WORLD / GLOBAL

ถึงเวลา Glaxo เยียวยาธุรกิจ

Andrew Witty สืบทอดตำแหน่งผู้นำทัพบริษัทยาที่ถูกรุมเร้าไปด้วยคดีอื้อฉาว เขาใช้เวลา 8 ปีหลังจากนั้นทุ่มเทเพื่อเยียวยาธุรกิจ และตอนนี้อาจถึงเวลาที่ GlaxoSmithKline จะพลิกฟื้นกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

และนี่คือสิ่งที่ Sir Andrew Witty ผู้นั่งแท่นประธานบริหารของ GlaxoSmithKline บริษัทยายักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษมาเป็นระยะเวลากว่า 8 ปีต้องการให้คนในประเทศแถบทวีปแอฟริกาใต้จดจำเขาก่อนที่จะถึงเวลาลงจากตำแหน่งในอีกไม่ช้า ในฐานะที่เป็น CEO ของบริษัทที่พัฒนาวัคซีนโรคมาลาเรียและทดลองวัคซีนป้องกันไวรัสอีโบลารายแรกของตลาด ในฐานะที่เป็นผู้บริหารเปี่ยมจรรยาบรรณที่ได้ยุติการติดสินบนแพทย์ให้ส่งเสริมการใช้ยา และในฐานะผู้นำทัพธุรกิจยาที่ได้แสดงศักยภาพในการนำพาบริษัทยายักษ์ใหญ่ฝ่ามรสุมโดยปราศจากการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ซึ่งจะส่งผลเสียต่อองค์กร

“พูดตามตรง ผมไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ตัดสินใจแม้แต่เรื่องเดียว” Witty วัย 52 ปีกล่าว “คนที่มีความสามารถมากกว่าอาจทำได้ดีกว่าผม แต่ผมคิดว่าเราเลือกเดินมาในทิศทางที่ถูกต้อง”

ภาพของ Glaxo อาจเหมือนหนังคนละม้วนเทียบกับครั้งอดีตบริษัทมีอัตราเติบโตของรายได้เกือบจะคงที่นับตั้งแต่ Witty เข้ามารับตำแหน่งและราคาหุ้นให้ผลตอบแทนต่ำกว่าคู่แข่ง บริษัทถูกฟ้องร้องข้อหาการติดสินบนใน 6 ประเทศทั่วโลก ศาลพิพากษาว่าบริษัทมีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญาตามข้อกล่าวหาทำการตลาดผลิตภัณฑ์ยาด้วยวิธีที่ผิดกฎหมายในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2012 ซึ่งรวมถึงยาต่างๆ เช่น Paxil ยารักษาภาวะซึมเศร้าและAvandia ยาสำหรับโรคเบาหวาน บริษัทรับผิดยินยอมจ่ายค่าปรับ3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นการควักกระเป๋าจ่ายเพื่อยุติคดีมูลค่ามหาศาลที่สุดในประวัติศาสตร์วงการยา

ภายหลังคดีอื้อฉาวสั่นสะเทือนวงการ Witty ดำเนินการในสิ่งที่ประธานบริหารบริษัทยาแทบไม่เคยทำมาก่อน ด้วยการยืดอกก้าวออกมากล่าวขอโทษ “ในฐานะตัวแทนจาก GSK ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและให้คำมั่นสัญญาว่าเราได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้”

ปัญหาน่าขุ่นเคืองสำหรับ CEO คือ การที่เขาจะถูกติเตียนจากผลการตัดสินใจที่เกิดขึ้นหลายทศวรรษก่อนหน้าที่จะเข้ารับตำแหน่งเหตุการณ์อื้อฉาวส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ Witty นั่งเก้าอี้บริหารเป็นผลจากเหตุการณ์ก่อนวาระบริหารของเขา แต่กระนั้นก็รวมถึงความสำเร็จเช่นกัน วัคซีนป้องกันมาลาเรียของ Glaxo ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนามานานกว่า 30 ปี ความเชื่อมโยงระหว่างการตัดสินใจในอดีตและอนาคตที่แทบไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้สร้างความหนักใจให้กับ Witty อย่างมากเมื่อเขาต้องช่วยพิจารณาเลือกประธานบริหารคนใหม่มาสืบทอดตำแหน่ง “ในอุตสาหกรรมที่ผลิตภัณฑ์มีวัฏจักรชีวิตยาวนานเป็น 20 ปี หากประเมินสถานการณ์และวางแผนล่วงหน้าเพียง 1 ปี นั่นหมายถึงเส้นทางสู่หายนะ” Witty กล่าว “กลยุทธ์ของคุณจะต้องมีความสอดคล้องกันในเรื่องระยะเวลา และนั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำ” Witty ได้ลงมือดำเนินการครั้งสำคัญซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่า CEO คนใหม่ของ Glaxo จะประสบความสำเร็จหรือไม่

ในปี 2014 เขาบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจกับ Novartis โดยขายธุรกิจยารักษามะเร็งของ GlaxoSmithKline ออกไปแลกกับธุรกิจวัคซีนและธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพและเงินสด 1.6 หมื่นล้านเหรียญ บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่แห่งอื่นโดยส่วนใหญ่หวังพึ่งยารักษามะเร็งชนิดใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 100,000 เหรียญขึ้นไปต่อการรักษา Witty มองว่าอนาคตของยาชนิดนี้อยู่บนความเสี่ยงเนื่องจากคนจะไม่ควักเงินจ่ายไปโดยตลอดในระยะสั้น เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อเขาเพราะบริษัทประกันในสหรัฐฯ ยังยินดีจ่ายเงินสำหรับเข้ารักษา นอกจากนี้เขายังมุ่งเป้าไปที่ประเทศแถบเอเชียและแอฟริกาซึ่งตลาดยารักษาโรคกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตดังที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนถึงการพลิกฟื้นของธุรกิจ แต่ตัวเลขกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นและในไตรมาส 2 ของปีนี้ยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่พุ่งขึ้น 2 เท่าเป็น 1.5 พันล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วน 17% จากรายได้รวมของบริษัท Glaxo คาดการณ์ว่าผลกำไรของปีนี้จะขยายตัวอย่างน้อย 11%

GlaxoSmithKline ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ London ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1 มกราคม 2001 จากการควบรวมกิจการมูลค่า 7.6 ล้านเหรียญระหว่าง Glaxo Wellcome ผู้ผลิตยา Wellbutrin (โรคซึมเศร้า) และยา Imitrex (โรคไมเกรน) และบริษัท SmithKline Beecham ผู้ผลิตยา Avandia (โรคเบาหวาน) และ Paxil (โรคซึมเศร้า) บริษัททั้งสองแห่งมีชื่อเสียงมานานในด้านการเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมยาสำคัญๆ ซึ่งรวมถึงยาสำหรับโรค AIDS และยาปฏิชีวนะ ทว่า พวกเขาประสบปัญหาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาที่ได้รับความนิยมป้อนตลาดอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่นานหลังจากดีลควบรวมกิจการเสร็จสิ้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็เริ่มปะทุขึ้น

ปี 2007 Avandia (ยาสำหรับโรคเบาหวาน) ถูก Steven Nissen ประธานกรรมการศูนย์โรคหัวใจของ ClevelandClinic เขียนบทความซึ่งตีพิมพ์ ใน New England Journal of Medicine โดยระบุว่า Avandia ของ GlaxoSmithKline ซึ่งเป็นยาสำหรับโรคเบาหวานที่ได้รับความนิยมอย่างสูงส่งผลให้เกิดอาการหัวใจวาย ในที่สุดองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA ออกมาตรการห้ามไม่ให้ใช้ยาตัวนี้กับผู้ป่วยรายใหม่ซึ่งทำให้ยอดขายปีละ 3 พันล้านเหรียญหายวูบไปจากบริษัท การตอบโต้จาก J.P. Garnier ผู้บริหารคนก่อนหน้าWitty คือการนิ่งเงียบไม่ยอมรับ

Witty ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานบริหารในเดือนพฤษภาคม 2008 เขาเป็นลูกหม้อของ Glaxo โดยทำงานกับบริษัทมานานกว่า 23 ปีและเป็นนักการตลาดที่เคยบริหารธุรกิจของ Glaxo ในแอฟริกาอยู่ช่วงหนึ่งก่อนรับหน้าที่ผู้บริหารประจำภูมิภาคยุโรป และดูเหมือนว่าเป้าหมายแรกของเขาคือการกอบกู้ภาพลักษณ์ของ Glaxo

ทว่า Witty เผชิญหน้ากับปัญหาที่ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการเสนอข่าวแง่บวกหรือสร้างทัศนคติที่ดี สิทธิบัตรยายอดนิยมของ GlaxoSmithKline ใกล้สิ้นสุดอายุลงซึ่งหมายความว่ากลุ่มยาสามัญตัวใหม่จะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ช่วงระหว่างปี 2006 ถึงปี 2009 ยาหลายชนิด หนทางเดียวของบริษัทที่จะทดแทนรายได้ส่วนที่ลดลงคือการพัฒนายาตัวใหม่ Glaxo ใช้จ่ายงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาปีละ 4.5 พันล้านเหรียญ Witty ทุ่มเดิมพันกับแผนกลยุทธ์ที่ประธานบริหารคนก่อนหน้าได้วางไว้โดยแบ่งพนักงานฝ่าย R&D ที่มีกว่า 10,000 คนออกเป็นหน่วยงานย่อยที่มีความอิสระหลายสิบทีม ซึ่งโดยหลักแล้วจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ต้องการความคล่องตัวในการดำเนินการ และประสบความสำเร็จในการขออนุมัติจาก FDA เพื่อรับรองการใช้ยา 13 ตัว ในช่วงการบริหารของ Witty ซึ่งนับว่ามีจำนวนมากที่สุดหากไม่รวม Johnson & Johnson

นักวิเคราะห์คาดว่า Benlysta ยารักษาโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเองที่ได้รับการอนุมัติในปี 2011 จะสร้างรายได้ราว 5 พันล้านหรียญในปี 2012 GlaxoSmithKline ควักกระเป๋า 3 พันล้านเหรียญเพื่อเข้าซื้อ Human Genome Sciences ผู้คิดค้นพัฒนายาตัวนี้ แต่ผิดคาด ปรากฏว่าไม่มีตลาดรองรับ ยอดขายในปี 2015 อยู่ที่เพียง 350 ล้านเหรียญแม้จะเติบโตถึง 33% จากปีก่อนหน้า ส่วนวัคซีน Cervarix สามารถป้องกันเชื้อไวรัส HPV อันเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้ 2 สายพันธุ์ ขณะที่ Gardasil วัคซีนจาก Merck บริษัทคู่แข่งสามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ 4 สายพันธุ์ซึ่งรวมถึงไวรัส 2 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ รายได้จากการขายวัคซีน Cervarix อยู่ที่ 135 ล้านเหรียญเทียบกับ 1.9 พันล้านเหรียญ สำหรับ Gardasil ยาใหม่อื่นๆ อีก 5 ตัวของ Glaxo มีคุณสมบัติในการรักษาโรคมะเร็ง ในปี 2014 ยอดขายยาเกี่ยวกับโรคมะเร็งของบริษัทเติบโต 20% จนเกือบแตะ 2 พันล้านเหรียญ

เมื่อปี 2014 Glaxo เริ่มกระบวนการทดลองวัคซีนอีโบลาในมนุษย์ หนึ่งปีถัดมาองค์การยาแห่งสหภาพยุโรปอนุมัติการใช้วัคซีนMosquirix ของบริษัทซึ่งเป็นวัคซีนสำหรับป้องกันโรคมาลาเรียที่ได้พัฒนาโดยใช้เงินทุนจากมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation หลังจากนั้นวัคซีนป้องกันมาลาเรียดังกล่าวจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาขององค์การอนามัยโลก Witty ซึ่งใช้เวลาหลายปีในประเทศแถบแอฟริกาอันเป็นแหล่งระบาดของมาลาเรียกล่าวว่าหนึ่งในช่วงเวลาที่เขามีความสุขที่สุดจากการประกอบอาชีพคือตอนที่เขาได้รับผลศึกษาขั้นต้นที่ระบุว่าวัคซีนนี้สามารถลดอัตราการติดเชื้อลงเกือบครึ่ง

คงดีไม่น้อยหากความมุ่งมั่นของ Witty ในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นช่วยผลักดันให้ Glaxo เดินหน้าไปได้อย่างเต็มสูบ ทว่าเรื่องราวไม่ง่ายเช่นนั้น บริษัทต้องเผชิญกับประเด็นสำคัญจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อยาสามัญเข้ามาแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ทำเงินของบริษัท ทว่าภารกิจทั้งหมดนี้จะตกเป็นหน้าที่รับผิดชอบของประธานบริหารคนใหม่ซึ่งเข้ามาแทนตำแหน่ง Witty ผู้ท้าชิงเก้าอี้จากภายในองค์กรรวมถึง Emma Walmsley ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจดูแลสุขภาพและ Abbas Hussain ผู้บริหารธุรกิจยาทั่วโลกของ Glaxo แต่เป็นไปได้เช่นกันที่คณะกรรมการบริษัทอาจเลือกคนนอกองค์กร ไม่ว่าประธานบริหารคนใหม่จะเป็นใคร Witty ดูพร้อมเต็มที่สำหรับการส่งไม้ต่อ “มันไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด” เขากล่าว “เรามีข้อผิดพลาดและเกิดความล้มเหลว แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หยุดความพยายามของเราและผมหวังว่าผู้นำทัพคนใหม่จะเดินหน้าพยายามอย่างต่อเนื่องเพราะยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังต้องพัฒนา”


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "ถึงเวลา Glaxo เยียวยาธุรกิจ" ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2559


Admin System Web
Administrator

Update : 19 มกราคม 2560

View : 613



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 9,077

Most Popular
1

20 อันดับ เศรษฐีอเมริกัน ลำดับที่ 1-10

Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560

view : 22,449

2

4 ตระกูลเศรษฐี ซึ่งติดในอันดับ 50 ตระกูล

Update : 07 กุมภาพันธ์ 2560

view : 18,887

3

กลยุทธ์ล้ม Amazon

Update : 03 กันยายน 2559

view : 7,793

top list

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 2,787

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 1,138

อเมริกาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้ประธานาธิบดี..

Update : 01 กุมภาพันธ์ 2560

view : 2,284


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้