SPECIAL ISSUE / ForbesLife Thailand NOVEMBER 2016

The Hottest Offshore Property Investment IN ASIA PACIFIC

CBRE (Thailand), JLL (Thailand) และ Colliers Asia บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลกต่างลงความเห็นว่า ออสเตรเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Sydney เป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เรื่อง: บุญธร ศิริสวาสด์ ภาพ: Shutterstock

Ada Choi ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกวิจัย CBRE Asia Pacific กล่าวว่า ในการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในรอบ 6 เดือนแรกของปี ประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนต่างชาติมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลีใต้

การลงทุนข้ามชาติยังคงมีความคึกคัก โดยมาจากนักลงทุนสถาบันระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติทำให้มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 8.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 หรือเพิ่มขึ้นถึง 73% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปีเดียวกันนักลงทุน 5 อันดับแรกที่มีการลงทุนมากที่สุด อันดับ 1 มาจากจีน โดยในครึ่งปีแรกมีการลงทุนสูงถึงราว 3.8 พันล้านเหรียญ รองลงมาคือ นักลงทุนจากสหรัฐฯ โดยมีการลงทุนราว 3.2 พันล้านเหรียญ อันดับ 3 มาจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง มีการลงทุนรวม 2.6 พันล้านเหรียญ ตามมาด้วยสิงคโปร์ 1.9 พันล้านเหรียญ และฮ่องกง 600 ล้านเหรียญ

ทั้งนี้ การลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในสิงคโปร์ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 เพียงเพราะมีธุรกรรมการขายอาคาร Asia Square Tower 1 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.5 พันล้านเหรียญ โดยผู้ซื้อคือกองทุน Qatar Investment Authority นับเป็นการซื้อขายอาคารสำนักงานที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

จากรายงานการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนในเอเชียแปซิฟิกฉบับล่าสุดโดยแผนกวิจัย CBRE พบว่า ประเทศที่เป็นเป้าหมายหลักของการลงทุนข้ามชาติ คือ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งมีสินทรัพย์ลงทุนเสนอขายจำนวนมากในออสเตรเลีย นักลงทุนจะมุ่งไปที่ Sydney และ Melbourne ซึ่งเป็นเมืองที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความเข้มแข็งและมีผลตอบแทนที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในออสเตรเลียมีการขยายตัวสูงจากจำนวนประชากรและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

สำหรับญี่ปุ่น นักลงทุนนิยมลงทุนใน Tokyo แต่เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ที่เสนอขายมีน้อยมากและด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ส่วนจีน แม้จะยังไม่ติด 5 อันดับแรกของประเทศที่เป็นเป้าหมายหลักของการลงทุนข้ามชาติในปีนี้ แต่ในอนาคตอาจเปลี่ยนไปเมื่อตลาดการเงินเริ่มมีเสถียรภาพและมีความแปรปรวนน้อยลง

แม้จะมีธุรกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายรายการในช่วงไตรมาส 2 ปี 2559 ซึ่งทำให้จำนวนธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มสูงขึ้นถึง 19% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปีเดียวกัน แต่บรรยากาศโดยรวมในตลาดกลับยังคงเงียบเหงาเห็นได้จากจำนวนธุรกรรมโดยรวมที่ลดลงเหลือไม่ถึง 500 รายการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 จาก 760 กว่ารายการในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว

สุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ JLL (Thailand) ระบุว่า Tokyo, Seoul, สิงคโปร์, Sydney และ Shanghai รั้ง 5 อันดับเมือง Top 5 ที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์สูงสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่พักอาศัย) ขณะที่ประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์สูงสุดในภูมิภาค ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ หากเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 ตลาดการลงทุนภายในประเทศส่วนใหญ่ค่อนข้างซบเซาลง เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะยังครองตำแหน่งตลาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดในเอเชียแปซิฟิก ด้วยมูลค่ารวม 1.7 หมื่นล้านเหรียญ แต่เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2558 พบว่า มูลค่าปรับลดลง 12% จาก 1.93 หมื่นล้านเหรียญ เนื่องจากเริ่มมีสินทรัพย์เสนอขายน้อยลงหลังจากมีการซื้อขายเกิดขึ้นอย่างคึกคักมาอย่างต่อเนื่องหลายปี

อย่างไรก็ดี การลงทุนในบางประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นมากช่วยให้มูลค่าโดยรวมของทั้งภูมิภาคในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้ลดลงไปมากนัก โดยเกาหลีใต้เป็นตลาดที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 48% จาก 3.9 พันล้านเหรียญในครึ่งปีแรกของปี 2558 เป็น 5.8 พันล้านเหรียญในครึ่งปีแรกของปีนี้ ตามมาด้วยสิงคโปร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 35% จาก 3.8 พันล้านเหรียญ เป็น 5.1 พันล้านเหรียญ ในจำนวนนี้มีการซื้อขายอาคารสำนักงาน Asia Square Tower 1 ซึ่งเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในไตรมาสที่สอง ด้วยมูลค่า 2.78 พันล้านเหรียญ

ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิกมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิกรวมทั้งสิ้น 5.4 หมื่นล้านเหรียญ ลดลง 4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558



Andrew Haskins กรรมการบริหาร แผนกวิจัยและให้คำปรึกษา Colliers Asia กล่าวว่า ออสเตรเลียเป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนำโดย Sydney และ Melbourne ซึ่งเป็นเมืองที่มีผลตอบแทนจากการลงทุนอาคารสำนักงานเกรดเอให้เช่าสูงที่สุด โดยมีอัตราถึง 6% และ 5.7% ตามลำดับ ทั้งสองเมืองติดอันดับ 2 และ 3 เมืองที่นักลงทุนทั่วโลกนิยมเข้าไปลงทุนมากที่สุดในปีที่ผ่านมา เป็นรองก็เพียง London เท่านั้น ซึ่งหากเทียบตลาดสำนักงานให้เช่าใน London ที่มีขนาดใหญ่กว่า Sydney ถึง 3 เท่าตัว ถือได้ว่าตลาดสำนักงานให้เช่าใน Sydney มีความน่าสนใจมากทีเดียว

นักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสนใจลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งใน Sydney และ Melbourne มากที่สุด คือ จีน ในปี 2558 มีเม็ดเงินลงทุนจากจีนถึง 5.2 พันล้านเหรียญ รั้งอันดับ 1 และแซงนักลงทุนจากสหรัฐฯ ที่เคยเป็นอันดับ 1 ในปี 2550 รองลงมาเป็นนักลงทุนจากสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และ กาตาร์ โดยนักลงทุนจีนนิยมซื้ออาคารสำนักงานในย่านใจกลางธุรกิจมากที่สุด

อีกตลาดที่น่าลงทุนอสังหาริมทรัพย์ คือ Shanghai ซึ่งมีอัตราผลตอบแทน 5.4% เนื่องจากมีปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในปีที่ผ่านมา Shanghai ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้ามาสูงถึง 8.3 พันล้านเหรียญเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย แม้จะมีพื้นที่สำนักงานแห่งใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะพื้นที่สำนักงานเกรดเอในย่านใจกลางธุรกิจที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 37% ในช่วงปี 2559-2563 แต่ปริมาณความต้องการเช่าพื้นที่จากผู้เช่า โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่เข้าไปทำธุรกิจในจีนยังมีอยู่สูงสิงคโปร์เป็นอีกตลาดที่มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสำนักงานให้เช่าอยู่ในเกณฑ์ดี ปัจจุบันอยู่ที่ 4% และมีการคาดการณ์ว่าอัตราการเช่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.5% ตั้งแต่ปีนี้ถึงปี 2561 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระวังเรื่องปริมาณพื้นที่สำนักงานใหม่ๆ สู่ตลาด ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้พื้นที่ว่างเพิ่มจาก 7.1% ในปีนี้เป็น 16.1% ในปลายปี 2561 และอัตราดอกเบี้ยที่หากมีการปรับเพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อมูลค่าของอาคารที่อาจจะลดลง

สำหรับการลงทุนในระยะสั้น ฮ่องกงถือเป็นตลาดที่น่าสนใจจากปริมาณความต้องการเช่าพื้นที่สำนักงานของบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ มูลค่าของอาคารสำนักงานจะเริ่มชะลอตัวลงในปลายปี 2560 เพราะอัตราดอกเบี้ยในฮ่องกงมีแนวโน้มปรับขึ้น ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพื้นที่สำนักงานในฮ่องกงอยู่ที่ 2.9% ถือเป็นผลตอบแทนการลงทุนที่ต่ำสุดเมื่อเทียบกับตลาดใหญ่ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม "The Hottest Offshore Property Investment IN ASIA PACIFIC" ได้ที่ ForbesLife Thailand ฉบับพิเศษประจำเดือน November 2016 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 06 ธันวาคม 2559

View : 2,827



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 16,182

Most Popular
1

5 เทรนด์สาขาศึกษาต่อของคนเจนวาย

Update : 01 กันยายน 2560

view : 8,813

2

Asiola และ เจ-มณฑล จิรา สื่อกลางระดมทุนส

Update : 22 กรกฎาคม 2559

view : 6,590

3

มัดแมนเตรียมเข้าตลาด เอ็ม เอ ไอ ปั้น Gre

Update : 08 สิงหาคม 2559

view : 6,016

top list

ประธานเฟดคนใหม่ และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่อา..

Update : 03 พฤศจิกายน 2560

view : 899

เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือวิกฤตจะซ้ำรอย..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 5,297

ความผันผวนที่มากขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่แต..

Update : 06 ตุลาคม 2560

view : 1,673


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
ธิติ ตันติกุลานันท์
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย