technology / THAILAND

DTC ท่องน่านน้ำใหม่ นวัตกรรมไทยผงาดนอกบ้าน

เรื่อง: ชญานิจฉ์ ดาศรี ภาพ: ทวีศักดิ์ ภักดีหุ่น
 
จากคำปรารภของบิดานำไปสู่การพัฒนาธุรกิจจำหน่ายและวางระบบอุปกรณ์ติดตามการเดินรถที่ประยุกต์จากกล่องดำซึ่งใช้กับเครื่องบิน (data locker) ทศพล คุณะเพิ่มศิริ ที่มีต้นทุนการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พร้อมเงินออมจากการทำงานประมาณ 1 ล้านบาท ก่อตั้ง บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (D.T.C. Enterprise Co., Ltd) เพื่อพัฒนาระบบการติดตามสัญชาติไทยขึ้น เมื่อปี 2539 และรับหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการจนถึงปัจจุบัน
 
ในช่วงแรก บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่ง สำหรับตรวจสอบความสามารถทางกายภาพของบุคคลในการขับรถ ต่อมาบริษัทได้ขยายธุรกิจเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สำหรับใช้ในการควบคุมและตรวจสอบยานพาหนะ

“แนวคิดแรกของเราคือหากรถมีกล่องดำ หรือ data locker ที่บันทึกการขับขี่ได้เหมือนที่ใช้กับเครื่องบินก็น่าจะดี คนไทยเก่งก็น่าจะทำได้ เราจึงเริ่มนำเทคโนโลยีจากอากาศยานมาสู่รถ” ทศพล เล่าถึงที่มาของการริเริ่มธุรกิจ

ขณะนี้มีการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ทั้งในภาครัฐและเอกชนทั่วไทย และบริษัทยังเปิดสาขาถึง 10 แห่งทั่วประเทศด้วย โดย ปี 2542 เริ่มรุกตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรกด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ไปขายที่อินโดนีเซีย  โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ DTC ยังถูกนำไปใช้เป็นระบบติดตามรถกว่า 12 ประเทศ ได้แก่ จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินเดีย บังคลาเทศ เวียดนาม สปป.ลาว เคนยา มาเลเซีย ฮ่องกง เมียนมา และกัมพูชา
 
“ตอนที่เราเริ่มเข้าสู่ตลาดต่อให้พูดอย่างไรลูกค้าก็ไม่เห็นภาพ จนให้ทดลองใช้ฟรีราว 1 เดือน จึงเห็นว่าของเราดีจริง” กลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเชื่อใจและสนใจในการใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น

แม้ในขณะนั้น ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ทศพล จำหน่ายยังมีราคาสูงกว่าต่างประเทศราว 20-30% ทศพลเล่าถึงการเปิดตัวกล่องดำบันทึกการใช้งาน (SW-100 Black Box) สู่ตลาดครั้งแรกและเป็นเวลากว่า 4 ปีนับตั้งแต่มีลูกค้ารายแรก กว่าชื่อของ “กล่องดำ DTC” จะเริ่มติดตลาดจนเป็นที่คุ้นเคยและเรียกขานของคนในแวดวงบริษัทโลจิสติกส์ในเมืองไทย
 
จุดเปลี่ยนสำคัญที่อยู่คู่กับ DTC มาโดยตลอดคือคลื่นของเทคโนโลยีที่พัฒนาความสามารถของตัวเองเพื่อตอบโจทย์การทำงานให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น หลังการจัดตั้งบริษัทได้ 10 ปี เทคโนโลยี GPS (ระบบบอกพิกัดตำแหน่งบนโลกผ่านทางดาวเทียม) เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเมืองไทย DTC จึงเริ่มทำวิจัยเพื่อนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์กล่องดำแบบเดิม และในปี 2545 จึงเริ่มเปิดตัวอุปกรณ์บันทึกเส้นทางการเดินรถด้วยระบบดาวเทียม (SW-G) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
“ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าถ้าเอา GPS มารวมกับกล่องดำได้รับรองว่าต้องดี กระทั่งน้องที่ทำวิจัยเอาตัวอย่างที่พัฒนาเสร็จแล้วมาให้ดูผมก็ยิ่งมั่นใจว่าเราจะไปได้อีกไกล” ทศพล เล่าต่ออีกว่าอุปกรณ์ของบริษัทฯ จึงถูกขนานนามในชื่อใหม่ว่า “DTC GPS”
 

แม้จะพัฒนาอุปกรณ์ให้ทันสมัยขึ้นโดยมี GPS มาเป็นตัวช่วย แต่ด้วยข้อจำกัดที่อุปกรณ์ของ DTC ในยุคนั้นยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์เพื่อตรวจสอบการเดินรถอีกครั้ง ในขณะนั้น บริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเคชั่น อินดัสตรี จำกัด หรือ UCOM เริ่มมีอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาจึงเข้าไปเจรจาขอพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผนวกระหว่างของเดิมที่บริษัทฯ จำหน่ายเข้ากับอุปกรณ์ Trunk ที่ UCOM นำเข้ามาเพื่อช่วยเรื่องส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์
 
เมื่ออายุสัมปทานของอุปกรณ์ Trunk หมดลง  ปี 2545 DTC จึงพัฒนาอุปกรณ์เพื่อใช้งานแบบเรียลไทม์ผ่านการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือแทนอุปกรณ์ Trunk และถูกนำไปใช้ในวงกว้างกว่าเดิม การใช้งาน ซิมจาก DTAC เป็นจำนวนมากกว่า 4 หมื่นซิมเพื่อการใช้งาน จน Telenor บริษัทแม่ของ DTAC สนใจศึกษาธุรกิจและส่งตัวแทนมาเจรจาทางธุรกิจกับทศพล พร้อมทั้งแสดงความสนใจซื้อหุ้นของ DTC แต่ด้วยความเชื่อว่าอนาคตกิจการที่ปั้นมากับมือยังพัฒนาให้ก้าวไปได้อีกไกล ทศพลจึงปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว


แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและสภาพแวดล้อมของธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงนวัตกรรมเป็นสำคัญ การผนึกกำลังกับพันธมิตรที่เป็นขาใหญ่จึงเป็นสิ่งจำเป็น ปี 2558 DTC ได้ตกลงเป็นพันธมิตรและขายหุ้นในอัตราส่วน 9% ให้กับ Yazaki Energy System Corporation (บริษัทผลิตอุปกรณ์ในรถยนต์จากญี่ปุ่นที่มีเครือข่ายอยู่ใน 45 ประเทศทั่วโลก) ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของ DTC ผลจากความร่วมมือครั้งนี้ ยังเอื้อประโยชน์ต่อการขยายธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) การเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าต่างชาติ และความเพิ่มศักยภาพในการผลิต OEM
 
ปลายปีที่ผ่านมาบริษัทหันสู่น่านน้ำธุรกิจใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในอนาคตของ DTC ด้วยการนำเสนออุปกรณ์ติดตามตำแหน่งเรือประมงด้วยดาวเทียมในชื่อ TALAY ซึ่งมีเรือประมงติดตั้งแล้ว 400 เครื่อง สำหรับปี 2559 จุดหักเหของ DTC เกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมๆ กับโอกาสครั้งสำคัญในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและระดมทุนเพื่อรับ Mega Project จากภาครัฐและเอกชนที่จะเกิดขึ้น

ทศพลทิ้งท้ายว่า ปัจจัยที่จะป้องกันความเสี่ยงในธุรกิจของ DTC คือการที่ต้องไล่ตามให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้ ดังนั้นอีกหนึ่งงานหลักที่ผู้นำอย่างทศพลไม่อาจละเลยเพื่อนำพาธุรกิจให้ไปถึงจุดหมาย คือการพบปะและพูดคุยกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

อ่านฉบับเต็ม "DTC ท่องน่านน้ำใหม่ นวัตกรรมไทยผงาดนอกบ้าน" ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ FEBRUARY 2016 ได้ในรูปแบบ E-Magazine


ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor

Update : 22 มีนาคม 2559

View : 1,774



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 14,634

Most Popular
1

BMW 525d: เทพเจ้าแห่งแรงบิด

Update : 10 กันยายน 2558

view : 18,672

2

MINI Cooper SD ALL4 Countryman สบาย สนุก

Update : 10 กันยายน 2558

view : 9,141

3

“โดรน” เดือด

Update : 22 กันยายน 2558

view : 6,942

top list

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,244

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,746

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,199


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย