WORLD / ASIA

Gaw Capital ‘นักต่อรองชั้นนำ' ผู้พลิกฟื้นสินทรัพย์อับแสงสู่ดาวเจิดจรัส

จากฐานที่มั่นในฮ่องกง Goodwin Gaw กำลังสร้าง Gaw Capital กองทุนการลงทุนของเขาให้กลายเป็นมหาอำนาจอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก

Goodwin Gaw สวมเสื้อทีเชิ้ตและใส่รองเท้าทรงสปอร์ตสีดำขัดมันดูเหมือนนักเที่ยวคลับช่วงวันหยุดมากกว่าผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นักบริหารที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังผู้นี้กำลังพูดคุยอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับการประเมินราคาสินทรัพย์หลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ

Gaw วัย 49 ปี คือกูรูนักลงทุนจากฮ่องกง ซึ่งเจาะเข้าไปในธุรกิจอาคารสถานที่ เริ่มต้นจากสหรัฐฯ จากนั้นในจีน เขาและพี่น้อง 2 คนสร้าง Gaw Capital ให้กลายเป็นบริษัทกองทุนส่วนบุคคลด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งบริหารหลักทรัพย์ 1.3 หมื่นล้านเหรียญ นิตยสารอังกฤษชื่อ PERE (ชื่อเดิมคือ Private Equity Real Estate) ยกให้ Gaw Capital เป็นบริษัทกองทุนส่วนบุคคลขนาดใหญ่ที่สุดอันดับที่ 19 ของโลกเมื่อปีที่แล้ว จากอันดับที่ 44 เมื่อปี 2016 และเป็นหนึ่งในสองบริษัทเอเชียที่ทะลุขึ้นไปติด 20 อันดับแรก

ความชำนาญพิเศษของ Gaw คือคลังสินค้าที่ถูกทอดทิ้งและโรงแรมในพื้นที่ห่างไกล แต่เขาก็ร่วมลงทุนในข้อตกลงขนาดใหญ่กว่าเช่นกัน อย่างการซื้อกิจการโรงแรม InterContinental Hotel (ชื่อเดิมคือ Regent) มูลค่า 940 ล้านเหรียญบริเวณฝั่ง Kowloon ของฮ่องกง ซึ่งนั่นเป็นการซื้อธุรกิจโรงแรมมูลค่ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเมื่อปี 2015 และมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

โรงแรมแทบไม่ใช่เป้าหมายของบรรดากองทุนที่มุ่งสร้างความโดดเด่น แต่นักลงทุนที่ใกล้ชิดกับบริษัทกล่าวว่า Gaw กำลังสร้างผลตอบแทนอันยอดเยี่ยม

จุดเริ่มต้นเส้นทางของ Goodwin Gaw เกิดขึ้นในทางใต้ของ California เขาทำงานในวงการอสังหาริมทรัพย์มา 3 ปี ก่อนจะเริ่มระดมทุนจากเพื่อน ครอบครัว และนักลงทุน เพื่อซื้อโรงแรม Roosevelt Hotel อันโด่งดัง ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน Academy Awards ครั้งแรกแต่เสื่อมโทรมลงในทศวรรษ 90s “นั่นทำให้ผมก้าวเข้ามาในวงการจริงๆ”

Gaw ไม่มีประสบการณ์ แต่ด้วยแนวทางที่เป็นแบบฉบับของเขา เขาหมกมุ่นอยู่กับอสังหาริมทรัพย์ พูดคุยกับพนักงาน และเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตัวเอง ภายในเวลา 2 ปีเขาก็พลิกโฉมโรงแรมนั้นได้

หลังก่อตั้ง Downtown Properties เขายังคงซื้อสินทรัพย์อับแสงต่อ โดยกว้านซื้อไปเกือบ 50 แห่งในปี 2002 จากนั้นเขากลับมาหาครอบครัวที่ฮ่องกงและยังคงมุ่งพลิกฟื้นอสังหาริมทรัพย์ตกอับ


Roosevelt Hotel ดีลแรกที่ Gaw เริ่มต้นซื้อสินทรัพย์มาพัฒนาพลิกโฉม (Photo Credit: booking.com)

จากนั้นโรค SARS ก็แพร่ระบาด ฮ่องกงได้รับผลกระทบหนัก การท่องเที่ยวซบเซาและอสังหาริมทรัพย์เสียหาย แต่ Gaw รู้สึกถึงโอกาส เขาจึงใช้เงินลงทุนสะพัด “ความปั่นป่วนสร้างโอกาสในการปลุกปั้นอะไรขึ้นมา ให้ป่วนสถานภาพปัจจุบัน ดังนั้น ผมเลยชอบความปั่นป่วน” เขากล่าว “เราค่อนข้างลงทุนอย่างต่อเนื่องระหว่างช่วง SARS เนื่องจากเราเชื่อว่าฮ่องกงจะฟื้นขึ้นมาได้” แล้วการเดิมพันก็เห็นผล

ครอบครัวของ Gaw มีธุรกิจสิ่งทอ ชิปปิ้ง ธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้วในฮ่องกงซึ่งดูแลโดยแม่ของเขาและ Kenneth น้องชาย แต่เมื่อธุรกิจในฮ่องกงของ Goodwin กำลังโต เขาจึงเสนอให้น้องชายมาร่วมด้วย ซึ่งในที่สุด มันทำกำไรได้อย่างมหาศาลสำหรับครอบครัวของเขา Forbes Asia คาดว่าความมั่งคั่งของครอบครัว Gaw อยู่ที่เกือบ 3 พันล้านเหรียญ

ในปี 2008 น้องสุดท้องในบรรดาลูก 3 คน Christina Gaw วัย 45 ปี เข้ามาทำงานกับบริษัท พร้อมประสบการณ์ที่มีจากวาณิชธนกิจอย่าง UBS และ Goldman Sachs

 

 

“Christina เป็นนักระดมทุนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย” Goodwin กล่าว เธอดูแลด้านบริการลูกค้าและการระดมทุน ขณะที่หลายคนขนานนาม Kenneth วัย 47 ปี ว่านักบัญชีผู้มีไหวพริบเฉียบขาดในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ “Kenny ใส่ใจกับทุกรายละเอียดมากๆ” Christina กล่าว “ถ้าตัวเลขผิดเพี้ยนไปนิดเดียว เขาจะสังเกตได้และแก้ไขทันที เรารู้ว่าตัวเลขไหนใช้ได้ ถ้าผ่านการกลั่นกรองจาก Kenny มาแล้ว เขาเป็นเซฟตี้เน็ตของพวกเรา” ในทางตรงข้าม Goodwin เป็นนักพนันที่ถือข้างฝ่ายชนะ

กองทุนของ Gaw บริหารการลงทุนจากทั้ง London ไปจนถึงเวียดนามและญี่ปุ่น โดยสหรัฐฯ เป็นแหล่งลงทุนใหญ่ของบริษัทซึ่งบริหารจัดการสินทรัพย์มูลค่า 2.7 พันล้านเหรียญ ผ่าน Gaw Capital USA


น้องๆ ของ Gaw – (ซ้าย) Kenneth นักบัญชี และ (ขวา) Christina นักระดมทุนที่ดีที่สุดในเอเชีย

เมื่อพูดถึง Gaw แหล่งข่าวมักจะชื่นชมเรื่องความน่าไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งเป็นบางสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในจีน “พวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มบริหารจัดการที่ดีที่สุดในจีน” อดีตนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ซึ่งเคยลงทุนกับ Gaw Capital และยื่นประมูลแข่งกับบริษัทในบางครั้งกล่าว (เขาขอไม่ให้เปิดเผยชื่อต่อสาธารณะเนื่องด้วยนโยบายของบริษัท) “คุณแทบไม่พบบริษัทที่เหมือน Gaw ซึ่งดำเนินธุรกิจในจีน พวกเขาเปิดเผยมูลค่าและเข้าลงทุนอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ว่าคุณจะทำงานด้วยหรือแข่งขันกับพวกเขา พวกเขาก็จะมีความยุติธรรมและรับผิดชอบ”

ในแวดวงที่จีนนั้น โครงการ Sanlitun ของ Swire Properties ได้รับการพูดถึงอยู่เสมอว่าเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของการกลับฟื้นฟูอสังหาริมทรัพย์ใหม่ พื้นที่ทรุดโทรมของ Beijing ได้รับการชุบชีวิตใหม่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนหน้านี้ แล้วกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่มาแรงของเมืองในเรื่องแหล่งกินดื่ม แหล่งเที่ยวกลางคืน และแหล่งช็อปปิ้ง แต่ไม่กี่คนที่รู้ว่า Gaw Capital มีบทบาทในโครงการนี้

Goodwin เข้าไปสำรวจพื้นที่ที่เต็มไปด้วยคอนโดมิเนียมแนวราบเหล่านี้ แล้วมองเห็นศักยภาพในการกลายเป็นจุดช็อปปิ้งของชาวเมือง “แต่นั่นเป็นโครงการที่ใหญ่เกินไปสำหรับเรา” เขากล่าว “เราเพิ่งระดมทุนรอบแรกไป ผมเลยไปหา Swire แล้วพวกเขาก็เข้ามาในฐานะผู้ร่วมลงทุน” เรื่องที่ Swire ได้ชื่อไปนั้นไม่สำคัญ เพราะ Gaw ขายหุ้นในพื้นที่ดังกล่าวไปให้ Swire แล้วเมื่อไม่กี่ปีก่อน แล้วเดินออกมาด้วยผลกำไรมหาศาล


โครงการ Sanlitun ที่ Gaw อยู่เบื้องหลังในการออกไอเดียพลิกพื้นที่โครงการคอนโดมิเนียมทั่วไปที่ทรุดโทรม ให้กลายเป็นแหล่งช็อปปิ้ง กินดื่มของ Beijing (Photo Credit: vonSchnitzenberg / thousandwonders.net)

เขามีวิสัยทัศน์ที่คล้ายคลึงกันสำหรับพื้นที่เขตอุตสาหกรรมในฮ่องกง Kwun Tong ภาคอุตสาหกรรมย้ายไปจีนนานแล้วและทิ้งซากโรงงานเก่าๆ เอาไว้ Gaw ซื้ออาคารโทรมๆ และนำ MVRDV บริษัทออกแบบสัญชาติดัตช์มาออกแบบตกแต่งรั้วระเบียงและพื้นที่เปิดโล่งให้โดดเด่นขึ้น “ฮ่องกงมาถึงจุดนี้ได้ในปัจจุบัน ก็เพราะอดีตแห่งยุคอุตสาหกรรม โรงงานที่ทำของเล่น และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับโลก” เขากล่าว “ทำไมไม่ทำให้มันกลายเป็นแก้ว แล้วจัดแสดงอดีตแห่งอุตสาหกรรมล่ะ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น นั่นเป็นแนวทางสร้างสรรค์ที่คาดว่าจะดึงดูดภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยี การออกแบบ และแฟชั่น”

Goodwin กล่าวว่า “ผมไม่ได้มองเราในฐานะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผมมองเราในฐานะธุรกิจผลิตภัณฑ์ แค่ผลิตภัณฑ์ของเราคืออสังหาริมทรัพย์ ถ้าคุณเพียงแต่คิดว่าตัวเองเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ คุณจะโดนทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะอสังหาริมทรัพย์กำลังถูกกลืนกินจากกระแสรอบด้านที่แตกต่างกันในทุกวันนี้”

เขาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพื้นที่เมือง โดยการเปลี่ยนแปลงละแวกชุมชนทั้งหมด นั่นเป็นแนวคิดสำหรับ Manhattan ซึ่ง Goodwin กำลังจะปิดดีล Standard, High Line ขนาด 18 ชั้น โรงแรมบูติกแห่งนี้ซึ่งเปิดในปี 2009 ตั้งอยู่ใจกลางของเขต Meatpacking อันเก่าแก่ และอยู่ในแนวรถไฟที่ได้รับการเปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะ High Line

“ผู้คนบอกว่า คุณดูเหมือนมีความสนใจตึกเก่าๆ พวกนี้และพยายามชุบชีวิตมันขึ้นมาใหม่” ผมเลยบอกพวกเขาว่า “ตึกพวกนี้พูดกับผม” Goodwin กล่าว


The Glass Office โครงการที่ Gaw Capital ให้บริษัท MVRDV ใช้โครงสร้างเดิมของโรงงานเก่ามาเนรมิตใหม่เป็นอาคารสำนักงานกระจก (Photo Credit: inhabitat.com)


Standard, High Line โรงแรมที่ Gaw กำลังเข้าซื้อ (Photo Credit: cityphile.com)

 

เรื่อง: RON GLUCKMAN
เรียบเรียง: ชูแอตต์


คลิกอ่าน "นักต่อรองชั้นนำ" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ กุมภาพันธ์ 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 02 เมษายน 2561

View : 1,164


Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 28,933

2

10 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกปี 2017

Update : 14 กันยายน 2560

view : 25,949

3

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 20,779


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader