WORLD / ASIA

“ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง” บทใหม่ของ “Midea” ยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน


ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกเดินทางมาจากประเทศจีนและกำลังยืนอยู่หน้าพนักงานราว 3,000 คนของบริษัทผลิตหุ่นยนต์ Kuka ที่ดูไม่ค่อยสบอารมณ์นักใน Augsburg ประเทศเยอรมนี


Paul Fang คือผู้กุมบังเหียน Midea Group เขาเพิ่งเข้าซื้อกิจการที่เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวเยอรมันด้วยมูลค่า 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ข้อตกลงดังกล่าวจุดประเด็นถกเถียงไปทั่ว ตั้งแต่สายการผลิตในโรงงานไปจนถึงคณะกรรมการระดับสูงของสหภาพยุโรป เกิดคำถามว่าเขาจะปิดโรงงานในเยอรมนีแห่งนี้ เลิกจ้างพนักงานทั้งหมดและจากไปพร้อมเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศหรือไม่ และมีข้อกังขาว่าการตัดสินใจขายบริษัทที่มีเทคโนโลยีก้าวล้ำของเยอรมนีให้กับจีนเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้วหรือไม่



Paul Fang ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Midea Group


Fang จำต้องโน้มน้าวเหล่าผู้กังขาเหล่านี้ให้ได้ว่าการเข้าซื้อกิจการจะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งไม่ใช่เพื่ออนาคตของ Midea เท่านั้นแต่ยังหมายถึงเศรษฐกิจของประเทศจีนโดยรวมอีกด้วย การเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์ของจีนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนสำคัญจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในระดับต่ำ อันเป็นแม่เหล็กดึงดูดบรรดาโรงงานต่างๆ เข้ามาตั้งฐาน แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มอู้ฟู่ ค่าใช้จ่ายแรงงานก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวและบั่นทอนความได้เปรียบลง ขณะเดียวกันตลาดภายในประเทศที่เคยเติบโตอย่างก้าวกระโดดก็เริ่มอิ่มตัว ทำให้เหล่าบริษัทสัญชาติจีนเหลือเพียงหนทางเดียวหากต้องการก้าวไปข้างหน้า นั่นคือต้องหันมาพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำมากขึ้นและเข้าแข่งขันในเวทีโลก



Kuka บริษัทเยอรมันที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านหุ่นยนต์และระบบออโตเมชันในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่ง Midea Group เพิ่งเข้าซื้อกิจการไปด้วยเม็ดเงิน 3.9 พันล้านเหรียญเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา (Photo Credit: HepcoMotion)


ด้วยตัวเลขรายได้ 2.39 หมื่นล้านเหรียญและกำไรสุทธิ 2.2 พันล้านเหรียญในปีที่ผ่านมาทำให้บริษัทจีนอย่าง Midea ติดอันดับที่ 335 ของ Forbes Global 2000 บริษัทวิจัยตลาด Euromonitor International ประเมินว่าปีที่ผ่านมาบริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดโลกอยู่ที่ 5.5% เพิ่มขึ้นจาก 3.9% เมื่อ 4 ปีก่อนหน้า


ทว่า Fang ตระหนักดีว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ เขาพยายามมุ่งหน้าปรับปรุงสายผลิตภัณฑ์ของ Midea ปัดฝุ่นภาพลักษณ์ของแบรนด์และขยายตลาดในต่างประเทศ “ทิศทางนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง เราต้องยกเครื่องเปลี่ยนแปลงบริษัทจากที่ใช้แรงงานคนในการผลิตเป็นหลักมามุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” เขากล่าว


Midea ก้าวมาไกลนับจากจุดเริ่มต้น บริษัทก่อตั้งขึ้นที่ Foshan ในปี 1968 โดย He Xiangjian เริ่มเปิดโรงงานขนาดเล็กสำหรับผลิตพลาสติกและขวดแก้วร่วมกับคนในหมู่บ้านอีก 23 คน ก่อนขยายเป็นองค์กรธุรกิจชุมชนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องยนต์ พัดลม เครื่องปรับอากาศ ปัจจุบัน Xiangjian อายุ 74 ปี เขาเกษียณอายุวางมือจากธุรกิจไปเมื่อปี 2012 ก่อนส่งไม้ต่อให้กับ Fang



ด้าน Midea Group เป็นบริษัทอันดับที่ 335 ในการจัดอันดับ Forbes Global 2000 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในโลกปี 2017


Fang วัย 50 ปีมีพื้นเพชีวิตที่ลำบาก เขาเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ที่จังหวัด Anhui และดิ้นรนด้วยสติปัญญาจนสอบแข่งขันเข้าศึกษาด้านประวัติศาสตร์ที่ East China Normal University ใน Shanghai สำเร็จ หลังจบการศึกษาเขาได้งานที่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง แต่พบกับสภาวะการทำงานที่กดขี่ข่มเหง ในปี 1992 Fang จึงตัดสินใจลาออกและย้ายถิ่นฐานสู่ทางใต้เพื่อเสาะหาโอกาสใหม่ และได้สมัครงานที่ Midea ซึ่งจ้างเขาทำหน้าที่ดูแลและจัดทำจดหมายข่าวของบริษัท


Midea เติบโตสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นด้วยเวลาเพียงไม่นาน เมื่อเศรษฐกิจจีนพุ่งทะยาน Midea เกาะกระแสโตตามเช่นกัน ยอดขายของ Midea ในปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่าตอนที่ Fang เริ่มงานกับบริษัทเมื่อ 25 ปีก่อนถึง 400 เท่า ทว่า ขณะที่ครอบครัวชาวจีนมั่งคั่งมากขึ้น การทำตลาดกลับยากกว่าเดิม เพราะทุกบ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้ากันเกือบหมดแล้วทำให้อัตราเติบโตชะลอลง Euromonitor ประเมินว่ายอดจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในจีนจะขยายตัวเพียงปีละ 3.6% จากนี้ไปจนถึงปี 2021 เทียบกับอัตราเติบโต 6.5% ต่อปีในช่วงปี 2011-2016



He Xiangjian ผู้ก่อตั้ง Midea Group เขาวางมือจากธุรกิจไปเมื่อปี 2012 แต่ยังคงมีหุ้นในบริษัทมหาชนแห่งนี้อยู่ 34% ซึ่ง Forbes Asia ประเมินว่าเขามีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ราว 1.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ


Zachary Hu ประธานศูนย์ศึกษาและวิจัยข้อมูลของ Midea คืออีกหนึ่งหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เขาถูกดึงตัวมาจาก Samsung Electronics เมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันเขาคือแม่ทัพผู้ยกระดับโครงการวิจัยและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่ปี 2012 Midea ว่าจ้างพนักงาน R&D เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจนมีจำนวนราว 10,000 คน (จากพนักงานทั้งหมด 120,000 คน) และมีการเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ใน San Jose รัฐ California พร้อมจัดสรรงบประมาณ 250 ล้านเหรียญสำหรับใช้จ่ายที่ศูนย์แห่งนี้


ทว่า Hu ออกโรงเตือนว่าการทุ่มทุนกับทรัพยากรมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมได้ทันที เขากล่าวว่า Midea เหมือนกับบริษัทภาคอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอื่นๆ ที่หวังจะเห็นผลสำเร็จจับต้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวทางบริหารเช่นนี้ไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม “ถ้าคุณต้องการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คุณต้องอดทนลงทุนระยะยาว” เขากล่าวว่าบริษัททุ่มทุนเรื่องทีม R&D แต่ยังต้องปรับทัศนคติวัฒนธรรมองค์กรอีกมาก ขณะนี้ Hu ยังเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยการให้วิศวกรปรับปรุงปัญหาของผลิตภัณฑ์ และเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แม้ยังไม่ได้พลิกโฉมวงการ แต่ก็ทำให้บริษัทใช้ความหลากหลายของสินค้าชิงส่วนแบ่งตลาดจีนมาได้



การขยายสู่ตลาดต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน แรงขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในตลาดโลกมาจากการรุกตลาดประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราขยายตัวสูง เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย ปัจจุบันบริษัททุ่มเงินลงทุน 160 ล้านเหรียญในอินเดีย โดยมีกำหนดการเปิดโรงงานแห่งใหม่ที่อินเดียช่วงสิ้นปีหน้า


นอกจากนี้ การเติบโตของ Midea ยังมาจากการเข้าซื้อกิจการ เมื่อปีที่ผ่านมา Fang ควักกระเป๋าเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ Toshiba บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นในราคา 500 ล้านเหรียญและ Civet บริษัทผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศจากอิตาลีโดยไม่ได้เปิดเผยตัวเลข รวมถึงคว้าแบรนด์เครื่องดูดฝุ่น Eureka จาก Electrolux เข้ามาอยู่ในเครือบริษัท


ยอดขายทั่วโลกไม่รวมประเทศจีนของ Midea พุ่งขึ้นเกือบ 30% ในปีที่ผ่านมา ทว่า Midea มีข้อจำกัดสำคัญสำหรับการสร้างแบรนด์ในตลาดโลก เหล่าผู้บริหารยังต้องพะวงเกี่ยวกับภาพลักษณ์สินค้าจากประเทศจีนซึ่งเคยทำให้บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าจีน Haier ต้องเผชิญกับความยากลำบากมาแล้ว “เราดำเนินแผนสร้างแบรนด์อย่างรอบคอบและระมัดระวังที่สุด” Andy Gu รองประธานบริหารของ Midea กล่าว “มีบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางจากจีนมากมายที่ส่งออกสินค้าไร้คุณภาพ การพิชิตความคิดเชิงลบเหล่านี้ต้องใช้เวลา”



ศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ San Jose ของ Midea Group ศูนย์ฯ นี้เป็นหนึ่งในแผนของบริษัทที่ต้องการเปลี่ยนโฉมเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรรม (Photo Credit: Midea Group)


แผนดำเนินการครั้งสำคัญที่สุดในตลาดโลกของ Midea ณ ปัจจุบันคือการเข้าซื้อบริษัท Kuka ทีมผู้บริหารของ Midea ผุดความคิดที่จะรุกสู่ธุรกิจหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติหลังจากประเทศจีนประสบปัญหาด้านการผลิตเนื่องจากแรงงานขาดแคลน “เราพบว่าการหาคนมาทำงานเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ จีนมีความต้องการระบบหุ่นยนต์อย่างมาก และมีบริษัทในจีนเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถตอบความต้องการเหล่านั้นได้” Gu กล่าว สิ่งนี้นำไปสู่ความสนใจที่จะรุกสู่ธุรกิจระบบหุ่นยนต์


Fang พยายามบรรเทาความกังวลของชาวเยอรมันด้วยการตกลงที่จะรักษาโรงงานและพนักงานของ Kuka ในเยอรมนีให้คงอยู่เหมือนเดิมจนถึงปี 2023 นอกจากนี้เขายังไม่ได้เปลี่ยนตัวผู้บริหาร และไม่มีการว่าจ้างชาวจีนเป็นพนักงานประจำแม้แต่คนเดียวที่ Augsburg


อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของ Midea ตระหนักดีว่าพวกเขาต้องสานสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ากว่านี้ Fang เข้าใจดีว่าประเด็นปัญหาใหญ่ที่น่ากังวลสำหรับบริษัทจีนที่ต้องการก้าวสู่ระดับโลก นั่นคือความรู้สึกชาตินิยมทางเศรษฐกิจที่ก่อตัวรุนแรงขึ้น แต่เขาเชื่อว่าแนวความคิดนี้จะจางหายไปในที่สุด
 


สิ่งนี้ทำให้ Fang มั่นใจถึงอนาคตของ Midea และรวมถึงประเทศจีน “บรรดาบริษัทแดนมังกรกำลังรุกสู่เวทีโลก” เขากล่าว “และกระแสนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง”

 


ร่วมรายงาน: Yue Wang
เรื่อง: Michael Schuman
เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา


คลิกเพื่ออ่าน "ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง" ฉบับเต็มได้ในรูปแบบ e-Magazine 


Admin System Web
Administrator

Update : 18 กันยายน 2560

View : 617



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 15,444

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 25,006

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 19,710

3

6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศร

Update : 13 กรกฎาคม 2560

view : 17,170

top list

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 4,915

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,567

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,795


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย