WORLD / ASIA

ชีวิตนี้ลิขิตเอง

หลังจากสั่งสมประสบการณ์เป็นเวลาหลายสิบปีในธุรกิจชิปปิ้งและธุรกิจเทรดดิ้งสินค้าโภคภัณฑ์ Harry Banga ตัดสินใจออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง เพียงไม่นานบริษัทของเขาก็สามารถไต่อันดับขึ้นมายืนผงาดอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการ ส่งให้ชื่อของเขาติดทำเนียบอภิมหาเศรษฐีพันล้านอีกครั้ง

จากประสบการณ์อันยาวนานในอาชีพ “เทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์” ทำให้ Harindarpal S. Banga ซึ่งมีชื่อเรียกขานติดปากในหมู่เพื่อนฝูงว่า “Harry” ต้องพบเจอกับเรื่องราวสารพัดรูปแบบที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เขายังได้เห็นเจ้านายเก่าที่ชื่อ Abbas Gokal ซึ่งเป็นเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการชิปปิ้งระดับโลกสมัยทศวรรษ 1960-1979 ต้องล้มละลายและถูกศาลตัดสินจำคุกนานถึง 14 ปี ยังได้เห็นการล่มสลายของอาณาจักร Noble Group ซึ่งเคยสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยถึงระดับพันล้านเหรียญให้กับเขา

โดยมูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทดังกล่าวเคยพุ่งสูงถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญก่อนจะหล่นฮวบเหลือเพียงแค่ 1.6 พันล้านเหรียญในปัจจุบัน

หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตทำให้ Banga ตัดสินใจออกมาเปิดบริษัทเทรดดิ้งสินค้าโภคภัณฑ์ของตัวเองที่ชื่อว่า Caravel Group เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยบริษัทแห่งนี้มีเงินทุนหนุนหลังที่แข็งแกร่งสูงถึง 800 ล้านเหรียญ ซึ่ง Banga ได้มาจากการขายหุ้นส่วนของเขาในบริษัท Noble ก่อนที่ราคาหุ้นจะร่วงดิ่งเหว

Caravel สามารถเจาะตลาดธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 2013 ซึ่งเป็นปีแรกของการก่อตั้งธุรกิจ บริษัทมีรายได้ตามมูลค่าที่บันทึกบัญชีไว้สูงถึง 80 ล้านเหรียญโดยบริษัทคาดการณ์ว่าผลประกอบการในปีที่ผ่านมาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 พันล้านเหรียญ ความสำเร็จทางธุรกิจส่งผลให้ Banga วัย 66 ปี ผู้เป็นเจ้าของกิจการดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียวมีชื่อติดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในฮ่องกงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิจำนวน 1.02 พันล้านเหรียญ



Caravel ถอดแบบมาจากบริษัท Noble แทบจะทุกกระเบียด เริ่มจากการแบ่งส่วนปฏิบัติการของบริษัทออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายกิจการเรือเดินสมุทร ฝ่ายเทรดดิ้งสินค้าโภคภัณฑ์ และฝ่ายบริหารสินทรัพย์ โดยผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกว่าครึ่งเป็นอดีตพนักงานของบริษัท Noble

แม้ภายหลังก่อตั้งบริษัทหลายปีที่ผ่านมามีเงินสกุลหยวนจำนวนหลายพันล้านเหรียญไหลเข้าไปลงทุนในตลาดอนุพันธ์ของประเทศจีนเมื่อไม่นานนี้ ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์แทบจะทุกรายการไล่ตั้งแต่สังกะสีไปจนถึงถ่านหินทะยานขึ้นสูงเป็นครั้งแรก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่อย่าง Caravel ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษเพราะต้องควบคุมสถานการณ์ต่างๆ เอาไว้ให้อยู่หมัด ทั้งตลาดค่าระวางเรือ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา วงจรการผลิต กลไกป้องกันความเสี่ยงล่าสุด และการวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ซึ่งสถานการณ์และสภาพแวดล้อมการทำงานแบบที่ Banga คุ้นเคยตั้งแต่สมัยที่สวมหมวกเป็นรองประธานบริษัท Noble โดยมี Elman นั่งเป็นประธานกรรมการบริษัทอยู่ในเวลานั้น

Banga ออกจากบ้านตอนที่อายุได้เพียง 16 ปี เพื่อจะไปทำงานกับกองเรือบรรทุกสินค้า ในขณะที่ Elman ออกจากบ้านตอนที่อายุ 15 ปี เพื่อจะไปประกอบอาชีพค้าเศษเหล็ก วิถีชีวิตในครั้งนั้นพาคนทั้งคู่รอนแรมไปไกลถึงทวีปอเมริกา ทวีปแอฟริกา ทวีปออสเตรเลียและทวีปเอเชีย ก่อนที่พวกเขาจะลงหลักปักฐานทำงานในตำแหน่งผู้บริหารบริษัทเทรดดิ้งสินค้าโภคภัณฑ์ในฮ่องกง ซึ่งเป็นถิ่นแดนที่พวกเขาได้มีโอกาสโคจรมาเจอกัน

ในปี 1979 Banga ได้ตอบรับเข้าทำงานกับ Gulf Group ในฮ่องกงในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ แม้ว่าทศวรรษ 1970-1979 จะเป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ แต่ในทางตรงข้ามมันเป็นยุคเฟื่องฟูของเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ในขณะที่เศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในปี 1989 เขาลาออกจากบริษัท ในขณะที่ Elman ตัดสินใจทิ้งอาชีพการเป็นเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ที่บริษัท Phibro และออกมาเปิดบริษัทของตัวเองที่ชื่อ Noble ในปี 1986

Noble เปิดตัวในเวลาที่เหมาะเจาะเพราะการที่ประเทศจีนซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ที่หลับใหลมานานถูกปลุกให้ตื่นย่อมหมายถึงความต้องการวัตถุดิบจำนวนมหาศาลเพื่อนำไปใช้ในการสร้างถนน ท่าเรือ และโรงงานต่างๆ ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียฟิลิปปินส์ และเวียดนามอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการส่งออกสินค้าข้าวและสินค้าเกษตรจำนวนมากไปขายในตลาดต่างประเทศ

เขาเข้ามาร่วมงานกับบริษัทในฐานะหัวหน้าฝ่ายธุรกิจเรือเช่าเหมาลำได้สักพัก ประเทศจีนเกิดเหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ส่งผลให้เรือสินค้าจำนวนมากติดค้างอยู่ที่ท่าเรือ และการที่บริษัท Noble มีปริมาณการขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน สูงถึงร้อยละ 90 ทำให้บริษัทอยู่ในสภาพย่ำแย่จนถึงขั้นอาจต้องปิดกิจการ โชคดีที่เพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นวิกฤตการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้สอนบทเรียนอันมีค่าให้กับ Banga ว่า “จงอย่าได้ประมาทความเสี่ยงทางการเมือง” ระหว่างการทำงานที่ Noble เขามักจะเดินทางไปตามจังหวัดต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เขาได้รับฉายาว่า “Zhong Guo Tong” ซึ่งหมายถึง ชาวต่างประเทศผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องภาษาและวัฒนธรรมจีน

ในปี 1997 ที่มีการเสนอขายหุ้นของบริษัท Noble ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์รายได้ประจำปีของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 580 ล้านเหรียญ โดยมีกำไรสุทธิประมาณ 20 ล้านเหรียญ ในตอนนั้น Elman ถือหุ้นบริษัทอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 45.7 ส่วน Banga ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10.7

ทั้งคู่มีส่วนช่วยปลุกปั้น Noble ให้ก้าวสู่จุดสูงสุดทางธุรกิจและผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์การเงินเอเชียในช่วงระหว่างปี 1997 – 1998 และวิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2008 แต่ในปี 2006 บริษัทได้ผู้บริหารใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ด้านการเกษตรและพลังงาน Noble จึงเดินหน้าตะลุยซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ไล่ตั้งแต่โรงงานน้ำตาลในประเทศบราซิล โรงเก็บเมล็ดพืชในประเทศยูเครน และโรงงานสกัดน้ำมันในประเทศจีนยูเครน แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ บริษัทผันตัวเองจากการเป็นบริษัทเทรดดิ้งที่ขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคซึ่งมีความเสี่ยงต่างๆ ที่ต้องจัดการมากมาย

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงยื่นใบลาออกในปี 2010 ก่อนที่บริษัทจะมีปัญหาด้านบัญชี ก่อนที่ราคาหุ้นของบริษัทจะหล่นฮวบฮาบ โดยในปีเดียวกันนั้นเขาได้ตัดสินใจขายหุ้นในบริษัทออกไปส่วนหนึ่ง และนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นจำนวน 285 ล้านเหรียญไปซื้อบริษัท Fleet Management จาก Noble เป็นเงิน 75 ล้านเหรียญ ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้กับ Caravel สูงสุดในปัจจุบัน ในปี 2013 เขาได้ตัดสินใจขายหุ้นจำนวนที่เหลือและก่อตั้งบริษัท Caravel ขึ้น

“ธุรกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืนจนเป็นบริษัทเดินเรือที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก (รองจากบริษัท Anglo-Eastern Univan ของฮ่องกงและ V Group ของ London) ด้วยวิธีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เราไม่เคยต้องเพิ่มทุน ธุรกิจของเราเติบโตโดยอาศัยการแนะนำแบบปากต่อปากและความน่าเชื่อถือดังกล่าวช่วยให้เราได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับบริษัทใหญ่ๆ ในวงการ”

รูปแบบการทำธุรกิจของ Caravel เป็นเกราะกำบังบริษัทให้รอดพ้นจากความเสี่ยงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยธุรกิจเรือช่วยสร้างรายรับค่าธรรมเนียมที่สม่ำเสมอ ธุรกิจเทรดดิ้งสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยเพิ่มผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะสั้น และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ช่วยสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว

“บริษัทของเราจะเดินเรือผ่านท้องนทีแห่งความผันแปรด้วยความยืดหยุ่นและความแคล่วคล่องว่องไวเฉกเช่นเรือ Caravel”Bangaทิ้งท้าย


คลิกอ่านฉบับเต็ม "ชีวิตนี้ลิขิตเอง" ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ เมษายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 03 มิถุนายน 2560

View : 1,490



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,224

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 25,531

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 19,889

3

6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศร

Update : 13 กรกฎาคม 2560

view : 17,531

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 931

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,305

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,675


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย