SPECIAL ISSUE / SPECIAL ISSUE: JUNE 2016 / FINTECH

The Fintech 50 พลิกโฉมอนาคตโลกการเงิน ตอนที่2

เช่นเดียวกับที่ Amazon เปลี่ยนวิธีการซื้อสินค้าของเรา และ Apple คิดใหม่ทำใหม่ในการจัดการกับธุรกิจเพลง อีกไม่นานนับจากนี้การพลิกโฉมหน้าการทำธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจะส่งผล กระทบต่อเงินทองของคุณในทุกมิติ ไล่เรียงตั้งแต่การหาเงินการเก็บออม การลงทุน ไปจนถึงการใช้จ่ายเงิน ซึ่งอาจจะเป็นการพลิกโฉมแบบฉับพลันทันใด (เช่นเดียวกับนักลงทุนสายควอนต์ผู้ปราดเปรื่องในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท) หรืออาจเป็นแบบปรกติที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป (การปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาคธุรกิจขนาดเล็กจะทำได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่ถูก ลง)

แต่ไม่ว่าบทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนใน วงกว้าง โดยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ และส่งผลกระทบต่อรายได้ของกล่มธุรกิจบริการด้านการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งบันทึกกำไรก่อนภาษีในปีที่ผ่านมาสูงถึง 281 พันล้านเหรียญสหรัฐ

จากรายงาน ข้อมูลของ CB Insights พบว่าบรรดานักลงทุนเงินร่วมลงทุนและลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทต่างมองเห็น โอกาสที่จะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้การลงทุนในกิจการของฟินเทคสตาร์ตอัพในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2015 มีมูลค่าสูงถึง 10.5 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการลงทุนเพียง 3.9 พันล้านเหรียญในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จริงอยู่ว่าเราคงจะลงทุนในกิจการของฟินเทคสตาร์ตอัพพวกนี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่คุณจำเป็นต้องเกาะกลุ่มไปกับ 50 บริษัทแรกที่มีชื่อติดอันดับ เพื่อจะได้ก้าวทันเทคโนโลยีที่พวกเขากำลังคิดประดิษฐ์ขึ้นเพราะบริษัทเล็กๆ กลุ่มนี้นี้กำลังจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้โลกการเงินในอนาคตของพวก คุณ ถ้าหากไม่ระวังให้ดีพอร์ตการลงทุนของคุณอาจจะดูไม่จืดเลยทีเดียวและเหล่านี้ คือบริษัทเด่นที่ไม่อาจมองข้าม

เรียบเรียง: ชนกานต์ อนันตคุณากร ภาพ: CHRISTIAN PEACOCK, JONATHAN KOZOWYK


การกำหนดธีมเป็นคำตอบของทุกสิ่ง
บริษัท Motif ในเมือง San Mateo รัฐ California

ธุรกิจ ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถออกแบบ แบ่งปัน และซื้อพอร์ตหุ้นที่มีลักษณะแบบเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือที่เรียกกันว่า ETFs (Motifs) สำหรับหุ้นจำนวนไม่เกิน 30 ตัวในราคา 9.95 เหรียญ
เครดิตผลงาน: ฐานลูกค้ารายย่อยประมาณ 200,000 ราย
ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง: Hardeep Walia อายุ 43 ปี
การระดมทุน: 126 ล้านเหรียญจาก Goldman Sachs / JPMorgan Chase / Renren
มูลค่ากิจการ: 800 ล้านเหรียญ ในการประเมินมูลค่าครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมธุรกิจที่อาจได้รับ
ผลกระทบ: บริษัทที่ประกอบธุรกิจค้าหลักทรัพย์แบบคิดค่าธรรมเนียมในอัตราถูกและบริษัทที่ประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม



Hardeep Walia เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของผู้ที่ต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารพาณิชย์ขนาด ใหญ่และฟินเทคสตาร์ตอัพ หลังจากจบปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัย Wharton ในปี 2001 เขาเคยวางแผนจะไปทำงานในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจไปทำงานที่ Microsoft แทน เขาทำงานอยู่ที่นั่นหลายปีจนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปมีหน้าที่ ดูแลงานด้านการให้บริการแก่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกจนกระทั่งในปี 2010 เขาจึงได้เปิดตัว Motif และตระเวนพบปะกับบรรดาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อชักชวนให้เข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทที่ก่อตั้งใหม่ของเขา Motif เป็นแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีขั้นตอนการใช้งานไม่ยุ่งยาก นักลงทุนสามารถกำหนดธีมการลงทุนในหุ้นที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่การสร้าง ซื้อ และหารือเพื่อกำหนดธีมของตะกร้าหุ้น (ธีมหุ้นที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไบโอเทค และเครื่องพิมพ์สามมิติ) Walia บอกว่า “เราประหลาดใจเป็นอย่างมากที่พบว่าการกำหนดธีมเป็นคำตอบของทุกสิ่ง มันเป็นแนวคิดที่ให้คุณได้เผยตัวตนและความเป็นตัวเองออกมา”

ตอนนี้บริษัทอยู่ในระหว่างการเจรจาธุรกิจกับธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งมีส่วนช่วยให้ลูกค้าของ Motif สามารถเข้าถึงการเสนอขายหุ้นไอพีโอที่มี JPMorgan เป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากนี้ Motif ยังช่วยธนาคาร U.S. Bank ในการกำหนดกลยุทธ์เกี่ยวกับธีมการลงทุนให้บริษัทย่อยของธนาคารที่ชื่อ Ascent Private Capital Management เพื่อรองรับการบริหารสินทรัพย์ให้ตระกูลที่มีสินทรัพย์ในครอบครองไม่ต่ำกว่า 75 ล้านเหรียญ

Walia ซึ่งมุ่งมั่นที่จะจับตลาดลูกค้าทุกกลุ่มได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับที่ปรึกษา การลงทุนอิสระเพื่อใช้ในการกำหนดธีมการลงทุนของลูกค้า รวมถึงให้บริการหุ่นยนต์ที่ปรึกษา โดยคิดค่าธรรมเนียมในอัตราถูกแบบเดียวกับ Betterment และ Wealthfront พ่วงด้วยบริการซอฟต์แวร์ Motif แบบไม่คิดค่าคอมมิชชั่น ลูกค้าสามารถเลือกหุ้น จากกองทุนรวมดัชนี และกˆหนดระยะเวลาในการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ด้วยตัวเอง – โดย Samantha Sharf

 

สินเชื่อออนไลน์สำหรับชนชั้นนำ
บริษัท SoFi ตั้งอยู่ที่เมือง San Francisco

ธุรกิจ รีไฟแนนซ์สินเชื่อการศึกษา ธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่คนรุ่นใหม่ซึ่ง จบการศึกษาสูงและมีตำแหน่งหน้าที่การงานดีเครดิตผลงาน: การบริหารพอร์ตสินเชื่อมูลค่า 6 พันล้านเหรียญ
ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง: Mike Cagney อายุ 44 ปี
การระดมทุน: 1.4 พันล้านเหรียญจาก Softbank / Third Point Ventures / Peter Thiel / Baseline Ventures / Renren
มูลค่ากิจการ: 4 พันล้านเหรียญ
ธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบ: บริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรูปแบบเดิม



Mike Cagney เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักค้าตราสารอนุพันธ์ที่ Wells Fargo ก่อนผันตัวไปตั้งบริษัทผลิตซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการสินทรัพย์ และจัดตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ หลังจากนั้นเขามีโอกาสได้ไปเรียนต่อในหลักสูตร Sloan Fellowship Program ของมหาวิทยาลัย Stanford Business School ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับผู้บริหารที่ผ่านประสบการณ์ทำงานมาได้สักระยะแล้วใน ชั้นเรียนวิชาที่มีชื่อว่า Startup Garage เขากับเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีก 3 คนได้คิดโครงการ “สินเชื่อเพื่อสังคม” (หรือเรียกสั้นๆ ว่า SoFi ซึ่งเป็นคำย่อของ Social Finance) โดยให้ศิษย์เก่าที่มีฐานะดีร่วมกันปล่อยสินเชื่อให้แก่นักศึกษารุ่นน้องร่วม สถาบันในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาล กิจการของ Cagney ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนก้าวล้ำไปไกลกว่าธุรกิจสินเชื่อออนไลน์และธุรกิจรีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อ การศึกษาในเดือนกันยายนที่ผ่านมา SoFi ระดมทุนได้ประมาณ 1 พันล้านเหรียญจาก Softbank ซึ่งถือเป็นการทุบสถิติการระดมทุนที่บริษัทผู้ประกอบธุรกิจฟินเทคเคยทˆไว้ Cagney

วางแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าวมาบุกตลาดการให้ บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคลปัจจุบัน SoFi เป็นบริษัทผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก Lending Club ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมี Prosper ตามติดมาเป็นอันดับ 3 Cagney กล่าวย้ำอย่างหนักแน่นว่าธุรกิจของเขาต่างจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้สิน เชื่อทั่วไปเพราะเขามีเป้าหมายจะปั้นธุรกิจของเขาให้เป็นธนาคารออนไลน์ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาบอกว่า “ผมไม่ได้แข่งกับ Prosper และ Lending Club แต่ผมกำลังแข่งกับ “Wells Fargo และ First Republic” - โดย Maggie McGrath


เจ้าตลาดแอปพลิเคชั่นระบบชำระเงิน
บริษัท Stripe ตั้งอยู่ที่เมือง San Francisco

ธุรกิจแพลตฟอร์มการชำระเงินทั้งแบบออนไลน์และแบบผ่านแอปพลิเคชั่น โดยมีส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ที่สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน
เครดิตผลงาน: กลุ่มลูกค้าประกอบด้วย Twitter / Facebook / Lyft
ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง: Patrick Collison อายุ 27 ปี
การระดมทุน: 300 ล้านเหรียญจาก Sequoia Capital / Andreessen Horowitz / ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal ซึ่งประกอบด้วย Peter Thiel / Max Levchin / Elon Musk
มูลค่ากิจการ: 5 พันล้านเหรียญ ในการประเมินมูลค่ากิจการครั้งหลังสุดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาธุรกิจที่อาจได้รับ
ผลกระทบ: PayPal และผู้ให้บริการการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตรูปแบบเดิม

ในปี 2010 ขณะที่ Patrick กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัย MIT ส่วน John น้องชายคนเล็กเพิ่งเข้าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัย Harvard พวกเขาทั้งคู่ตัดสินใจหยุดพักการเรียนเพื่อจะได้สามารถทำงานที่ Stripe ได้เต็มเวลา พี่น้องคู่นี้เติบโตและใช้ชีวิตตั้งแต่เด็กจนถึงวัยรุ่นอยู่ที่เมือง Limerick ในประเทศไอร์แลนด์ ทั้งสองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโค้ดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และได้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้ผู้ขายสินค้ารายย่อยสามารถบริหารจัดการ ธุรกิจบนเว็บไซต์ eBay ต่อมาพวกเขาได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ ของตัวเอง จนกระทั่งสามารถเปิดตัวบริษัทที่ชื่อ Auctomatic โดยได้รับการสนับสนุนจาก Y Combinator ต่อมาในปี 2008 พวกเขาก็ขายบริษัทดังกล่าวให้แก่นักลงทุนที่สนใจไปในราคา 5 ล้านเหรียญ

ปัจจุบัน Stripe ประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้ขายสินค้ารายย่อยสามารถรับชำระเงินค่าสินค้า ผ่านทาง Apple Pay และ Alipay ของ Alibaba นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ “ปุ่มสั่งซื้อสินค้า” ของสื่อโซเชียลมีเดียชั้นนำˆอย่าง Twitter, Facebook และ Pinterest

Patrick บอกว่า “ถ้าดู บริษัทที่ประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆ จะเห็นว่าบริษัทเหล่านั้นไม่สนใจทำเรื่องอื่นนอกจากอินเทอร์เน็ต ในขณะที่บริษัทในยุคต่อมาเริ่มให้ความสำคัญเรื่องธุรกรรมต่างๆ มากขึ้น จนทำให้ธุรกรรมกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับรูปแบบการทำธุรกิจของบริษัท เหล่านี้ไปแล้ว”

ปัจจุบัน Square ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อย ในขณะที่ Stripe ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทประกอบธุรกิจฟินเทคที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศสหรัฐ อเมริกา –โดย Samantha Sharf

อ่านย้อนหลัง The Fintech 50 พลิกโฉมอนาคตโลกการเงิน ตอนที่1


คลิ๊ก อ่านบทความทางธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ JUNE 2016 ฉบับพิเศษ The Essential for Enrichment ในรูปแบบ e-Magazine


Forbes Thailand Staff
Forbes Thailand Staff

Update : 05 สิงหาคม 2559

View : 1,445



vdo

ภาพรวมความสำเร็จงาน Forbes Thailand Forum 2016 Self Made Suc..

Update : 22 กุมภาพันธ์ 2560

View : 10,808

Most Popular
1

มัดแมนเตรียมเข้าตลาด เอ็ม เอ ไอ ปั้น Gre

Update : 08 สิงหาคม 2559

view : 5,099

2

Asiola และ เจ-มณฑล จิรา สื่อกลางระดมทุนส

Update : 22 กรกฎาคม 2559

view : 4,378

3

ForbesLife Thailand

Update : 01 กันยายน 2559

view : 2,346

top list

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและความเสี่ยงต่อกล..

Update : 26 เมษายน 2560

view : 1,910

เศรษฐกิจไทยปีระกา 2017 ท่ามกลางความเสี่ยงของนโยบาย..

Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560

view : 3,784

Investor searching for yield, Beware real sector

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 1,357


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
ศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Lifestyle Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
contributor
ธำรงค์ชัย เอกอมรวงศ์
หยง Freedom Trader
กวี ชูกิจเกษม
รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย
กิติชัย เตชะงามเลิศ
นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of Wealth Advisory บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้
คมศร ประกอบผล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ TISCO Economic Strategy Unit (ESU)