technology / GLOBAL

ส่องนวัตกรรมใหม่ทางการเงินสินเชื่อแบบ Peer-to-Peer

Perry Rahbar อดีตนักค้าตราสารทางการเงินที่ผูกกับสินเชื่อบ้าน คือหนึ่งในคนวงในที่ได้เห็นยักษ์ใหญ่ทางการเงินอย่าง Bear Stearns ล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา วันนี้เขาอยากที่จะช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องเผชิญกับหายนะแบบนั้นในตลาดสินเชื่อแบบ marketplace

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2008 คือวันสำคัญที่ประวัติศาสตร์โลกการเงินบันทึกไว้ว่า Bear Stearns ได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ ว่าต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจาก JP Morgan Chase และ Federal Reserve Bank of New York ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งเหว ในขณะที่พันธบัตรของบริษัทก็ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงมาเกือบจะอยู่ในระดับ junk bond อย่างรอมร่อ

เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ Perry Rahbar นักค้าตราสารที่ผูกกับสินเชื่อบ้านวัย 25 ปี นั่งทำงานง่วนอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขาไปจนถึงตี 4 ของวันใหม่ตรวจสอบระบบ IT ต่างๆ นับเป็นสิบๆ ระบบ และตาราง excel เป็นพันๆ แถวเพื่อที่จะระบุมูลค่าของพอร์ตสินเชื่อบ้านของบริษัทสำหรับคนที่อาจจะสนใจเข้ามาซื้อพอร์ตไป

“ไม่มีใครมีปัญหากับกิจการของBear Stearns เลยเมื่อตลาดอยู่ในขาขึ้น” Rahbar บอก “แต่เมื่ออะไรต่ออะไรมัน ทำท่าจะไม่ดี และก็ไม่มีใครเข้าใจว่าภาระที่บริษัทแบกอยู่มันมีอยู่เท่าไหร่แน่มันก็กลายเป็นปัญหาขึ้นมา”

แต่การนั่งทำงานยันเช้าในคืนนั้นก็ทำให้เขาได้เข้าใจอะไรต่อมิอะไรดีขึ้นมาก และสิ่งที่เขาได้รับก็ส่งผลดีกับเขาในเวลาเกือบสิบปีต่อมา โดยเมื่อสองปีก่อน เขาได้ก่อตั้งบริษัท DV01 ใน New York City เพื่อขายซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับวิเคราะห์และรายงานผลการประเมินตลาดสินเชื่อแบบ peer-to-peer ที่กำลังบูมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งโปรแกรมที่เขาพัฒนาขึ้นมานี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลการชำระคืนหนี้นับเป็นพันๆ บัญชีได้ภายในการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

แพลตฟอร์มการกู้เงินแบบ peer-topeer หรือที่ในปัจจุบันเรียกว่าการปล่อยกู้แบบ marketplace lending เป็นส่วนหนึ่งของกระแสความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในโลกการเงิน ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะการมาถึงของเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง big data, machine learning, และ cloud computing โดยนายทุนเงินกู้ยุคใหม่ใช้วิธีการคำนวณที่ซับซ้อนเพื่อการพิจารณาปล่อยเงินกู้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ซึ่งในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มการปล่อยกู้รูปแบบนี้สองแหล่งแล้วที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คือ Lending Club และ OnDeck Capital

Rahbar ชายวัย 35 เชื้อสายอิหร่านซึ่งเติบโตมาจากย่าน Long Island และมีดีกรีเศรษฐศาสตรบัณฑิตจาก Emory University ใช้เวลาสองปีที่ผ่านมาเพื่อปั้นกิจการสตาร์ทอัพของเขาที่ย่าน Flatiron ใน New York City แรกเริ่มเดิมที การปล่อยกู้แบบ peer-to-peer เป็นการจับคู่นักลงทุนที่ต้องการจะปล่อยกู้กับผู้ที่ต้องการจะกู้เงินโดยตรงแต่เนื่องจากความต้องการกู้สูงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ต้องกลับไปใช้วิธีรวบสินเชื่อหลายพันบัญชีเข้าเป็นแพ็กเกจในรูปของหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ แบบเดียวกับการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization) ในตลาดหุ้น Wall Street โดย Lending Club คือเจ้าแรกที่ทำดีลเช่นนี้เมื่อสามปีก่อน และไม่นานจากนั้นทั้ง Prosper, SoFi และ OnDeck Capital ก็ออกตาม จากข้อมูลของ PeerIQ พบว่าตั้งแต่ปี 2015 จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2016 ยอดสินเชื่อที่มีการรวบเข้ามาอยู่ในรูปของหลักทรัพย์แบบนี้มีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 1.1 หมื่นล้านเหรียญ

ในช่วงที่ตลาดสินเชื่อบ้านกำลังบูมนั้น เรื่องการเก็บข้อมูลอย่างถูกต้องความโปร่งใส และวินัยทางการเงินถูกเก็บเข้าลิ้นชักไปก่อน เพราะทุกคนกำลังตื่นเต้นอยู่กับอัตราการเติบโตของตลาด ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของการปล่อยกู้รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า marketplace นี้ก็เริ่มจะแสดงสัญญาณของปัญหาแบบเดียวกันแล้ว โดยเมื่อปลายปี 2015 Citigroup ได้ออกขายสินเชื่อกลุ่มหนึ่งของ Prosper อย่างรีบด่วน ซึ่งปรากฏว่าไม่เป็นที่สนใจของตลาด และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Lending Club บอกว่าบริษัทได้ขายหลักทรัพย์มูลค่า 22 ล้านเหรียญไปให้กับนักลงทุนรายหนึ่งอย่างไม่เหมาะสมซึ่งก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธา และทำให้หุ้นของบรรดาธุรกิจการปล่อยสินเชื่อในรูปแบบ marketplace ร่วงอย่างหนัก และนักลงทุนก็ต้องมานั่งงมอ่านรายงานแสนหนาเพื่อที่จะติดตามผลการชำระคืนเงินกู้ที่ปล่อยให้กับผู้กู้นับพันๆ ราย เพื่อประเมินความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่ตัวเองเข้าไปลงทุนเอาไว้

ตรงนี้เอง ที่ Lending Club ได้ขอให้ DV01 เข้ามามีส่วนในการทำดีลแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ โดยโปรแกรมของ DV01 สามารถประมวลผลสินเชื่อทั้งหมด 1,119,181 บัญชีของ Lending Club ซึ่งมีมูลค่าเริ่มแรกอยู่ที่ 1.66 หมื่นล้านเหรียญมาได้ครบหมด แยกตามเกรดของผู้กู้ตั้งแต่ A-G หรือแบ่งตามคะแนน FICO และสัดส่วนหนี้สินต่อทุน หรือตามกำหนดชำระ และยอดหนี้คงเหลือหรือจะแยกตามปัจจัยอื่นๆ อีกก็ได้ตามแต่ผู้ใช้งานจะกำหนด และเมื่อคลิกอีกแค่ไม่กี่ครั้ง DV01 ก็สามารถแสดงผลได้เลยว่ามีสินเชื่อ 17,358 รายการมูลค่าเริ่มแรก 276 ล้านเหรียญที่ผิดนัดชำระหนี้

“DV01 ช่วยให้คนเห็นภาพที่ชัดเจนว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ คืออะไร อะไรคือสาเหตุของปัญหา และทรัพย์สินก้อนไหนที่มีผลการดำเนินงานดี ในอดีต คุณไม่สามารถจะรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย ๆ หรอก” Rahbar บอกและเสริมว่า แต่ในปัจจุบัน นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมดจากทั้งผู้ออกหลักทรัพย์ และผู้กู้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น โดยผู้ออกหลักทรัพย์จะส่งข้อมูลของสินเชื่อแต่ละรายการให้กับ DV01 เพื่อให้นักลงทุนสามาถติดตามผลการดำเนินงานของสินเชื่อแต่ละรายการได้รายวันเลยทีเดียว

ในปัจจุบัน โปรแกรมที่พัฒนาโดย DV01 ของ Rahbar ถูกใช้เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของสินเชื่อที่ปล่อยผ่าน Lending Club และผู้ออกหลักทรัพย์อื่นอีกแปดราย และเขามีจำนวนลูกค้าสถาบันในมือถึง 55 ราย ซึ่งเมื่อรวมลูกค้าทุกรายแล้วโปรแกรมของ DV01 ถูกใช้เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของสินเชื่อที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 3.4 หมื่นล้านเหรียญ ทั้งนี้ DV01 มีเงินทุนหนุนหลังอยู่ 7.5 ล้านเหรียญจาก Leucadia National (บริษัทแม่ของ Jefferies), Pivot Investment Partners และกองทุนอีกหนึ่งแห่งที่คุมโดย George Soros


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "ส่องนวัตกรรมใหม่ทางการเงิน สินเชื่อแบบ Peer-to-Peer" ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มกราคม 2560


Admin System Web
Administrator

Update : 09 กุมภาพันธ์ 2560

View : 1,850



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 15,388

Most Popular
1

BMW 525d: เทพเจ้าแห่งแรงบิด

Update : 10 กันยายน 2558

view : 18,762

2

MINI Cooper SD ALL4 Countryman สบาย สนุก

Update : 10 กันยายน 2558

view : 9,202

3

“โดรน” เดือด

Update : 22 กันยายน 2558

view : 7,090

top list

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 4,870

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,557

แกะรอยที่มาของเงินบาทแข็งค่าและมุมมองในระยะต่อไป..

Update : 06 กันยายน 2560

view : 5,778


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย