WORLD / ASIA

เปิดตำรับซูชิแนวใหม่ Sushi King อาหารญี่ปุ่นฮาลาล


ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวฟาสต์ฟู้ดภายใต้แบรนด์ Sushi King ขนาด 15 โต๊ะในศูนย์การค้าย่าน Wangsa Maju เมืองรอบนอกของกรุง Kuala Lumpur มีลูกค้าจับจองที่นั่งจนเกือบเต็ม ลูกค้าที่นั่งอยู่ทั้งหมด 13 โต๊ะกำลังรออาหารพร้อมตะเกียบในมือ เมื่อสัญญาณบ่งบอกเวลาละศีลอด ตะเกียบเหล่านั้นถูกใช้เพื่อคีบซูชิแซลมอน ถั่วแระญี่ปุ่น และข้าวห่อสาหร่ายไส้ไก่สไปซี่และชีส อาหารเหล่านั้นเสิร์ฟบนสายพานที่เลื่อนไปรอบๆ ร้าน


เมนูบุฟเฟต์อิ่มไม่อั้นในช่วงเดือนรอมฎอนเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปีนี้หลังจาก Sushi King เครือร้านอาหารสัญชาติท้องถิ่นที่ก่อตั้งมานานกว่า 22 ปีและมี 113 สาขาทั่วมาเลเซียได้รับการรับรองตามมาตรฐานฮาลาล สนนราคาต่อหนึ่งอิ่มอยู่ที่ 8 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับผู้ใหญ่และลดครึ่งราคาสำหรับเด็ก


คนที่ปลุกกระแสให้ซูชิกลายเป็นหนึ่งตัวเลือกในปัจจุบัน เมื่อคิดถึงอาหารฟาสต์ฟู้ดเคียงคู่กับ McDonald’s และไก่ทอด KFC ก็คือ Fumihiko Konishi เภสัชกรและผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่น เขาเดินทางมาที่มาเลเซียเมื่อราว 40 กว่าปีก่อนและตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ที่นี่



ร้าน Sushi King ซูชิสายพานที่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล (Cr: thesmartlocal.com)


Konishi ถือครองหุ้น 61% ของ Texchem Resources บริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และเป็นเจ้าของกิจการ Sushi King โดยหุ้นที่เขาถือครองมีมูลค่าราว 25 ล้านเหรียญ ในปีที่ผ่านมาเขาวางมือจากตำแหน่งประธานบริหารของ Texchem แต่ยังคงนั่งเก้าอี้กรรมการบริหารและดูแลธุรกิจร้านอาหารรวมถึงธุรกิจเกิดใหม่โดยตรง เขาคาดว่าจำนวนสาขาของ Sushi King จะเพิ่มขึ้นเป็น 122 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ธุรกิจร้านอาหารของ Texchem กวาดรายได้ 55 ล้านเหรียญในปีที่ผ่านมาหรือคิดเป็นสัดส่วน 22% จากรายได้รวมของกลุ่มบริษัท


Konishi กล่าวว่าขณะนี้ร้านอาหารเป็นธุรกิจย่อยที่แตกแขนงออกมาจากธุรกิจหลักของเครือองค์กรที่เติบโตเร็วที่สุด โดยรวมถึงร้านอาหารอีก 20 กว่าสาขาที่เชี่ยวชาญอาหารญี่ปุ่นอย่างราเมน อุด้ง ข้าวราดหน้าญี่ปุ่นหรือกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคโดยเปิดสาขาไปแล้ว 4 แห่งในเวียดนามและเตรียมเปิดสาขา Sushi King ที่ Jakarta ในปีนี้และกำลังวางแผนที่จะเปิด Sushi King ทั้งหมด 3 แห่งที่ประเทศบรูไน


เพียงไม่นานก่อนหน้านี้ ร้านอาหารญี่ปุ่นในมาเลเซียยังเป็นตลาดที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยมักเปิดให้บริการอยู่ตามโรงแรมระดับ 5 ดาวและมีลูกค้าเป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศและชาวมาเลเซียระดับบน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาชาวมาเลเซียซึ่งนับถือศาสนาอิสลามและมีสัดส่วนราว 60% จากประชากรทั้งหมด 30 ล้านคนกลายเป็นผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยมากขึ้นและขณะเดียวกันก็เคร่งครัดต่อหลักปฏิบัติทางศาสนามากขึ้นเช่นกัน



(Cr: midvalley.com.my)


Malaysia Islamic Development Department หรือเรียกกันในตัวย่อภาษามาเลย์ว่า Jakim คือหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแลนโยบายด้านศาสนาอิสลามและเป็นที่ยอมรับว่ามาตรฐานการรับรองฮาลาลมีความเข้มงวดกว่าหน่วยงานของสิงคโปร์หรืออินโดนีเซีย ตอนนี้ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นต่างมองหาร้านอาหารที่มีสัญลักษณ์ฮาลาลของ Jakim


Konishi เหยียบแผ่นดินมาเลเซียครั้งแรกเมื่อปี 1968 โดยเดินทางด้วยเรือมากับคณะเยาวชนญี่ปุ่นเพื่อเยือนประเทศแถบเอเชียเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปีการปฏิรูปประเทศสมัย Meiji และได้ตัดสินใจมุ่งมั่นว่าจะกลับมาที่มาเลเซียอีกให้ได้


เขาจบปริญญาด้านเภสัชศาสตร์แต่ได้ยื่นใบสมัครเข้าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ University of Malaya จากนั้นได้ย้ายไปทำงานที่สิงคโปร์ในบริษัทผู้นำเข้าแห่งหนึ่ง ก่อนจะมาเริ่มก่อตั้งธุรกิจซื้อขายสารเคมีสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอของตัวเองที่ Penang เมื่อปี 1973


นับจากนั้น Konishi ได้ลงมือก่อตั้งธุรกิจมากกว่า 70 ธุรกิจซึ่งรวมถึงร้านขายรองเท้าและบริษัทผลิตยาจุดกันยุง Fumakilla ในมาเลเซีย เขาเปิดบริษัทด้านบรรจุภัณฑ์และธุรกิจพลาสติก นอกจากนี้เขายังก้าวสู่ธุรกิจผลิตอาหารทะเล ซึ่งปัจจุบันธุรกิจนี้ช่วยให้ราคาของ Sushi King อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ แต่ใช่ว่าธุรกิจของเขาจะประสบความสำเร็จไปเสียทั้งหมด บางบริษัทต้องเลิกกิจการไป เช่น บริษัทผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงร้านติ่มซำแฟรนไชส์ Tim Ho Wan ตลอดเวลาหลายปี Konishi ได้ปิดกิจการหรือขายธุรกิจเพื่อทำกำไรเข้ากระเป๋าไปหลายแห่ง โดยปัจจุบัน Texchem มีธุรกิจที่อยู่ภายใต้เครือบริษัททั้งหมด 41 ธุรกิจ



ร้านซูชิในมาเลเซียฮิตติดกระแสในทันที “ผมตกตะลึงอย่างมาก” Konishi กล่าว


เมื่อปี 1995 ผู้บริหารชาวมาเลเซียของ Yaohan ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นที่ปัจจุบันปิดตัวไปแล้วได้ชักชวนให้ Konishi เปิดร้านซูชิจานด่วนที่สาขาของห้างใน Kuala Lumpur ในยุคนั้นคนมาเลเซียส่วนใหญ่แทบไม่เคยมีใครเคยลิ้มลองอาหารประเภทซูชิ ตอนนั้นเขาเอ่ยปากถามว่า “ทำไมถึงเลือกผม” และได้รับคำตอบว่า “เพราะคุณไม่เคยตอบปฏิเสธ”


Konishi สัญญากับคณะกรรมการของ Texchem ว่าจะเลิกกิจการร้านอาหารภายในเวลา 9 เดือนถ้าหากไม่ประสบความสำเร็จ Sushi King สาขาแรกมีขนาดเพียง 1,100 ตารางฟุตซึ่งเป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟบนรางสายพานแห่งแรกของมาเลเซีย ร้านซูชิแห่งนี้ฮิตติดกระแสในทันที เขาเล่าว่าในวันแรกมีคนมาเข้าแถวรอคิวยาวกว่า 50 เมตร “ผมตกตะลึงอย่างมาก และทุกคนก็เช่นเดียวกัน”


ในช่วงแรกลูกค้าของ Sushi King เกือบทั้งหมดไม่ใช่ชาวมุสลิมแต่นับถือศาสนาอื่นๆ อย่างเช่น ชาวมาเลย์เชื้อสายจีน ชาวมาเลเซียพื้นเมืองไม่เคยชินกับการกินปลาดิบ และขณะที่เมนูของร้านไม่มีหมูแต่เครื่องปรุงประจำครัวญี่ปุ่นอย่างซอสถั่วเหลือง น้ำส้มสายชูและมิโซะจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่เล็กน้อยเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักดอง และมีการใช้เหล้าหวาน Mirin เป็นเครื่องปรุง



อาหารญี่ปุ่นมักใช้เครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ซึ่งทำให้ผิดหลักฮาลาล


จากนั้นราวปี 2000 Konishi มองว่า Sushi King จำเป็นต้องเจาะตลาดลูกค้าชาวมุสลิม หากต้องการขยายธุรกิจให้เติบโต เพราะประชากรที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามในมาเลเซียมีจำนวนลดลงเนื่องจากมีการอพยพออกนอกประเทศและอัตราการเกิดอยู่ในระดับต่ำ


หัวหน้าเชฟของ Sushi King ไม่เห็นด้วยกับการทำร้านซูชิแบบฮาลาลเนื่องจากกลัวว่ารสชาติอาหารจะด้อยลง ทว่า Konishi ยืนกรานกับการตัดสินใจ และแล้วเหล้าหวานก็ถูกตัดออกไปจากเมนู ขณะที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ Texchem ได้ลงมือศึกษาวิจัยเพื่อหาวิธีลดปริมาณแอลกอฮอล์ในส่วนผสมอื่นๆ พร้อมพยายามโน้มน้าวผู้ผลิตและจัดหาสินค้าทั่วโลกให้ดำเนินการในทิศทางเดียวกัน



ตราฮาลาลของหน่วยงาน Jakim


Sushi King คัดกรองและตรวจสอบวัตถุดิบส่วนผสมกว่า 150 ชนิดเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผ่านกระบวนการผลิตตามมาตรฐานฮาลาลในทุกขั้นตอน การเป็นเครือร้านอาหารที่โตต่อเนื่องในช่วงเวลาหลายปีและเป็นผู้ซื้อรายใหญ่จึงทำให้บริษัทมีอำนาจในการต่อรอง ในขณะเดียวกันบริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ต่างเดินหน้าหันมาจับตลาดอาหารฮาลาลทั้งในมาเลเซียและประเทศอื่นๆ



เมื่อปีที่ผ่านมา Jakim ประกาศให้การรับรองฮาลาลแก่ Sushi King แผนดำเนินการและความพยายามของบริษัทเริ่มผลิดอกออกผล Akihiko Hijioka ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการด้านธุรกิจร้านอาหารของ Texchem กล่าวว่าก่อนหน้านั้น Sushi King มีสัดส่วนลูกค้าที่เป็นชาวมุสลิมเพียง 22% แต่หลังจากได้รับตราสัญลักษณ์ฮาลาล ลูกค้ากลุ่มนี้ขยายตัวจนเกือบแตะ 40% ขณะที่จำนวนลูกค้าที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมทรงตัวในระดับเดิม

 



เรื่อง: Chen May Yee
เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา


คลิกเพื่ออ่านฉบับเต็ม "เปิดตำรับซูชิแนวใหม่" ได้ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 06 ธันวาคม 2560

View : 648




vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,711

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 25,820

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 19,998

3

6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศร

Update : 13 กรกฎาคม 2560

view : 17,697

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 1,187

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,397

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,774


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย