technology / GLOBAL

ฉีกธุรกิจตอบโจทย์คนช่างเก็บ ‘Clutter’ สตาร์ทอัพบริการขนย้ายและให้เช่าโกดังเก็บของ

Clutter เดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจบริการพื้นที่เก็บของส่วนตัวที่มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านเหรียญด้วยระบบการบริหารคลังสินค้าแบบ Amazon พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถขนส่ง เช่า และซื้อขายสินค้าได้ในอนาคต

บริการของ Clutter คือการอำนวยความสะดวกครบวงจรในการขนส่งและรับฝากสิ่งของในโกดัง เมื่อเรียกใช้งาน พนักงานของ Clutter จะมาถึง ห่อหุ้มของด้วยผ้าพร้อมติดบาร์โค้ดที่สิ่งของและบันทึกภาพลงในแคตตาล็อก จากนั้นก็ยกข้าวของขึ้นรถไปเก็บไว้ในโกดัง ที่สำคัญคือ ค่าบริการฝากของของพวกเขามักจะถูกกว่าพื้นที่เก็บของแบบดั้งเดิม

กระบวนการทุกขั้นตอนของ Clutter ฉีกกรอบจากการทำธุรกิจบริการจัดเก็บสินค้าแบบเดิมๆ ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี Clutter นำอสังหาริมทรัพย์บนทำเลราคาถูก บริการชั้นเยี่ยมและระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะมาผสานรวมกันเพื่อนำเสนอบริการที่สามารถดึงดูดลูกค้ามากกว่า 10,000 ราย และจากการคาดการณ์บริษัทน่าจะกวาดรายได้หลายสิบล้านเหรียญในปีนี้


พนักงานในชุดเสื้อยืดสีฟ้าของ Clutter กับรถขนย้าย

Clutter ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Culver City รัฐ California ตั้งเป้าลงชิงเค้กในตลาดที่มีรายได้รวมประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญต่อปี Ari Mir และ Brian Thomas สองผู้ก่อตั้งระดมทุน 97 ล้านเหรียญจากธุรกิจร่วมลงทุนหลายแห่ง เช่น Sequoia Capital, GV (เปลี่ยนชื่อมาจาก Google Ventures) และ Atomico จาก London โดยมูลค่าประเมินบริษัทอยู่ที่ 240 ล้านเหรียญ

หลังจากนี้ Clutter วางแผนที่จะขยายขอบเขตการให้บริการจากปัจจุบันอยู่ที่ 7 เมืองในสหรัฐฯ (Los Angeles, New York, Seattle, Chicago, New Jersey, San Diego และ San Francisco) ให้ครอบคลุม 50 เมืองในทั่วโลกภายในระยะเวลา 6 ปี

“ถ้าคุณต้องการนำโซฟาไปฝากคุณต้องโทรเรียกเพื่อนและโน้มน้าวด้วยการเลี้ยงพิซซ่าถ้ามาช่วยคุณขนย้ายของในวันหยุดสุดสัปดาห์” Mir ซีอีโอของบริษัทกล่าว “จากนั้นคุณต้องขับรถไปยังโกดังสินค้าเพื่อจัดเก็บของ ขับรถบรรทุกที่เช่ามาจาก U-Haul ไปส่งคืนและเรียกรถ Uber กลับบ้านซึ่งกว่าจะถึงก็เกือบสิ้นวัน แต่ถ้าเลือกใช้บริการของเราสิ่งที่คุณต้องทำคือแค่กดปุ่มเท่านั้น”


Public Storage บริการให้เช่าโกดังเก็บของแบบดั้งเดิม คู่แข่งรายหนึ่งของ Clutter (Cr: securitypublicstorage.com)

ครอบครัวชาวอเมริกันสัดส่วนราว 1 ใน 10 ใช้บริการเช่าพื้นที่เก็บของส่วนตัว ในปี 2016 บริษัท Public Storage ทำรายได้อยู่ที่ 2.6 พันล้านเหรียญและมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยราว 90% ปกติแล้วคลังเก็บสินค้ามีการจ้างงานเพียงเล็กน้อยและเป็นอสังหาฯ พาณิชย์ประเภทที่จะต้องนำไปคำนวณเสียภาษีต่ำ ด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ทำให้ธุรกิจบริการโกดังเก็บของมีอำนาจต่อรองโดยสามารถปรับขึ้นค่าเช่าประมาณ 3% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้นแต่เป็นสิ่งที่กวนใจลูกค้า

Mir และ Thomas ซึ่งปัจจุบันอายุ 35 ปีเคยเจอกันตั้งแต่สมัยวัยรุ่นใน Los Angeles แต่เพิ่งมาสนิทกันหลังเรียนจบระดับมหาวิทยาลัย พวกเขาเริ่มหันมาสนใจในบริการพื้นที่จัดเก็บของเมื่อปี 2013 หลังจากแม่ของ Thomas บ่นเรื่องโดนผู้ให้บริการปรับขึ้นค่าเช่าถึงสองครั้งในรอบหนึ่งปี

ในเวลานั้น Thomas ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง “CPO” หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบุคลากรของ Clutter กำลังจะจบ MBA จาก UCLA ส่วน Mir เพิ่งลาออกจาก GumGum บริษัทด้านโฆษณาที่เขาร่วมก่อตั้ง ทั้งสองมองเห็นโอกาสมหาศาลในบริการจัดเก็บสินค้า เนื่องจากเล็งเห็นว่าระบบซอฟต์แวร์และสมาร์ทโฟนสามารถพลิกโฉมธุรกิจให้กลายเป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า


Ari Mir (ซ้าย) และ Brian Thomas (ขวา) ใช้เทคโนโลยีในการเสริมแกร่งให้กับ Clutter บริการขนย้ายของและโกดังให้เช่าเก็บของส่วนตัว

พวกเขาใช้เวลา 2 ปีในการขัดเกลาแผนงานจนกระทั่ง Clutter เปิดให้บริการในปี 2015 โดย Thomas เป็นคนดูแลลูกค้า 100 รายแรกด้วยตนเอง และภายในเวลาไม่นานก็เรียนรู้ว่าลูกค้าเต็มใจควักกระเป๋าจ่ายเพื่อบริการที่สะดวกและไม่ต้องปวดหัว

บริษัทไม่ได้กำหนดขนาดพื้นที่ในการเก็บของ แต่ยกตัวอย่างสำหรับกรณีที่ลูกค้าอยู่ใน Los Angeles พวกเขาสามารถเก็บของภายในขนาดพื้นที่ 5X5 ฟุตด้วยราคา 89 เหรียญต่อเดือนโดยมีกำหนดระยะขั้นต่ำว่าต้องฝากของเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ทางด้าน Public Storage คิดค่าบริการประมาณ 125 เหรียญสำหรับพื้นที่ขนาดเท่ากันแต่ราคาจะมีการปรับเปลี่ยนตามจำนวนพื้นที่ว่างและขึ้นอยู่กับข้อตกลง

สำหรับบริการเสริมอื่นๆ เช่น การบรรจุ ขนย้ายและจัดส่งของ Clutter จะคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 เหรียญต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับการเช่าสถานที่เก็บของแบบดั้งเดิม บริการของ Clutter จะมีความยืดหยุ่นกว่า เช่น ลูกค้าสามารถฝากของขนาดน้ำหนักไม่เกิน 35 ปอนด์ในราคา 7 เหรียญต่อเดือน ด้วยจุดเด่นข้อนี้บวกกับข้อสัญญาที่ระบุชัดว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าบริการสำหรับพื้นที่เดิมที่ฝากของไว้ช่วยหนุนให้บริษัทกวาดรายได้ไปเกือบ 8 ล้านเหรียญในปี 2016 ซึ่งทะยานขึ้นเกือบ 10 เท่าจากปี 2015


การขนย้ายของ Clutter จะมาพร้อมกับอุปกรณ์ช่วยหีบห่อข้าวของด้วยผ้าและเทปกาว (Cr: The Wall Street Journal)

ศูนย์จัดเก็บสินค้าของ Clutter อย่างเช่น คลังสินค้าขนาด 130,000 ตารางฟุตใน Ontario รัฐ California มีหน้าตาเหมือนห้าง Costco ที่หลอมรวมระบบโลจิสติกส์แบบ Amazon เอาไว้ โดยเทคโนโลยีเปรียบเสมือนหัวใจหลัก ระบบบาร์โค้ดช่วยให้ระบุได้ว่าสินค้าจัดเก็บไว้ที่ช่องไหน อีกทั้งยังเชื่อมต่อเข้ากับระบบการขนส่งสินค้าและแคตตาล็อกออนไลน์ พนักงานจะรู้ล่วงหน้าว่าสินค้าประเภทใดขนาดใดจะเดินทางมาถึงและควรจัดเก็บไว้ตรงไหน

บริษัทกำลังพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถออกแบบการใช้พื้นที่และปริมาตรจัดเก็บให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมือนการจัดเรียงบล็อก Tetris นอกจากนี้ Clutter ยังกำลังสร้างระบบประมวลผลสำหรับคาดการณ์ว่าสินค้าประเภทใดที่ลูกค้าจะเลือกรับคืนก่อน เพื่อที่บริษัทจะได้วางแผนด้านสถานที่จัดเก็บ เช่น การนำจักรยานไว้ที่คลังสินค้าใกล้ตัวเมือง ขณะที่เปียโนจะถูกส่งไปยังคลังสินค้านอกตัวเมืองซึ่งที่ดินมีราคาถูกกว่า

ในอนาคต Clutter ต้องการนำเสนอบริการที่ลูกค้าสามารถเลือกรายการสินค้าที่ฝากไว้ผ่านวิดีโอ ช่วยให้การรับคืนสินค้าเป็นเรื่องง่ายดาย ลูกค้าเพียงแค่เลือกรูปสินค้าที่ต้องการและของชิ้นนั้นจะถูกจัดส่งถึงหน้าบ้านภายใน 48 ชั่วโมงคล้ายกับบริการ Amazon Prime


พนักงานทุกตำแหน่งของ Clutter รวมถึงทีมขนย้ายและบรรจุหีบห่อจะได้รับจัดสรรหุ้นจากบริษัท (Cr: angel.co)

ขณะนี้ Clutter กำลังวางแผนที่จะรับพนักงานเพิ่มอีก 3 เท่าเป็น 600 คน (คนงานทุกตำแหน่งตั้งแต่ทีมขนย้ายไปจนถึงบรรจุหีบห่อถือเป็นพนักงานและได้รับจัดสรรหุ้นจากบริษัท) ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศและรับฝากสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ผลงานศิลปะและรถยนต์

นอกจากนี้ Mir และบริษัทยังคิดไปไกลเกินกว่าแค่บริการรับฝากของ ด้วยศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มมากขึ้นและมีข้อมูลการเคลื่อนไหวของสินค้าแบบเรียลไทม์ พวกเขาวางแผนที่จะสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการ ในอีกไม่ช้า Clutter หวังจะเปิดให้ลูกค้าเลือกได้ว่าอยากจัดส่งสินค้าที่ฝากไว้ไปที่ไหน เมื่อลูกค้าอยากได้รองเท้าสกีที่ Aspen หรือกระดานโต้คลื่นใน Hawaii บริษัทจะดำเนินการจัดส่งให้

ยิ่งไปกว่านั้น Mir ยังพูดถึงแนวคิดที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนเกี่ยวกับบริการที่จะช่วยลูกค้า “สร้างมูลค่าเพิ่ม” ให้กับอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ของตน “เราต้องการให้ลูกค้าเพียงแค่คลิกเลือกว่าจะจัดเก็บ ทิ้ง บริจาค ขนส่ง เรียกคืน จำหน่ายหรือปล่อยเช่าสิ่งของต่างๆ” เขากล่าว

เป้าหมายสูงสุดคือการปฏิวัติวิธีการบริหารและจัดเก็บข้าวของสัมภาระซึ่งเป็นเรื่องที่น่าลองเสี่ยง Thomas กล่าว

 

เรื่อง: Kathleen Chaykowski และ Samantha Sharf
เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา


คลิกเพื่ออ่าน "ฉีกธุรกิจตอบโจทย์คนช่างเก็บ" ฉบับเต็ม จาก Forbes Thailand ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 28 ธันวาคม 2560

View : 4,785


Most Popular
1

BMW 525d: เทพเจ้าแห่งแรงบิด

Update : 10 กันยายน 2558

view : 19,415

2

Ocado โกดังอัจฉริยะ

Update : 09 มีนาคม 2561

view : 9,920

3

MINI Cooper SD ALL4 Countryman สบาย สนุก

Update : 10 กันยายน 2558

view : 9,650


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader