WORLD / ASIA

มาเลเซียดันตลาดอสังหาฯ ด้วย โปรแกรม ‘My Second Home’

การเมืองมาเลเซียร้อนระอุเมื่อรัฐบาลเดินหน้าจับมือกับจีนปูทางขยายเส้นทางสายไหม

สำนักงานขายของโครงการ Forest City หนึ่งในแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซียดูเหมือนโรงจอดเครื่องบินหรืออาคารพิพิธภัณฑ์มากกว่าตึกออฟฟิศธรรมดาทั่วไป พื้นที่ภายใต้หลังคารูปโดมอันล้ำสมัยเคล้าไปด้วยบรรยากาศแสงสีเสียงสุดอลังการ ที่บริเวณหน้าประตูทางเข้า พนักงานรักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบและถุงมือสีขาวยืนโค้งต้อนรับลูกค้าอย่างสวยงามไร้ที่ติ ถัดไปไม่ไกลวงดนตรีคอยบรรเลงเพลงป๊อปคลาสสิกยอดนิยมบรรดาลูกค้าเป้าหมายซึ่งสัดส่วนไม่น้อยมาจากจีนแผ่นดินใหญ่นั่งผ่อนคลายบนโซฟาพร้อมจิบเครื่องดื่มที่มีไว้คอยบริการพลางกดโทรศัพท์เล่นมือถือ

สิ่งที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นอยู่กลางโถงของอาคารคือโมเดลขนาดยักษ์ที่จำลองแบบโครงสร้างเฟสที่ 1 ของโครงการที่มีมูลค่ารวม 1 แสนล้านเหรียญ กลุ่มผู้สนใจแวะเวียนมาเยี่ยมชมโครงการมีทั้งชาวจีนและมาเลเซียซึ่งพากันถ่ายรูปผังจำลองอภิมหาโครงการอันประกอบไปด้วย ถนน ทะเลสาบ ชายหาด โรงแรม ศูนย์การค้า และอาคารที่ประดับด้วยแสงไฟระยิบระยับ โดยมีป้าย “ขายแล้ว” ขนาดเล็กติดอยู่ตามบางส่วนของโครงการ โมเดลจำลองอันสะดุดตานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการ Forest City ซึ่งทำเลที่ตั้งเริ่มตั้งแต่ Johor รัฐใต้สุดของคาบสมุทรมาเลเซียและแผ่ขยายไปยังเมืองอื่นๆ 

Country Garden Holdings บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้คว้างานก่อสร้างโครงการกล่าว เมื่อเสร็จสมบูรณ์ ตามแผนในปี 2035 Forest City ทั้ง 4 เฟสจะสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยราว 700,000 คน ในพื้นที่โครงการที่ครอบคลุมช่องแคบ Johor ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสิงคโปร์

Country Garden วางภาพลักษณ์ของโครงการแห่งนี้ให้เป็น “เมืองแห่งอนาคต” และ “แม่เหล็กดึงผู้ซื้อกระเป๋าหนักจากทั่วโลก” โดยจับมือกับบริษัทภายใต้การกำกับของสุลต่านแห่ง Johor จัดตั้งบริษัท Country Garden Pacificview ที่จดทะเบียนในมาเลเซีย ทั้งนี้ Country Garden มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่การทำตลาดและส่งเสริมการขายชูจุดเด่น ด้านทำเลที่อยู่เพียงอีกฟากฝั่งของสิงคโปร์แต่ราคาต่ำกว่าราว 1 ใน 4 เท่านั้น Yu Ting กล่าวว่า 1 ปีหลังจากเปิดการขายเมื่อเดือนมีนาคม 2016 Country Garden สามารถปิดการขายไปแล้วทั้งหมด 16,000 ห้อง

อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของ Forest City ในด้านการเป็นโครงการขนาดใหญ่และพุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติกระเป๋าหนากลายเป็นชนวนไปสู่ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ด้านการเมืองว่าทำให้จีนเข้ามาแผ่ขยายอำนาจและอิทธิพลในมาเลเซียมากขึ้น โดยเฉพาะหัวข้อโจมตีว่าในท้ายที่สุด Forest City จะกลายเป็นแหล่งพำนักของชาวจีนผู้มั่งคั่งและแบ่งแยกตนเองออกจากประเทศมาเลเซีย


Dr. Mahathir Mohamad อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย

ผู้ที่ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบสุดขั้วคือ Dr. Mahathir Mohamad อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่อายุล่วงเลยเข้าสู่วัย 92 ปี ซึ่งตั้งป้อมโจมตี Country Garden Pacificview และสุลต่าน Ibrahim Ismail ผู้มากอิทธิพลแห่ง Johor โดยกล่าวโทษว่าพวกเขาขาย “พื้นที่อันมีค่ามากที่สุด” ของประเทศให้กับคนต่างชาติ

ในการให้สัมภาษณ์กับนักข่าว FORBES Mahathir กล่าวว่าเขาเห็นประสบการณ์เตือนใจจากอดีตที่ชาวจีนได้กลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของสิงคโปร์ ซึ่งคนกลุ่มนี้อพยพเข้ามาหลังสิงคโปร์แยกตัวเป็นอิสระจากมาเลเซียเมื่อปี 1965 “ประเทศประกอบขึ้นได้ด้วยประชากร” เขากล่าว “แต่ถ้าประชากรเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่งเข้ามาครองสัดส่วนกลุ่มใหญ่ของประเทศจะกลายเป็นว่าชนชาวพื้นเมืองดั้งเดิมได้สูญเสียความเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนั้นไป”

เพื่อดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติ Forest City จะจัดตั้งสำนักงานดูแลด้านการจัดเก็บภาษีและตรวจคนเข้าเมืองของตนเองเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังสิงคโปร์ นอกจากนี้ผู้ซื้อโครงการจะได้รับข้อเสนอยกเว้นภาษีและใบเบิกทางสู่การพำนักอาศัยในมาเลเซียผ่านโปรแกรม “Malaysia My Second Home” ของรัฐบาลซึ่งเข้มงวดน้อยกว่าการยื่นขอมีถิ่นที่อยู่ในสิงคโปร์ บริษัทเสนอที่จะออกค่าธรรมเนียมยื่นใบสมัครเกือบ 6,000 เหรียญให้ก่อนล่วงหน้าและรับประกันผลด้วยอัตราความสำเร็จ 99%

ประเด็นโจมตี Forest City พุ่งไปที่ปัญหาเกี่ยวพันด้านการเมืองจากการที่จีนก้าวเข้ามาแผ่ขยายอิทธิพลในด้านเศรษฐกิจของมาเลเซียอย่างรวดเร็ว หลังจากนายกรัฐมนตรี Najib Razak เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปี 2009 ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลมาเลเซียและจีนพัฒนาขึ้นอย่างมากจนบางคนมองว่ามีความสนิทสนมใกล้ชิดเกินควรจากที่เคยมีบทบาทเพียงเล็กน้อยในมาเลเซีย จีนได้ก้าวขึ้นเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดตลอดช่วง 8 ปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าการค้าระหว่างประเทศแตะ 5.7 หมื่นล้านเหรียญในปี 2016

ปัจจุบันจีนครองส่วนแบ่งตลาดสำคัญในโครงการด้านการก่อสร้าง เข้าไปลงทุนทางตรงเพื่อตั้งฐานการผลิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นและยังใช้จ่ายเงินด้านการท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 3 ของมาเลเซียแม้จะเกิดเหตุการณ์เที่ยวบิน MH370 สูญหายอย่างไร้ร่องรอยเมื่อปี 2014

การโต้แย้งเกี่ยวกับการลงทุนในมาเลเซียของจีนไม่ต่างจากปัญหาที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญคำถามสำคัญคือจะทำอย่างไรเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจีนโดยไม่ถูกครอบงำ ทางด้าน Najib ได้ออกโรงแก้ต่างถึงดีลเจรจาระหว่างรัฐบาลมาเลเซียกับจีน ในเดือนมีนาคม 2017 เขากล่าวว่าโครงการ ECRL เป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่จะสร้างอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจราวปีละ 1.5% ใน 3 รัฐทางชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย ในอีกโอกาสหนึ่งเขาก็ได้ตั้งคำถามว่า “ผิดตรงไหนที่เราจะสร้างความสัมพันธ์กับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่อจีนจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2030”

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพิงจีนในด้านเศรษฐกิจและเงินทุนจนมากเกินไปอาจทำให้มาเลเซียมีความเสี่ยงหากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในประเทศจีน ประเด็นดังกล่าวปรากฏชัดเจนในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมาเมื่อรัฐบาลจีนออกมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันการไหลออกของเงินทุนซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ดีลการซื้อขาย Bandar Malaysia ล่ม

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเจาะตลาดเป้าหมายสำคัญของ Forest City จนบางคนคาดการณ์ว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์นี้อาจขาดทุนมหาศาล Yu Runze จาก Country Garden Pacificview กล่าวว่า เท่าที่ผ่านมา Forest City ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย มีผู้ซื้อชาวจีนเพียง 60 รายเท่านั้นที่ต้องการยกเลิกสัญญาหลังรัฐบาลจีนออกกฎควบคุมเงินทุนฉบับใหม่ ซึ่งจำนวนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.5% “มีผลกระทบบ้างในช่วงแรกแต่เราสามารถสร้างสมดุลได้เพราะโครงการมุ่งเจาะตลาดทั่วโลก” เขากล่าว “เราอยู่ในช่วงปีแรกของโครงการระยะยาว 20 ปีและเรายังมุ่งมั่นในพันธสัญญาที่จะสร้างโครงการนี้ให้สำเร็จ”

Forest City อาจฝ่าคลื่นปัญหาได้ในครั้งนี้แต่ความกังวลถึงดอกผลที่ได้จากโครงการลงทุนขนาดยักษ์ของจีนยังไม่จางหาย Abdul Majid อดีตเอกอัครราชทูตกล่าวว่าบรรดาประเทศขนาดเล็กรวมถึงมาเลเซียจะต้องเรียนรู้และหาทางทำให้แน่ใจว่ากระแสทุนจีนทะลักเข้ามาจากโครงการเส้นทางสายไหมจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศเหมือนอย่างที่จีนได้รับ “ในตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา” เขากล่าว “จีนสามารถหยิบยื่นท่าเรือที่สวยอลังการ และเส้นทางรถไฟที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ แต่หากประเทศผู้รับการลงทุนไม่ใส่ใจในแก่นสาระสำคัญและไม่เตรียมความพร้อม โครงการเหล่านั้นก็อาจเป็นเพียงท่าเรือหรือสายรถไฟที่รกร้างว่างเปล่า”

เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา


คลิกอ่าน "มาเลเซียดันตลาดอสังหาฯ ด้วย โปรแกรม ‘My Second Home’" ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ กุมภาพันธ์ 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 24 มีนาคม 2561

View : 5,322


Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 28,933

2

10 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกปี 2017

Update : 14 กันยายน 2560

view : 25,949

3

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 20,779


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader