่อยของเสียปริมาณเกินกำหนดจากโรงกลั่นน้ำมันอีกด้วย

ในที่สุด Eric Schneiderman อัยการสูงสุดของ New York ทำการสืบสวนสอบสวน ExxonMobil ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกันหลอกลวงผู้ถือหุ้นโดยการปิดบังความเสี่ยงของภาวะโลกร้อนมาตั้งแต่ปี 2015 

หลังจากนั้นก็มีการเรียกร้องจากผู้ถือหุ้น การประชุมประจำปีเมื่อปีที่แล้วเป็นเหมือนการเตือนสติ ข้อเรียกร้องจากผู้ถือหุ้นผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 62% การลงมติเรียกร้องให้บริษัทเปิดเผยแผนการรับมือกับภาวะอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นและประเมิน “ความสามารถของทรัพย์สินของบริษัทในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ” ซึ่ง Woods เลือกที่จะไม่เพิกเฉยต่อมติที่ไม่มีผลผูกพันดังกล่าว


เหตุการณ์เรือขนส่งน้ำมันของ Exxon รั่วไหลนอกชายฝั่งเมือง Valdez รัฐ Alaska เมื่อปี 1989 ยังติดอยู่ในใจผู้คนและส่งผลถึงปัจจุบัน เพราะน้ำมันที่รั่วไหลนับหลายพันแกลลอนได้สร้างมลพิษให้พื้นที่ดังกล่าวกินบริเวณ 1,300 ไมล์จากชายฝั่งโดยธรรมชาติที่เสียหายไปไม่อาจคืนกลับดังเดิมได้อีก (Photo Credit: Chris Wilkins/AFP)

“Exxon เคยเพิกเฉยและหยิ่งยโส” Tim Smith กรรมการบริษัท Walden Asset Management ซึ่งเป็นผู้กระตุ้นเตือน Exxon มานานเป็นสิบปีกล่าว “ท่าทีของคนที่ Exxon กำลังเปลี่ยนไป” 

สิ่งที่สร้างความตระหนกครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อปีที่แล้วก็คือการที่ Exxon แต่งตั้ง Susan Avery นักบรรยากาศวิทยาและอดีตผู้บริหารสูงสุดของสถาบัน Woods Hole Oceanographic Institution เป็นคณะกรรมการบริษัท

Woods ปฏิเสธว่าไม่ใช่นักเคลื่อนไหวที่เป็นแรงผลักดันให้เขาตื่นตัว Woods กล่าวว่า “ผมจะแยกการลงมติเรื่องสภาพอากาศออกไป พูดกันตามตรงเราเองก็ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วไม่เกี่ยวกับว่าจะมีมติดังกล่าวหรือไม่ เรามีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้าที่จะมีข้อเสนอจากตัวแทนผู้ถือหุ้นเสียอีก” 

อย่างไรก็ตาม Woods เองก็มีแนวคิดที่ชัดเจน “วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง” จะต้องกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีคาร์บอน 

“ถ้าหากว่าสังคมต้องการแก้ไขปัญหานี้ คุณจะต้องกำหนดราคาคาร์บอนที่มีการสร้างขึ้น” Woods กล่าว “นี่คือสิ่งที่จะเป็นข้อบังคับต่อไป ภาครัฐจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ และสังคมจะต้องยินยอมที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพื่อเป็นการเสริมสร้างแรงจูงใจ และทำให้การแก้ไขปัญหานี้ลุล่วงไปได้ จงระวังสิ่งที่คุณร้องขอ สิ่งนี้อาจลงเอยด้วยการเรียกว่าภาษี Exxon ในที่สุด”

 

เรื่อง: Christopher Helman
เรียบเรียง: ริศา


คลิกอ่านฉบับเต็มของ "ไม่ใช่น้ำมันธรรมดา" ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ เมษายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 21 พฤษภาคม 2561

View : 662


Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 28,945

2

10 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกปี 2017

Update : 14 กันยายน 2560

view : 25,988

3

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 20,780


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader