WORLD / ASIA

ธุรกิจฉีกกฎ

แม้ครั้งหนึ่งฝันเกือบสลาย แต่ในที่สุด David Kong ก็ปั้นธุรกิจแห่งความตายจนประสบความสำเร็จ ซึ่งหากมองย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วไม่มีใครในมาเลเซียกล้าแตะต้องธุรกิจนี้เป็นแน่

เมื่อครั้งที่ David Kong ผุดไอเดียธุรกิจจัดงานศพขึ้นในประเทศมาเลเซียเมื่อปี 1985 ไม่มีใครแม้แต่จะรับฟัง ธนาคารไม่ยอมปล่อยสินเชื่อให้ ส่วนทางการท้องถิ่นก็ไม่อนุมัติคำร้องขอเปิดสุสาน แต่ Kong ไม่ล้มเลิกความพยายาม ทุกวันนี้ บริษัท Nirvana Asia ของเขากลายเป็นบริษัทจัดงานศพอย่างครบวงจรแห่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการอาบน้ำยาศพ ฝัง และ เผา ตลอดจนออกแบบโลงศพ สร้างหลุมฝังศพ จัดทำโกศบรรจุอัฐิ และให้บริการจัดงานศพ ซึ่งโดยมากแล้วเป็นพิธีกรรมและพิธีสวดศพตามธรรมเนียมโบราณทางพระพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า

จะว่าไปแล้วก็นับเป็นธุรกิจที่แปลกเอาการ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งมอบล้วนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ศาสนา และขนบธรรมเนียม ผู้ดูแลศพก็คือพระสงฆ์กับนักบวช จิตวิญญาณขับกล่อมด้วยถ้อยคำจากสมัยอดีตขณะประกอบพิธีกรรมขั้นตอนสุดท้าย “ทุกๆ ชีวิตควรจากไปอย่างมีเกียรติ” Kong ให้สัมภาษณ์ ณ ศูนย์ Nirvana Center ความสูง 18 ชั้น ใจกลางกรุง Kuala Lumpur “เราสรรเสริญชีวิตและเกียรติประวัติที่ได้รับตลอดช่วงชีวิต เราต้องการสร้างความมั่นใจว่าการเดินทางเปลี่ยนผ่านสู่อีกมิติหนึ่งเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติ ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทั้งผู้ที่จากไปและคนรักของพวกเขา”

Kong วัย 61 ปี หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Kong Hon Kong ทำเงินได้มากมายมหาศาลจากธุรกิจดังกล่าว เขานำ Nirvana เข้าทำสัญญากับ CVC Capital Partners บริษัทใน London ที่ประเมินมูลค่าบริษัทของเขาไว้ที่ 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ CVC ตกลงซื้อหุ้น 43% คิดเป็นเงินเข้ามือ Kong 200 ล้านเหรียญ ในเวลานี้ เขายังคงถือหุ้นอยู่ 38% ซึ่งลดลงมาจาก 42.7% และจะยังคงนั่งเก้าอี้ผู้บริหารบริษัทต่อไป โดยมี Orchid Asia ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ เป็นเจ้าของหุ้นอีก 19% ที่เหลือ

เมื่อเดือนมีนาคม 2016 Kong ติดโผการจัดอันดับ 50 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในมาเลเซียของ FORBES ASIA เป็นครั้งแรกในอันดับ 34 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 550 ล้านเหรียญ ในเวลานี้ ทรัพย์สินของเขาน่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 720 ล้านเหรียญ


 

Nirvana บริหารสุสาน 13 แห่ง ห้องเก็บโกศ 14 แห่ง โรงประกอบพิธีฌาปนกิจศพ 2 แห่ง และเมรุ 6 แห่งในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย และจีน ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Frost & Sullivan ระบุว่า ในแต่ละประเทศที่ Nirvana ดำเนินธุรกิจอยู่นั้นบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าคู่แข่งในอันดับรองลงมาถึง 5 เท่าเป็นอย่างน้อย

Liew Kee Sin ประธาน Eco World Development กล่าวถึง Kong ซึ่งรู้จักกันมา 20 ปีแล้วว่า “เขาเปลี่ยนเรื่องต้องห้ามของสังคมให้กลายเป็นธุรกิจที่ประกอบไปด้วยการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการปลอบประโลม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัจธรรมที่หนีไม่พ้นเข้าไว้ด้วยกัน ทุกวันนี้หลายคนไม่กลัวความตายแล้ว พวกเขาพูดถึงความตายของตัวเอง อีกทั้งยังเตรียมแผนการรองรับไว้อีกด้วย”

หลังจากที่ดำเนินกลยุทธ์ส่วนแบ่งการตลาดแล้ว Nirvana นำเสนอแพ็กเกจออกมาในราคาต่างๆ เช่น พื้นที่ฝังศพในทำเลทองอาจจะมีราคาสูงถึง 2.5 ล้านเหรียญ ส่วนโลงศพชุบทองสนนราคาอยู่ที่ 350,000 เหรียญ ตัวแทนจำหน่ายกว่า 3,000 คนจะเสนอแพ็กเกจที่เรียกว่า “ความจำเป็นสำหรับอนาคต” ให้กับลูกค้าที่อาจจะมีอายุเพียง 40 ปีซึ่งกำลังวางแผนอนาคตไว้ล่วงหน้า รายได้ราว 85% ของบริษัทมาจากการขายแพ็กเกจบริการที่อาจจะยังไม่ต้องใช้งานไปอีกหลายปีเลยทีเดียว

Memorial Park ของ Nirvana ซึ่งตั้งอยู่ที่ Semenyih นอกกรุง Kuala Lumpur ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว หออนุสรณ์สร้างขึ้นตามประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมจีน โดยตกแต่งด้วยทองคำอย่างละเอียดลออ สะท้อนความงดงามและสถานะอันเกรียงไกรเยี่ยงกษัตริย์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวส่วนตัวของคนดังและผู้นำทางการเมืองมากมายที่ฝังอยู่ที่นั่น

นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์อักษรจีนสลักหินแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งสร้างขึ้นด้วยงบประมาณ 5 ล้านเหรียญ ภาพพระพุทธรูปฝังคริสตัลและเจ้าแม่กวนอิมปรากฏให้เห็นทุกหนทุกแห่ง ต้นไผ่ไหวเอน ทะเลสาบสะท้อนแสงระยิบระยับ ทางเดินปรับทิวทัศน์ล้อมรอบหลุมศพที่นอนอยู่ใต้หลังคารูปม้า เศรษฐีและคนดังมากมายในมาเลเซียจับจองพื้นที่ให้กับตัวเองและครอบครัวไว้ในที่แห่งนี้

วัยเด็กของ Kong เกิดในครอบครัวคนกรีดยางใน Kuala Lipis ทางตอนเหนือของมาเลเซีย ทุกๆ วันเวลาตี 2 เขาและน้องชายต้องออกไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมยางพารา ก่อนจะไปโรงเรียน และกลับมาทำงานอีกก่อนเข้านอน ด้วยความทนทุกข์ สองพี่น้องในวัย 16 ปีจึงหันหลังอำลาหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ Kuala Lumpur ที่นั่น พวกเขาขายยาสีฟัน สบู่ และของใช้อื่นๆ แม้ว่าความต้องการสินค้าเหล่านี้จะมีอยู่มาก แต่บรรดาเจ้าหนี้มักจะจ่ายเงินช้า ทำให้สภาพคล่องแทบไม่มี ในปี 1985 Kong จึงเดินหน้าเปิดธุรกิจปล่อยสินเชื่อเสียเอง

ในเวลาเดียวกัน พ่อตาของเขาเสียชีวิต เขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้หาสถานที่ฝังศพ แต่ในตอนนั้นที่มาเลเซียไม่มีสุสานเอกชนเลย นอกจากนี้การเจรจากับช่างทำโลงศพและผู้จัดพิธีสวดยังยากเย็นสิ้นดี ขั้นตอนต่างๆ แสนจะวุ่นวายจนเขาบอกว่า “จำเป็นต้องมีการให้บริการที่ดีกว่านี้แน่ๆ ครับ เราหนีความตายไม่พ้น ใครก็ตามที่เกิดมาต่างก็ต้องตาย แปลว่าความต้องการบริการนี้ย่อมไม่สิ้นสุด”

ในขณะนั้นมาเลเซียเจอพิษเศรษฐกิจถดถอยเข้าพอดีในปี 1987 สภาพคล่องเริ่มหดหาย ธุรกิจสินเชื่อของเขาพังไม่เป็นท่า เขาต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ครั้งนี้มีภรรยาวัยละอ่อนกับลูกน้อย 2 คนพ่วงมาด้วย Kong เองก็ไม่มั่นใจหรอกว่าจะทำกำไรจากธุรกิจที่มีความละเอียดอ่อนอย่างบริการจัดงานศพได้ แต่ยังโชคดีที่มีเพื่อนเป็นพระและช่วยให้เขาหลุดพ้นจากอุปสรรคทางจิตวิทยานี้

ขณะเดียวกัน อาจารย์ด้านภูมิพยากรณ์คนหนึ่งได้ช่วยเขาค้นหาทำเลทรงหัวมังกรที่มีฮวงจุ้ยดี เขาเจรจาเอาชนะเจ้าของที่ดินที่กำลังลังเลอยู่ได้ โดยเสนอที่จะปันส่วนกำไรให้ จนทำให้เขาได้สิทธิ์ใช้ที่ดินขนาด 50 เอเคอร์มาทำหลุมฝังศพ แต่รัฐบาลท้องถิ่นกลับไม่อนุมัติคำขอ ตลอดระยะเวลา 2 ปีหลังจากนั้น Kong เดินทางไปยังกรมที่ดินเกือบทุกวัน และในปี 1990 คำขอก็ได้รับการอนุมัติ

เขาตั้งชื่อบริษัทแห่งใหม่ว่า Nirvana ลูกค้าคนแรกของเขาคือเพื่อนที่มาซื้อที่ดินหลังจากที่ญาติคนหนึ่งเสียชีวิต ไม่นานข่าวคราวเกี่ยวกับ “บริษัทจัดการศพ” แห่งใหม่ก็กระจายออกไป ก่อนสิ้นปีนั้นเอง Nirvana กำลังทำกำไร แต่ธนาคารกลับไม่เชื่อว่า ที่ดินผืนนั้นจะขายต่อได้ราคา จึงไม่มีใครยอมปล่อยเงินกู้ให้

Kong จึงหันมาให้ความสำคัญกับการรับชำระเงินสดหักลบกับต้นทุนการครอบครองที่ดิน เมื่อได้กำไรก็จะนำไปลงทุนในที่ดินเพิ่มและปรับปรุงสุสานให้สวยงาม หลายคนที่เคยกังขาเริ่มเปลี่ยนใจ “เป็นครั้งแรกที่ผู้ให้บริการสินเชื่อ นักลงทุน และธนาคารเริ่มมองแล้วว่า ธุรกิจของผมไม่ได้ทำอะไรผิด แม้ว่าจะแปลกๆ ก็เหอะ”





ในที่สุด Kong ก็สามารถนำหุ้นเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกได้สำเร็จในปี 2000 จากนั้นบริษัทก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2014 Kong นำ Nirvana เข้าจดทะเบียนอีกครั้งในตลาดฮ่องกงและระดมทุนได้ 246 ล้านเหรียญ ทำให้เขามีกำลังพอที่ขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย เวียดนาม ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และจีน

“ตอนเริ่มต้นใหม่ๆ ผมแค่ใฝ่ฝันถึงการให้บริการจัดงานศพที่สมบูรณ์แบบ หมดห่วงทั้งผู้ตายและครอบครัว ซึ่งกลายเป็นว่ามันทำเงินให้ผมได้มากกว่าที่เคยฝันไว้ นอกจากนี้ยังทำให้ผมรู้สึกมั่นใจด้วยว่า เมื่อถึงเวลานั้น บั้นปลายชีวิตของผมจะต้องจบลงอย่าง happy ending แน่ๆ”

อันที่จริงแล้ว พื้นที่สำหรับทำหลุมฝังศพของตัวเขาเองนั่นตั้งอยู่บนยอดเนินที่ Memorial Park ใน Semenyih นั่นเอง


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "ฉีกกฎธุรกิจ" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มกราคม 2560


Admin System Web
Administrator

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 1,140



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 9,130

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 22,509

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 18,894

3

กลยุทธ์ล้ม Amazon

Update : 03 กันยายน 2559

view : 7,802

top list

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 2,836

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 1,148

อเมริกาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้ประธานาธิบดี..

Update : 01 กุมภาพันธ์ 2560

view : 2,296


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้