WORLD / ASIA

คุณพ่อจอมจุ้น

มีพ่อคนไหนที่จะทำให้ลูกสาวขายขี้หน้าเกิน Cecil Chao? ไม่ว่าพ่อลูกคู่ Cecil และ Gigi จะผ่านเรื่องร้ายดีอะไรมาบ้างคงไม่สำคัญเพราะปัจจุบัน ทั้งคู่คือทีมเวิร์คที่ทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดีในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ชื่อว่า Cheuk Nang Holdings

เรามีนัดกับทั้งสองในช่วงบ่ายวันจันทร์ ตอนที่เราไปถึง Cecil Chao ผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และ Gigi บุตรสาวกำลังจดจ่ออยู่กับแผนสถาปัตยกรรมในสำนักงานใหญ่ของบริษัท ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 49 ของอาคาร Central Plaza บนเกาะฮ่องกง ด้านหลังห้องทำงานของพวกเขาเผยให้เห็นทัศนียภาพที่งดงามของอ่าว Victoria Harbor ซึ่งเป็นภาพมุมกว้างที่ไม่มีอะไรมาบดบังสายตา

Cecil ผู้พ่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ส่วน Gigi บุตรสาวดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการของบริษัท Cheuk Nang Holdings ทั้งคู่กำลังวุ่นอยู่กับโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในประเทศจีนฮ่องกง มาเก๊า และมาเลเซียจากภาพที่เราเห็น ทั้งคู่ทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี ซึ่งดูจะขัดแย้งกับสิ่งที่เราเคยได้ยินมาเมื่อในอดีต

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อนของคนทั้งสองปรากฏเป็นข่าวพาดหัวดังไปทั่วโลก เมื่อ Cecil ผู้เป็นบิดาประกาศจะให้เงินรางวัลจำนวน 65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แก่ผู้ชายที่สามารถทำให้บุตรสาวของเขายอมแต่งงานด้วย แม้ว่าในเวลานั้นเธอจะแต่งงานอยู่กินกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว มีผู้ชายกว่า 10,000 คนตอบรับข้อเสนอนี้ในทันที

สายใยความเป็นพ่อเป็นลูกของคนส่วนใหญ่อาจจะสะบั้นหากต้องเจอแรงกดดันที่ถาโถมรุนแรงแบบนั้น แต่ไม่ใช่กับสมาชิกตระกูล Chao โดยในเดือนตุลาคม ปี 2014 Cecil ระบุให้บุตรสาวคนโตเป็นผู้สืบทอดกิจการบริษัทซึ่ง Gigi เป็นลูกคนเดียวในบรรดาลูกทั้งหมดสามคนที่ประกอบอาชีพสถาปนิกเหมือนตัวเขา

Cecil ในวัย 80 ปี ย้อนความหลังถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่าเขาทำแบบนั้นเพราะเชื่อว่าบุตรสาวของตนอาจจะหาคู่ครองที่เหมาะสมได้ยาก แต่หลังจากที่ Gigi ซึ่งอายุประมาณ 37 ปีในเวลานั้นปฏิเสธข้อเสนอของเขาอย่างไม่ไยดี เขาก็ยอมรับการตัดสินใจของเธอ “ทำไงได้ล่ะ มันเป็นชีวิตของเขา เราก็ต้องปล่อยให้เขาเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง”

Cecil ยังคงกุมบังเหียนการบริหารงานในบริษัทอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเกษียณตัวเองในเร็ววัน ชายผู้ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญคนนี้มีแนวคิดแบบคนตะวันออก เขาเป็นคนชอบออกคำสั่ง อหังการ และไม่เชื่อในพระเจ้า เขาไม่เคยแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ลูกทั้งสามคนของเขาเป็นพี่น้องต่างมารดา และเขามักจะอวดอ้างด้วยความภาคภูมิใจว่าเขา “นอน” กับผู้หญิงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 คน

ส่วน Gigi จะมีแนวความคิดแบบคนตะวันตก เธอมีสำเนียงพูดแบบชาวอเมริกัน เนื่องจากย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่รัฐ New Jersey กับแม่และพ่อเลี้ยงตั้งแต่อายุได้เพียง 6 ขวบ แม่ของเธอ คือ Kelly Yao Wei อดีตนักแสดงชาวฮ่องกง เธอนิยามตัวเธอสั้นๆ ว่า “ฉันเป็นคริสเตียนผู้รักเสรีภาพและชื่นชอบเพศเดียวกันฉันเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อน”

Gigi ซึ่งอาสาพาพวกเราเดินเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบริษัทเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าแผ่นป้ายสีฟ้าของโครงการ One Kowloon Peak เฟส 1 โดยบริษัท Cheuk Nang ยอมจ่ายเงินในราคาแพงกว่าปกติเพื่อที่จะแปลงโฉมพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Tsuen Wan ในเขต New Territories ให้เป็นอาคารที่พักอาศัยขนาดความสูง 19 ชั้น โดยห้องชุดทั้งหมด 49 หลังจะอยู่ติดกับทะเล

Cheuk Nang เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมูลค่าตลาดรวมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 390 ล้านเหรียญ ซึ่ง Cecil มองว่าราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงไปมาก เนื่องจากเขาเชื่อว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่แท้จริงของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 1.5 พันล้านเหรียญ Cecil มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทประมาณร้อยละ 71 กำไรสุทธิของบริษัทสำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2014 อยู่ที่ประมาณ 51 ล้านเหรียญ และลดลงมาอยู่ที่ 31 ล้านเหรียญในปี 2015 เขาคาดการณ์ว่าผลประกอบการของบริษัทในปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา





Cecil ซึ่งเริ่มต้นอาชีพจากการเป็นสถาปนิกก่อนจะผันตัวมาทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการร่างแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ ของบริษัท หลังจากบริษัทเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงเป็นหลักในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่ในช่วง 2 ปีมานี้ Cecil เริ่มทยอยขายอสังหาริมทรัพย์บางส่วนในฮ่องกง โดยเขาให้เหตุผลว่า “อสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงเริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว” เขารู้สึกผิดหวังกับเหตุจลาจลทางการเมืองที่เกิดขึ้น เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงเมื่อปี 2014 ซึ่งทำให้ฮ่องกงเข้าสู่ภาวะเสื่อมถอยอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ “ธุรกิจก็ยังพอไปได้ และบริษัทก็ยังสามารถทำกำไรงามได้อยู่ แต่ผมมองว่ามันคงไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน”

Gigi ได้เล่าให้เราฟังว่าพ่อเคยไล่เธอออกจากบริษัทในปี 2004 เพราะไม่พอใจที่เธอทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจส่วนตัวมากเกินไป และเธอยอมกลับมาทำงานที่ Cheuk Nang อีกครั้งในปี 2011 เมื่อได้รับการขอร้องจากพ่อ “ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพ่อเป็นอะไรที่ผันแปรได้ตลอด” พ่อมักจะกดดันว่าฉันต้องทำงานให้หนักและทุ่มเทเวลาให้มากกว่านี้

“สไตล์การบริหารงานของพ่อเป็นแบบคนสมัยเก่า ซึ่งเหมาะกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ฉันยอมรับว่าการทำงานหนักทำให้ธุรกิจของเราอยู่รอดทั้งในยามที่เศรษฐกิจดีและไม่ดี แต่วิธีแบบนั้นก็มีข้อเสียตรงที่ขาดนวัตกรรม ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายในมุมมองของฝ่ายบริหาร ฉันต้องทำการบ้านอย่างหนักในการบริหารคน ฉันเรียนจบมาทางด้านประชาสัมพันธ์ มันเป็นงานที่ฉันถนัด” เธอกล่าว

ปัจจุบัน Cecil พุ่งเป้าการเติบโตไปที่ประเทศจีน ซึ่งมีมูลค่าร้อยละ 70 ของสินทรัพย์รวมของบริษัท ขณะที่โครงการในมาเก๊าและมาเลเซียยังต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาล Cecil บอกว่า “เรามองเห็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะไหลเข้าบริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้า” เมื่อโครงการต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ เขาคาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทน่าจะพุ่งแตะระดับ 1 พันล้านเหรียญอย่างแน่นอน

Cecil ตั้งใจส่ง Gigi ไปที่ประเทศจีนสัปดาห์ละ 2 วันเพื่อตรวจดูความคืบหน้าโครงการก่อสร้างต่างๆ แม้ว่าเขาจะรู้ข่าวสารความเป็นไปของที่นั่นผ่าน “เพื่อนสาว” ของเขา ซึ่งประจำอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้างประมาณ 5-10 คน Cecil บอกว่า “สาวๆ ที่ทั้งสวยและฉลาดพวกนี้จะคอยป้อนข้อมูลข่าวสารให้กับผมตลอด” เมื่อถูกถามว่าสาวสวยกลุ่มนี้ได้รับเงินเดือนประจำจากเขาหรือไม่ Cecil ปฏิเสธที่จะตอบคำถามนั้นอย่างนุ่มนวล ในความคิดของ Gigi และเพื่อนร่วมงานของเธอ

เครือข่าย “เพื่อนสาว” ที่ขัดกับขนบประเพณีแบบนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคแรกๆ ไม่ยอมรับ แต่การทำธุรกิจในประเทศจีนเป็นเรื่องที่ท้าทาย ทั้งในเรื่องของกฎระเบียบและอุปสรรคมากมายที่เราไม่อาจนิ่งนอนใจ แต่ขั้นตอนต่างๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นผ่านการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย “เพื่อนสาว” ตลอดจนเครือญาติและผู้คนที่พวกเธอมีสายสัมพันธ์อันดี “เมื่อลองถอดหมวกความคิดแบบชาวตะวันตกออก ฉันยอมรับว่าวิธีการที่พ่อทำมันเจ๋งมาก” Gigi พูดถึงพ่ออย่างชื่นชม “พ่อมักจะได้ข้อมูลเด็ดจากสาวๆ เหล่านี้เสมอแทบจะไม่ต่างจากวิธีการของเจมส์ บอนด์เลย”

Cecil เล่าประวัติครอบครัวให้เราฟังแบบรวบรัดว่า ทั้งพ่อและแม่ของเขาเรียนกฎหมายมาด้วยกัน ทั้งคู่แต่งงานกันในช่วงต้นทศวรรษ 1920 และต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 5 คน เนื่องจากครอบครัวไม่ได้มีเงินทองมากนัก ฐานะที่บ้านเริ่มดีขึ้นตอนที่พ่อได้งานประจำที่บริษัท Philip Morris ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาสูบในช่วงหลังเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทดังกล่าวตกลงรับพ่อเข้าทำงานในตำแหน่ง “ผู้เจรจาการค้า” ต่อมาในปี 1948 เมื่อสงครามกลางเมืองในประเทศจีนส่อเค้าว่าจะรุนแรงขึ้น Chao Tsong Yea พ่อของเขาจึงตัดสินใจขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีและไปซื้อเรือลำหนึ่งเพื่ออพยพสมาชิกในครอบครัวมาอยู่ที่ฮ่องกง

หลังจากนั้นพ่อของเขาได้เปิดบริษัท Wah Kwong Maritime Transport ขึ้นเพื่อให้บริการขนส่งสินค้า ซึ่งบริษัทดังกล่าวยังคงมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจขนส่งสินค้าจวบจนปัจจุบัน บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกของ Cecil ได้เงินทุนสนับสนุนจากพ่อของเขา

เราเดินลงจากบันไดทางเดินมาที่ห้องโถงบริเวณชั้น 3 ซึ่งมีงานศิลปะจีนจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่ Cecil เล่าให้เราฟังถึงแผนสืบทอดกิจการของเขาว่า “ผมถ่ายทอดประสบการณ์ให้เขาทุกวัน รวมแล้วปีหนึ่งก็ตกประมาณ 10% แต่เอาจริงๆ ผมยังไม่รู้ว่าจะส่งไม้ต่อให้ลูกบริหารกิจการเมื่อไหร่ มันอยู่ที่ Gigi ว่าเธอทำตัวยังไง และเธอพร้อมจะสู้งานหนักแค่ไหน”

Cecil พูดปิดท้ายว่า “คนจีนมักจะไม่วางมือทางธุรกิจแบบเต็มตัวถ้าผมไม่ได้ทำงาน ผมคงหมดสนุก ถ้าให้ผมเกษียณ ผมคงมีชีวิตอยู่เพื่อรอความตาย แล้วมันจะไปสนุกอะไร”


คลิ๊กเพื่ออ่านฉบับเต็ม "คุณพ่อจอมจุ้น" ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2559


Admin System Web
Administrator

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

View : 2,472



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,204

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 25,523

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 19,888

3

6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศร

Update : 13 กรกฎาคม 2560

view : 17,526

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 911

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,302

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,673


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย