WORLD / ASIA

มุมมองคนรุ่นใหม่: แม่ทัพที่อายุน้อยที่สุดแห่ง Bank Mandiri

ภาคธุรกิจธนาคารของอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความท้าทาย จากอัตราการเติบโตสินเชื่อลดจาก 20% เหลือเพียงมากกว่า 10% เล็กน้อย และสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4%

ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ Kartika Wirjoatmodjo ประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของ PT Bank Mandiri (Persero) มีงานสำคัญรออยู่ ซึ่งก็คือการนำธนาคารซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเงินกู้รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายคือเพิ่ม Market Cap. ของ Bank Mandiri ให้มากขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2020 (ต้นเดือนกุมภาพันธ์ Market Cap. ของธนาคารอยู่ที่ 2 หมื่นล้านเหรียญโดยประมาณ)

Kartika หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tiko ปัจจุบันอายุ 43 ปี เป็นผู้นำที่มีอายุน้อยที่สุดเท่าที่ธนาคารเคยมีมา Tiko ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินเป็นเวลาหนึ่งปีก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการบริหารของธนาคาร

มีผู้ตั้งคำถามว่าทำไมพนักงานที่เพิ่งเริ่มทำงานกับธนาคารไม่นานนักจึงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งที่มีความสำคัญมากขนาดนี้ Tiko ตอบว่า “โลกของเรากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกเดือน และปัญหาดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการแบบเดิมๆ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องคิดวิเคราะห์หาทางแก้ปัญหาด้วยแนวคิดใหม่เพื่อให้ธุรกิจสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ เราต้องการคนที่มีมุมมองแปลกใหม่อย่างแท้จริง”

สองปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ Bank Mandiri ประสบกับความยากลำบากเหล่านี้ ซึ่งทำให้ Tiko ต้องเร่งจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำใหม่

  • ผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นน้อยเพียง 2.3%
  • NPL เพิ่มจาก 2.6% ในปี 2015 มาเป็น 4% ในปี 2016
  • ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 20% แต่เทียบกับคู่แข่งสำคัญคือ BankCentral Asia (BCA) ที่เพิ่มขึ้น 40% แสดงให้เห็นความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่อ Bank Mandiri

Tiko ตั้งข้อสังเกตว่าอินโดนีเซียมีแนวโน้มที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทุกๆ 8 ปี เริ่มตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียในปี 1997 ตามด้วยวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2006 และวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ แต่เขารู้สึกว่าวงจรของวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีความแตกต่างจากในอดีต โดยครั้งนี้เป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจซึ่งส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาวไม่ใช่ผลกระทบที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันที

Tiko กล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู ธุรกิจเกือบทุกภาคส่วนจะมีผลประกอบการดี แต่ในปัจจุบันธนาคารจำเป็นต้องวิเคราะห์พอร์ตการลงทุนของตนเองอย่างรอบคอบ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความเปราะบาง เพราะมักจะมีหนี้สินซึ่งกู้ยืมมาเพื่อการลงทุนมากและศักยภาพการชำระคืนเงินกู้น้อยกว่ากลุ่มธุรกิจอื่น


Kartika Wirjoatmodjo หรือ Tiko ในวัย 43 ปี ถือเป็นประธานกรรมการบริหารของ PT Bank Mandiri (Persero)ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ธนาคารแห่งนี้


สำหรับมาตรการเร่งด่วน Bank Mandiri ได้ตั้งหน่วยประเมินผลพิเศษเพื่อรับมือกับ NPL ที่เกิดขึ้นใหม่และหาวิธีลด NPL ดังกล่าวให้น้อยลง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประนอมหนี้และการเรียกเก็บทรัพย์สินด้อยคุณภาพ ในระยะยาว Bank Mandiri เริ่มที่จะปรับพอร์ตการลงทุนโดยลดการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มธุรกิจที่มีความเปราะบางให้น้อยลง

รายงานจากนักวิเคราะห์ระบุถึงการปรับตัวของ Bank Mandiri สรุปในเดือนกันยายน ปี 2016 ได้แก่

  • กลับมาเน้นการให้สินเชื่อกับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ทั้งรัฐและเอกชน โดยเฉพาะบริษัทเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งสินเชื่อเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพิ่มขึ้นถึง 27% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
  • นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นในกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค
  • ยืนหยัดสนับสนุนสินเชื่อรายย่อย แม้ NPL จะเพิ่มขึ้น ด้วยจุดแข็งที่ธนาคารมีจุดให้บริการสินเชื่อรายย่อยมากกว่า 2,200 แห่ง

Handi Huta Jaya นักวิเคราะห์จาก Bahana Securities มีความเห็นว่าหลังจากที่ฝ่ายบริหารดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและมีการจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้นแล้ว ความสามารถในการทำกำไรของธนาคารน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากและ NPL ในปีนี้ก็น่าจะลดลง เขากล่าวว่า

“Bank Mandiri จะมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 46% ในปี 2017 คิดเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในภาคธุรกิจธนาคาร ถึงแม้ว่าจะเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่ต่ำ เราคาดว่า Bank Mandiri จะเป็นหนึ่งในธนาคารซึ่งมีบัญชีที่ขาวสะอาดที่สุดตามที่เรามีข้อมูลอยู่ในปีหน้า” พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าธนาคารจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงเชิงลบซึ่งได้แก่ คุณภาพของสินเชื่อที่ด้อยลง และผลกำไรจากกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีแนวโน้มลดลง


Bank Mandiri (Photo Credit: Netral News)


อีกสิ่งหนึ่งที่ Bank Mandiri ได้ดำเนินการคือการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร เมื่อปีที่แล้ว Bank Mandiri ได้จัดสรรรายจ่ายฝ่ายทุน (capital expenditure) ประมาณ 1.7 ล้านล้านรูเปีย โดยงบกว่าสามในสี่นำไปใช้ลงทุนใน ระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (e-banking)

Bank Mandiri คาดว่าจะย้ายธุรกรรมของลูกค้าธนาคารเข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งปรากฏว่า ไตรมาสแรกของปี 2016 ธนาคารมีมูลค่าธุรกรรมผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซรวม 1 ล้านล้านรูเปีย เพิ่มขึ้นสองเท่าจากช่วงเดียวกันของปี 2015

ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่ของเทคโนโลยี Bank Mandiri ตั้งเป้าหมายที่จะก้าวไปให้ไกลกว่าการเป็นธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ธรรมดาๆ ด้วยการตั้งบริษัทย่อยเป็น venture capital ชื่อว่า PT Mandiri Capital Indonesia เมื่อต้นปีที่แล้ว บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัท VC แห่งแรกในภาคธุรกิจธนาคารในอินโดนีเซีย ซึ่งมีเงินลงทุนขั้นต้น 500 ล้านรูเปีย และทำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค)

Mandiri Capital ซึ่งมีหุ้นส่วนคือ Telkom Indigo ยังได้ทำโครงการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพ เช่น Limakilo บริษัทอี-คอมเมิร์ซจำหน่ายสินค้าเกษตร Iwak ตัวกลางระหว่างนักลงทุนกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา และ Bulp ซึ่งนำเสนอแพลตฟอร์มระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์

“Mandiri Capital มองหาสิ่งที่แตกต่างเพื่อมาเติมเต็มพอร์ตผลิตภัณฑ์ของบริษัทในการจับตลาดธุรกิจสตาร์ทอัพ เราหวังจะได้ไอเดียที่ไม่ซ้ำใครและมุมมองใหม่ๆ มาปรับใช้กับธุรกิจของเรา” Tiko กล่าว
 


สำหรับเป้าหมายระยะยาวของธนาคาร Tiko กล่าวว่า Bank Mandiri ต้องการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดในภูมิภาค เนื่องจากกำไรของภาคธุรกิจธนาคารในประเทศลดลง ทางธนาคารจึงกำลังมองหาโอกาสใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดยเน้นที่ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเมียนมา

แต่ Bank Mandiri เลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างไปจากเดิม คือแทนที่จะเปิดสาขาในลักษณะเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต Tiko กล่าวว่าการขยายสาขาแบบ inorganic จะมีประสิทธิภาพมากกว่า โดย Bank Mandiri สามารถเข้าซื้อกิจการหรือเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินในท้องถิ่นที่ประกอบธุรกิจต่างๆ เช่น ประกัน บัตรเครดิต และไมโครไฟแนนซ์ การขยายธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นภายในสองปีนี้

“อินโดนีเซียในอีกสิบปีข้างหน้าจะเป็นยุคของคนรุ่นใหม่ ดังนั้น Bank Mandiri จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น ผมคิดว่าธนาคารของเราจะยังคงให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจในรูปแบบดั้งเดิมซึ่งต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เช่น การให้บริการทางการเงินกับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ แต่เราน่าจะคว้าโอกาสใหม่ๆ ในสภาวการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจการธนาคารส่วนบุคคลและเทคโนโลยี” Tiko กล่าว


Admin System Web
Administrator

Update : 30 มิถุนายน 2560

View : 1,062



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,252

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 25,544

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 19,892

3

6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศร

Update : 13 กรกฎาคม 2560

view : 17,543

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 945

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,308

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,680


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย