WORLD / AMERICA

พ่อลูกกูรูจัดพอร์ทลงทุน

ทฤษฏี Modern Portfolio Theory นับเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารจัดการทางการเงินของโลก แต่นักคณิตศาสตร์จาก Boston คู่นี้ยกเครื่องทฤษฎีการจัดพอร์ทสู่อีกระดับ และสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างประสบความสำเร็จ

ในบรรดานักวิชาการทั้งหลาย มีน้อยคนนักที่จะผลิตผลงานให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับโลกได้เท่า Harry Markowitz บิดาของทฤษฎีจัดพอร์ทลงทุนสมัยใหม่ Markowitz สร้างทฤษฎีต้นแบบอันนี้เมื่อเขาเป็นนักศึกษาปริญญาเอกในวัยแค่ 23 ปีที่ University of Chicago ในปี 1950 ต่อมาเขาก็ได้รับรางวัล Nobel จากผลงานนี้ในปี 1990 จัดการด้านการเงินทั้งหลายต่างใช้แนวทางตามทฤษฎีดังกล่าวในการค้นหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีสุดผ่านการประเมินสมมติฐานด้านความเสี่ยง ปัจจุบันระบบ mean-variance optimization หรือ efficient frontier ของ Markowitz ถูกนำไปใช้ในซอฟต์แวร์ของที่ปรึกษาทางการเงินมากมายในการจัดการพอร์ทการลงทุน

ทว่า ทฤษฎีดังกล่าวก็มีช่องโหว่สำคัญเช่นกันเครื่องมือเชิงคณิตศาสตร์ที่ Markowitz ใช้นั้นไม่ค่อยยืดหยุ่นเท่าไร โดยในโลกการซื้อขายหุ้นและตราสารหนี้ของจริงซึ่งห้อมล้อมไปด้วยข่าวสารที่คลุมเครือนั้นผลลัพธ์บางครั้งอาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดได้ที่ New Frontier Advisors บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่เต็มไปด้วยบุคลากรระดับปริญญาเอกใน Boston องค์กรนี้ใช้กลไกกองทุนรวมซึ่งมีหน่วยซื้อขายในตลาดในราคาไม่สูงนัก ตอบโจทย์การลงทุนได้เหนือกว่า Markowitz ในเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ลูกค้าของบริษัทหลายคนเอาชนะตลาดในดัชนีหุ้นและตราสารหนี้ได้ราว 1-2% หลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว โดยสินทรัพย์ของบริษัทตอนนี้พุ่งไปเกือบ 3 พันล้านเหรียญแล้ว

“ทฤษฎีของ Markowitz มีคำอธิบายอย่างเป็นเหตุผลและสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนที่มีความรอบรู้” Richard Michaud นักคณิตศาสตร์ที่จบจาก Boston University และเป็นผู้ก่อตั้ง New Frontier วัย 75 ปีกล่าวและว่า “แต่เมื่อคุณลองที่จะใช้มันแล้วคุณจะรู้สึกว่ามันไม่สามารถใช้ได้จริง” Michaud เผยว่าการใช้สมการของ Markowitz เพียงอย่างเดียวบางทีก็ให้ผลการจัดพอร์ทการลงทุนที่แปลกประหลาดออกมา ตัวอย่างเช่น การคำนวณ efficient frontier ของเจ้าของรางวัล Novel คนนี้ อาจแนะนำจัดพอร์ทให้โดยมีหุ้นในประเทศบราซิล 25% ส่วนอีก 30% ไปลงในหุ้นตัวเล็กๆ ในกิจการที่ต่างออกไป แต่ที่ปรึกษาทางการเงินส่วนใหญ่จะมองว่าการจัดสรรพอร์ทแบบนี้มันเป็นการให้น้ำหนักที่มากเกินไปกับสองกลุ่มนี้นักวิเคราะห์แก้ปัญหานี้โดยตั้งเพดานว่าหุ้นกลุ่มเหล่านี้น่ามีจำนวนเปอร์เซ็นต์เท่าไรในพอร์ท ซึ่งการทำลักษณะนี้แปลว่าเขามองข้ามทฤษฎีอันทรงพลังของ Markowitz ไปเรียบร้อยตั้งแต่เริ่มแรก

“เกือบทุกๆ ซอฟต์แวร์การจัดการลงทุนมีความลับที่ไม่ดีนักซ่อนอยู่เสมอ มันไม่ได้ปล่อยให้ทฤษฎีเข้าไปช่วยจัดพอร์ทการลงทุนได้อย่างเต็มที่” Robert ลูกชายอายุ 44 ปีของ Richard กล่าว ทั้งนี้ เขาช่วยพ่อเขียนโปรแกรมการลงทุนตั้งแต่อายุ 12 ปี ต่อมาเขาตัดสินใจออกจากการเรียนปริญญาเอกด้านการเงินจาก Anderson School ที่ UCLA และหันมาร่วมงานกับ New Frontier ในปี 2001 “ซอฟต์แวร์จะกำหนดให้ผู้ใช้เป็นคนป้อนข้อมูลลงไปว่าอยากได้พอร์ทแบบไหน” Robert ระบุ

ครอบครัว Michaud ไม่ใช้วิธีการป้อนข้อมูลการประเมินที่ยังเชื่อถือได้น้อยสู่ระบบคอมพิวเตอร์พวกเขาสร้างชั้นแบบจำลองนับพันของ Monte Carlo ซึ่งเป็นเทคนิคทางคณิตศาสตร์ผ่านวิธีการสุ่ม โดยสร้างผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สำหรับหุ้นแต่ละตัวและกลุ่มหลักทรัพย์ จากนั้นพวกเขาก็ใช้เทคนิคคณิตศาสตร์ขั้นสูงออกแบบพอร์ทที่คิดว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดีสุดจากหลายๆ ทางเลือก วิธีการนี้จะช่วยสร้างพอร์ทที่ปรับค่าความเสี่ยงที่ดีที่สุดออกมาได้ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับวิธีการของ Michaud “สิ่งที่เขาพวกกำลังทำอยู่ สำหรับในเชิงทฤษฎีแล้วเป็นสิ่งที่ผิด” John Liechty ศาสตราจารย์ที่ Penn State กล่าว แม้กระนั้นก็ตาม Markowitz ยังให้การยอมรับในศักยภาพของ New Frontier “ผมเคยประเมินว่า ผมจะสามารถสร้างกลไกที่จะเอาชนะ Michaud ได้ในการลงทุน แต่ผมต้องยอมรับว่าเขาเป็นผู้ชนะ” Markowitz วัย 89 ปีกล่าว เขามอง


Harry Markowitz บิดาของทฤษฎีจัดพอร์ทลงทุนสมัยใหม่ (Photo Credit: Likedin)

Michaud ว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งทั้งๆ ที่มุมมองยังแตกต่างกันหลายๆ เรื่อง Michaud เริ่มจะมองหาจุดอ่อนในทฤษฎีของ Markowitz ขณะที่เขาเป็นนักวิเคราะห์ให้กับบริษัทจัดการสินทรัพย์ Boston Co ในช่วงทศวรรษที่ 70 พ่อของ Michaud เป็นตำรวจที่ Boston ขณะที่คุณแม่ทำงานเป็นสาวโรงงาน เขาเรียนจบจาก Northeastern University และได้รับปริญญา เอกด้านคณิตศาสตร์จาก Boston University Boston Co นับว่าเป็นบริษัทที่บุกเบิกการแนะแนวการลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์แต่ Michaud ตระหนักดีว่าการใช้สูตรของ Markowitz ผ่านกลไกคอมพิวเตอร์บางครั้งไม่ได้สร้างพอร์ทที่จะเอาไปใช้จริงได้ ยกตัวอย่าง เช่น พอร์ทหนึ่งระบุว่าเงินลงทุน 1 ใน 3 จะไปลงในตลาดหุ้นออสเตรีย ทั้งที่ในขณะนั้น Boston Co สามารถซื้อตลาดหุ้นในออสเตรียทั้งหมดได้

ในปี 1989 Michaud เขียนบทความสำคัญชิ้นหนึ่งที่ตีแผ่ปัญหาการใช้วิธี optimization ของ Markowitz เขาใช้เวลานับทศวรรษหลังจากนั้นในการที่จะหาคำตอบ ในช่วงทศวรรษ 90 เขาทำงานให้กับ Acadian Asset Management ส่วนลูกชายทำงานพาร์ทไทม์เขียนโปรแกรมให้กับบริษัทขณะที่เขายังเรียนปริญญาตรีที่ MIT พ่อลูกคู่นี้เป็นคนที่ชอบการแข่งขันมาก Robert กล่าวว่าเขาชอบเล่นหมากรุกกับพ่อจนกระทั่งเขาสามารถเอาชนะพ่อได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ร่วมมือในการสร้างแบบจำลองการลงทุนให้กับบริษัท ทั้งคู่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรถึง 4 ใบและกำลังจะคว้าอีก 2 ใบในอนาคตพ่อลูก Michaud เริ่มก่อตั้งธุรกิจด้วยการขายซอฟต์แวร์ให้กับบริษัทจัดการลงทุน

จนกระทั่ง AssetMark บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินจาก California เสนอให้ทั้งคู่ก้าวเข้าไปสู่โลกบริหารทางการเงิน จากโอกาสอันนี้ทั้งคู่มีโอกาสทำความรู้จักกับที่ปรึกษาทางการเงินหลายพันคน ร่วมซื้อขายหน่วยลงทุนและทำงานเบื้องหลังอื่นๆ ทั้งนี้ New Frontier ซึ่งเป็นบริษัทของทั้งคู่ จะได้รับค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 0.1% ถึง 0.35% ส่วน AssetMark จะได้ราว 0.7% ปีที่แล้วบริษัท Huatai Securities ของจีนเข้ามาซื้อกิจการของ AssetMark และตอนนี้พ่อลูก Michaud ก็มีความปรารถนาที่จะเผยแพร่แนวคิดการจัดการเชิงปริมาณของ New Frontier ต่อนักลงทุนจีนที่กำลังเพิ่มมากขึ้นต่อไป

แม้ว่าผลประกอบการของ New Frontier เองจะได้ไม่ดูน่าตื่นเต้นอะไร แต่พอร์ทการลงทุนทั้งแบบสัดส่วนการลงทุนในหุ้น 40% กับตราสารหนี้ 60% หรือ หุ้น 60% กับตราสารหนี้ 40% ก็เอาชนะตลาดได้มากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์หลังหักค่าธรรมเนียมมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2004 ปัจจุบันกองทุน ETF ซึ่งถือพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ มีคนเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก แม้ว่าหลายคนจะมีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอยู่ก็ตาม
“ในมุมมองของลูกค้าเราแล้ว เราเน้นการลงทุนไปที่ตราสารหนี้ของรัฐมากเกินไป” Robert กล่าว “ซึ่งนั่นอาจจะกระทบต่อธุรกิจเราบ้าง แต่สำหรับเราแล้วเป็นการจัดสรรปันส่วนที่ลงตัวที่สุด”
 

กองทุน ETF ที่เอาชนะทฤษฎีของ Markowitz

New Frontier เข้าไปลงทุนใน 27 กองทุน ETF ซึ่งมีตั้งแต่เน้นไปที่ Junk Bond ทองคำ พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ ไปจนหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ ส่วนในพอร์ทของ Michaud ซึ่งมีสัดส่วนหุ้น 40% และตราสารหนี้ 60% นั้น ประกอบไปด้วยกองทุน 5 อันดับแรกดังนี้ iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF (IEF) (13%) iShares MBS ETF (MBB) (10%) iShares 20+ Year Treasury Bond ETF (TLT) (9%) ส่วน Vanguard Value ETF (VTV) และ iShares Core MSCI Pacific ETF (IPAC) (กองทุนละ 6%) สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในพอร์ทสัดส่วนหุ้น 60% และพันธบัตร 40% นั้น 5 อันดับกองทุนแรกคือ VTV ที่ 11% Vanguard Growth ETF (VUG) และ TLT กองทุนละ 9% IPAC ที่ 8% และ IEF ที่ 6%


คลิกอ่าน "พ่อลูกกูรูจัดพอร์ทการลงทุน” ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ กรกฎาคม 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 07 กันยายน 2560

View : 811



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,224

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 25,531

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 19,889

3

6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศร

Update : 13 กรกฎาคม 2560

view : 17,531

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 931

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,305

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,675


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย