technology / GLOBAL

รถบัสไฟฟ้าพันธุ์รักษ์โลก

Proterra เล็งเป้าพารถบัสไฟฟ้าเดินหน้าสู่ตลาดที่อาจมีมูลค่ามหาศาล แล่นก้าวข้ามอุปสรรคด้านกำลังการผลิต

กลิ่นคละคลุ้งของน้ำมันเชื้อเพลิงที่สกปรกและผ่านการกลั่นแบบไม่ได้มาตรฐานยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำของ Ryan Popple ซึ่งทำให้เขาย้อนนึกถึงอดีตสมัยปฏิบัติภารกิจคุ้มครองยานพาหนะขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธปัจจัยให้กับกองทัพสหรัฐฯ ในช่วงสงครามอิรัก

การได้สัมผัสโลกตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดทำให้เขาตระหนักถึงปัญหาอันไม่สิ้นสุดของการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากธรรมชาติ ความคิดนี้ฝังลึกอยู่ในใจของเขาเช่นเดียวกับกลิ่นฉุนของน้ำมันเชื้อเพลิงอันสกปรกแม้จะผ่านเหตุการณ์ในอิรักมานานหลายปี อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่จุดประกายให้เขาหันมาสนใจพลังงานทางเลือกที่จะสามารถเข้ามาทดแทนพลังงานน้ำมันและเบนเข็มเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ

หลังออกจากกองทัพเขาเริ่มต้นด้วยการคว้าปริญญา M.B.A. จาก Harvard และเข้าทำงานกับ Chevron อยู่ระยะหนึ่งก่อนย้ายไปร่วมงานกับบริษัทเชื้อเพลิงชีวภาพหน้าใหม่และรับตำแหน่งในทีมการเงินบริษัท Tesla Motors ของ Elon Musk ในเวลาต่อมา


(จากซ้าย) Josh Ensign ประธานฝ่ายปฏิบัติการของ Proterra, Dustin Grace ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และ Ryan Pobble ประธานบริหาร


เมื่อมาถึงปี 2010 Popple ซึ่งปัจจุบันอายุ 39 ปีได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดของ Kleiner Perkins Caufield & Byers ที่ได้เข้าลงทุนในธุรกิจรถบัสโดยสารพลังไฟฟ้าหน้าใหม่อย่าง Proterra ในอีก 1 ปีให้หลัง Proterra ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Burlingame รัฐ California ได้รับเงินทุนสนับสนุนผ่านการระดมทุน 185 ล้านเหรียญจากนักลงทุนที่รวมถึง GM Ventures, Mitsui ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น และ Kleiner

ในสายตาของ Popple Proterra คือบริษัทขนาดเล็กที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการทำการใหญ่ นั่นคือการยกเครื่องรถโดยสารสาธารณะในสหรัฐฯ เปลี่ยนมาเป็นรถบัสพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด

ในช่วงเวลา 2 ปีหลังจาก Kleiner เข้าร่วมลงทุนบริษัทได้เปลี่ยนตัวซีอีโอไปแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากดูเหมือนว่าทั้งสองไม่สามารถเร่งเครื่องบริษัทให้ขยายกำลังการผลิตได้ทันความต้องการ (Dale Hill ผู้ก่อตั้งธุรกิจลงจากตำแหน่งในปี 2008) ดังนั้นในปี 2014 Popple จึงออกจากงานที่ Kleiner และรับหน้าที่กุมบังเหียนด้วยตัวเอง

ข้อมูลจาก American Public Transportation Association เผยว่าในสหรัฐฯ มีรถโดยสารสาธารณะวิ่งให้บริการอยู่ราว 71,000 คันทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงดีเซลหรือแก๊สธรรมชาติอัด (CNG) มีเพียงส่วนน้อยที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2014 ระบุว่ามีรถบัสไฟฟ้าเพียง 1% ขณะที่รถโดยสารระบบไฮบริดและแก๊สธรรมชาติอยู่ที่ราว 35%

กระทรวงคมนาคมแห่งสหรัฐฯ ประเมินว่ามีรถบัสโดยสารพลังงานสะอาดเพียง 300 คันในอเมริกา แต่เมื่อแผนอุดหนุนของรัฐและหน่วยงานท้องถิ่นเริ่มมีการบังคับใช้ (มูลค่าอาจอยู่ที่ราว 150,000 เหรียญต่อคัน) จำนวนรถโดยสารไร้มลพิษในเขตอเมริกาเหนือน่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 6,900 คัน ในปี 2022 ตามการประเมินของบริษัทวิจัย Frost & Sullivan


(photo credit: proterra.com)

ราคาสุทธิของรถบัสพลังงานไฟฟ้าสูงกว่าระบบเครื่องยนต์ดีเซลหรือแก๊สธรรมชาติ 200,000 เหรียญเป็นอย่างต่ำ แต่ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการวิ่งประหยัดกว่าอย่างน่าทึ่ง ค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 9,075 เหรียญต่อปีสำหรับรถโดยสารเครื่องยนต์ดีเซล เทียบกับ 1,770 เหรียญสำหรับรถบัสไฟฟ้า ในแต่ละปีผู้ประกอบการขนส่งมวลชนในสหรัฐฯ จ่ายเงินซื้อรถใหม่มากกว่า 5,000 คันรวมมูลค่าราว 2.3 พันล้านเหรียญ ขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นระบบดีเซล

แต่ทิศทางเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อปี 2006 รัฐ California อนุมัติผ่านร่างกฎหมาย Assembly Act 32 ที่ได้กำหนดเป้าหมายการลดมลพิษและมีผลบังคับใช้ทั่วทั้งรัฐ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยส่งแรงหนุนยานยนต์พลังงานสะอาดที่ไม่มีการปล่อยมลพิษ

ด้วยนโยบายดังกล่าวทำให้รัฐ California กลายเป็นตลาดแห่งแรกในอเมริกาของ Proterra ไปโดยปริยาย ซึ่งบริษัทดำเนินการส่งมอบรถบัสไฟฟ้าคันแรกไปยัง Foothill Transit ในย่านรอบนอก Los Angeles เมื่อปี 2010

อุปสรรคใหญ่ของ Proterra คือการขยายกำลังผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการ ทั้ง New York, Los Angeles, Chicago และ Philadelphia (ยังไม่รวมถึง Duluth และ Louisville ในรัฐ Kentucky) เป็นตลาดของรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าที่มีความต้องการเกินปริมาณการผลิต Proterra ได้ส่งมอบรถโดยสารไฟฟ้าให้กับลูกค้าในสหรัฐฯ เพียง 88 คันนับจากปี 2010 ถึง 2016

การจ่ายเงินจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสินค้าถูกส่งมอบแล้วเท่านั้น ทำให้ตัวเลขรายได้ของบริษัทไม่สม่ำเสมอ จากช่วงต้นปีจนถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2016 Proterra รับรู้รายได้เพียง 19 ล้านเหรียญจากรถโดยสารที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่คันละ 750,000 เหรียญ และไม่ได้ยืนยันว่าขณะนี้บริษัทมีกำไรและกระแสเงินสดเป็นบวกหรือไม่

ตลาดรถโดยสารในสหรัฐฯและแคนาดา New Flyer จาก Winnipeg รัฐ Manitoba ของแคนาดาคือรายใหญ่อันดับหนึ่ง โดยครองส่วนแบ่งตลาด 45% สำหรับรถโดยสารที่เน้นการใช้งานหนัก ในปี 2015 ยอดขายรถในภูมิภาคนี้ของ New Flyer ทะลุระดับ 1.2 พันล้านเหรียญ ส่วนทางด้าน Gillig จาก Hayward รัฐ California ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 33% ทั้งสองบริษัทป้อนรถโดยสารสู่ตลาดปีละหลายพันคัน


(photo credit: proterra.com)

รถโดยสารขนาดความยาว 40 ฟุตของ Proterra ใช้โครงสร้างตัวถังที่ผลิตจากวัสดุไฟเบอร์กลาสและคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องมีน้ำหนักเบา โดย Proterra มุ่งไปที่การผลิตเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาการออกแบบและระบบส่งกำลังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่นเดียวกับ Model S จาก Tesla ที่มีเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจหลัก

อีกสิ่งหนึ่งเหมือนกับ Tesla คือการที่ Proterra ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้าเอง โดยมีหน้าตาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงแบนบรรจุในกรอบอลูมิเนียมที่ติดตั้งอยู่ใต้พื้นรถ เพื่อให้พื้นที่ภายในกว้างขวางที่สุด

Proterra เร่งเครื่องขยายปริมาณการผลิตเป็นสองเท่าในปีนี้ด้วยเป้าหมายที่ 2 คันต่อสัปดาห์ หลังจากนั้นจะเบนเข็มไปที่โรงงานแห่งที่สองไม่ไกลจาก Los Angeles ซึ่งจะเปิดในช่วงต้นปี ภายในปี 2017 Popple ต้องการให้ Proterra สามารถผลิตรถโดยสารป้อนตลาดที่ 250 คันต่อปี ถ้าสามารถทำได้ตามเป้า รายได้ของบริษัทน่าจะแตะ 190 ล้านเหรียญในปี 2018 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ารายได้ปี 2016 ถึง 10 เท่า

เนื่องจากต้องใช้เงินทุนเพื่อขยายโรงงานแห่งใหม่จึงเป็นไปได้ว่าบริษัทอาจพิจารณาออก IPO ในอีกสองปีข้างหน้า สำหรับตอนนี้เป้าหมายของ Popple คือการเร่งมือผลิตรถโดยสารไฟฟ้าให้มากขึ้นและเปิดเกมรุกตลาดที่ยังใหม่สำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

“ถ้าย้อนเวลากลับไป” Popple กล่าว “และบอกกับ Ryan Popple ในอดีตว่า ‘คุณจะกลายเป็นซีอีโอของบริษัทยานยนต์ที่จะเป็นผู้ปฏิวัติวงการด้วยการลดปริมาณการใช้พลังงานน้ำมัน’ ผมคงตอบว่า ‘ฟังดูเข้าท่านะ ว่าแต่ผมจะไปสมัครได้ที่ไหน?’”


เรื่อง: Alan Ohnsman
เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา


คลิกอ่านฉบับเต็ม "รถบัสไฟฟ้าพันธุ์รักษ์โลก" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ กุมภาพันธ์ 2560


Admin System Web
Administrator

Update : 08 เมษายน 2560

View : 1,159


vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 13,428

Most Popular
1

BMW 525d: เทพเจ้าแห่งแรงบิด

Update : 10 กันยายน 2558

view : 18,533

2

MINI Cooper SD ALL4 Countryman สบาย สนุก

Update : 10 กันยายน 2558

view : 9,064

3

“โดรน” เดือด

Update : 22 กันยายน 2558

view : 6,735

top list

ประเทศไทยกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ..

Update : 27 กรกฎาคม 2560

view : 2,051

ผลการเลือกตั้งอังกฤษไม่ส่งผลดีต่อ Theresa May..

Update : 28 มิถุนายน 2560

view : 1,041

คำถามสำคัญปีนี้คือการลดสินทรัพย์ของเฟด..

Update : 31 พฤษภาคม 2560

view : 1,870


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย