SPECIAL ISSUE / Wealth Management & Investing 2017

ธนพงษ์ ณ ระนอง เน้น Invest - Nurture – Exit

หนึ่งใน VC ตัวจริงผู้ปลุกปั้นสตาร์ทอัพไทยอย่าง ธนพงษ์ ณ ระนอง แนะเลือก “คน” เป็นกุญแจดอกแรกไขสู่ความสำาเร็จ ย้ำหากหวังคว้าชัย VC ต้องทำครบ 3 ทั้งการลงทุน (invest) การสนับสนุนช่วยเหลือให้เติบใหญ่ (nurture) และช่วยเสาะแแสวงหาเงินทุนก้อนใหม่ในการระดมทุนรอบถัดไป (exit) เพื่อเติบโตในอัตราเร่งอย่างต่อ

จากประสบการณ์ลงทุนในสตาร์ทอัพตลอด 6 ปี ในฐานะ Corporate VC ธนพงษ์ ณ ระนอง นายกสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน พบว่าปัจจัยที่ทำให้ VC ประสบความสำเร็จคือดูคน/ทีมงานเป็น เพราะทีมที่เก่งจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทได้ เห็นได้ชัดว่าผู้ก่อตั้งและทีมงานที่ดีจำเป็นต้องมีความรู้ มี mindset และ passion มุ่งหวังอยากสร้างความสำเร็จให้บริษัท หากผู้ก่อตั้งมี 2 สิ่งนี้ บริษัทก็มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

“ตอนที่เราคุยกับสตาร์ทอัพ ต้องมั่นใจว่าเขาเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์นี้ มีประสบการณ์มีความรู้ที่เหมาะสม หากเขาบอกกับเราในวันหนึ่งว่า ไม่เอาแล้ว อยากออกไปทำสินค้าตัวใหม่ คงไม่ใช่ อย่างน้อยต้องอยู่สู้ด้วยกันจนถึงสุดท้าย ต้องสู้กับเราจนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วยอมแพ้ทั้งคู่นั่นล่ะ ถึงจะยอม”

กว่าจะถึงจุดที่ยอมทุ่มทุนให้สตาร์ทอัพ VC จะใช้เวลาเรียนรู้นิสัยใจคอของสตาร์ทอัพอย่างน้อยเกือบ 3-4 เดือน ในระหว่างการขอข้อมูลเพิ่มเติม บางบริษัทอาจเคยพบกันมาในวงการนานถึง 1-2 ปี แล้วแอบติดตามความคืบหน้าอย่างเงียบๆ ดูเหมือนไม่สนใจ รอจนเข้าสู่ stage ที่มั่นใจว่าลงทุนแล้วคุ้มค่าจึงกลับไปคุยอีกครั้ง ซึ่งสัญชาตญาณมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจมากทีเดียว บางครั้งสินค้าดี ทีมงานเก่ง คุณสมบัติยอดเยี่ยมทุกประการ แต่เคมีไม่ตรงกัน เช่น มีความรู้สึกว่าสตาร์ทอัพไม่ฟัง คุยกันไม่รู้เรื่องก็เป็นเหตุผลที่ปฏิเสธการลงทุนได้

ธนพงษ์กล่าวว่า การเลือกลงทุนในทีมงานที่ถูกต้องเป็นเพียงปัจจัยแห่งความสำเร็จในขั้นตอนแรกเท่านั้นเอง VC ยังมีหน้าที่แท้จริงอีก 2 ขั้นตอน ได้แก่ การช่วยเหลือในสิ่งที่ไม่ชำนาญ พาไปหาเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น และสิ่งสำคัญสุดท้ายคือการให้ความช่วยเหลือระดมทุนในรอบต่อไปซึ่งการ exit จากสตาร์ท อัพ ปกติมี 3 วิธี คือ IPO (ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นในไทย), การซื้อกิจการที่พบบ้างแต่ไม่มาก, เจ้าของขอซื้อคืนซึ่งกรณีนี้มีค่อนข้างน้อย VC ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบมีวิธีการพิจารณาการลงทุนในสตาร์ทอัพแตกต่างกันไป เช่น บริษัทร่วมลงทุน (corporate VC) มักเน้นการลงทุนในสตาร์ทอัพที่อยู่ใน stage หลังๆ ซึ่งมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ในมือแล้ว เพราะสินค้า/บริการนั้นต้องมีความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมลงทุน เป็นการลงทุนซึ่งไม่ได้หวังผลตอบแทนเป็นตัวเงินอย่างเดียว

ส่วน VC ที่เป็นกองทุนที่ไม่ใช่องค์กร จะเน้นการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนด้านตัวเงินเป็นหลัก โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กองทุนที่เน้นผลตอบแทนเป็นตัวเงิน กลุ่มนี้จะไม่ศึกษารายละเอียดของสตาร์ทอัพมากนัก จะดูเพียงว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่ดี เคยประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เมื่อพบโมเดลลักษณะนี้ในประเทศก็อาจจะลงเงินเลย โดยเน้นลงเงินจำนวนค่อนข้างสูงส่วน VC อีกแบบคล้ายกับนักลงทุนคุณค่า (value investor) ที่ศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจ ไม่ว่า VC ประเภทไหนก็ต้องเข้าใจ “ชีวิต” ของสตาร์ทอัพว่าแตกต่างจาก SME และบริษัททั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ที่มีคนมาขอซื้อบ่อยๆ ต้องเข้าใจว่าการลงทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ใช้เวลาลงทุน 5-10 ปีกว่าจะ exit จากกิจการ โดยกำไรอาจติดลบในช่วง 2 ปีแรกซึ่งเป็นระยะเวลาใช้จ่ายเงินเพื่อทำกำไรในภายหลัง

หากนักลงทุนตื่นตกใจในช่วงระยะเวลานี้จนเข้าไปก้าวก่ายเรื่องการบริหารงาน อาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับสตาร์ทอัพดังนั้น ในระยะนี้ VC ควรให้ความช่วยเหลือในด้านอื่น เช่น การตลาด การสร้างเครือข่ายโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรโดยไม่ต้องสนใจว่าผลประกอบการจะติดลบ เพราะเป็นธรรมชาติของสตาร์ทอัพ สิ่งที่ธนพงษ์เป็นห่วงมากที่สุดในฐานะนายกสมาคมฯ คือ การ exit จากสตาร์ทอัพ ไทยยังมีให้เห็นน้อย อาจทำให้นักลงทุนหน้าใหม่โดยเฉพาะ VC ที่ลงทุนในระยะต้นๆ ไม่กล้าลงทุน ส่งผลให้ฐานของสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้นแคบลง และผลผลิตที่สตาร์ทอัพจะเพิ่มให้ประเทศไทยน้อยลงเรื่อยๆ

สมาคมฯ และตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้หารือถึงการตั้งแพลตฟอร์มซื้อขายใหม่ที่ช่วยให้สตาร์ทอัพและ VC ใช้เป็นช่องทาง exit จากกิจการ ซึ่งกิจการที่มาซื้อขายตรงนี้คงเป็นสตาร์ทอัพคุณภาพ มีสินค้า รายได้ชัดเจนแต่ตัวกำไรอาจยังไม่เพียงพอที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai รวมถึงการผลักดันให้นักลงทุนที่ลงทุนในสตาร์ทอัพผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายดังกล่าว ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีเท่าเทียมกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 2 ประเภท ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณา และมีความเป็นไปได้สูงที่จะอนุมัติ

“การเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจนก็ช่วยให้สตาร์ทอัพเติบโตต่ออย่างยั่งยืนได้ เพราะช่วยดึงดูด angel investor และ VC ให้มาลงทุนในสตาร์ทอัพที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มแรกมากขึ้น และหากสตาร์ทอัพบางรายสามารถ exit ได้เร็ว ก็จะกลับเข้ามาช่วยสตาร์ทอัพรุ่นน้องได้ ช่วยให้กิจการหน้าใหม่เข้ามาในตลาดได้มากขึ้นเช่นกัน” ธนพงษ์กล่าวด้วยประกายตามีความหวัง

สตาร์ทอัพแบบไหนที่น่าร่วมลงทุน
1 สินค้า/บริการที่ตลาดมีความต้องการที่แท้จริง: เป็นความต้องการที่มีการเติบโตและมากพอที่จะสร้างความสำเร็จในอนาคต
2 solution ที่ตอบโจทย์ได้ทันที ป้องกันการลอกเลียนได้ (ไม่แนะนำเทคโนโลยีที่ซื้อจากคนอื่น ซึ่งไม่ได้พัฒนาเอง)
3 มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหรือข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งเช่น คอนเน็คชั่นพิเศษที่แข็งแกร่งสิทธิพิเศษที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาทำได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งซึ่งป้องกันการลอกเลียนแบบได้ง่าย
4 เป็นแบบจำลองทางธุรกิจที่ผ่านการรับรองแล้ว: สร้างรายได้ในอนาคตด้วยอัตรากำไรที่เป็นบวก หากมีรายได้ที่เข้ามาต่อเนื่องทุกเดือนยิ่งดี มีโอกาสขยายตลาดได้ในอนาคต
5 ทีมงานที่เป็นเบอร์หนึ่งในเรื่องนั้น (“A-team” people) เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะทีมที่ดีจะช่วยแก้ไขปรับเปลี่ยนสินค้า/ผลิตภัณฑ์ได้ทันท่วงทีโดยทีมงานควรมีคุณสมบัติดังนี้ มีความเป็นผู้ประกอบการ, มีความเป็นเลิศในด้านนั้น, มีทักษะการบริหารจัดการ, เคมีตรงกันกับผู้ร่วมลงทุน
6 การมี synergy กับธุรกิจที่มีอยู่ของบริษัทร่วมลงทุนได้ (เฉพาะกรณีบริษัทร่วมลงทุน)

เรื่อง: ดรณ์ มาลัยธรรม
ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


คลิกอ่านบทความด้านการลงทุนอื่นๆ ได้ที่ Wealth Management & Investing 2017 ฉบับ มิถุนายน 2560 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 04 กันยายน 2560

View : 3,100


Most Popular
1

2 มหาเศรษฐีอสังหาฯ ผู้ครองพื้นที่อาคารสำ

Update : 23 มกราคม 2561

view : 25,731

2

5 เทรนด์สาขาศึกษาต่อของคนเจนวาย

Update : 01 กันยายน 2560

view : 9,856

3

10 อันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา

Update : 15 มกราคม 2561

view : 8,717

top list

ประเมินความกังวลประเด็นกีดกันทางการค้ากดดันตลาดหุ้..

Update : 23 เมษายน 2561

view : 851

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงทั่วโลกเป็นโอกาสหรือความเสี..

Update : 19 กุมภาพันธ์ 2561

view : 1,408

การปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ กับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ..

Update : 09 มกราคม 2561

view : 1,383


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
ภารไดย ธีระธาดา
Mentor Coach focused on Personal Executive Development
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader