X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Dine with the Boss
  • People >
  • Ben King แห่ง Google ต่อจิ๊กซอว์ ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

Ben King แห่ง Google ต่อจิ๊กซอว์ ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

ออฟฟิศ Google ประเทศไทยบนอาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ เพิ่งจะขยายพื้นที่สำนักงานในชั้น 14 และเพิ่มเติมบนชั้น 16 ส่วนใหญ่เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นห้องประชุมรองรับทั้งการทำงานของพนักงาน และการจัดเวิร์กช็อปร่วมกับพันธมิตรภายนอก การขยายสำนักงานของ Google ประเทศไทยสะท้อนการให้ความสำคัญต่อตลาด และบุคคลที่เป็นแม่ทัพนำการลงหลักปักฐานของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกนี้คือ Ben King ผู้อำนวยการ Google ประเทศไทยหนุ่มออสเตรเลียวัย 35 ปี ซึ่งขึ้นรับตำแหน่งเมื่อ 3 ปีก่อน

เราตื่นเต้นมากกับจุดที่เราอยู่ตอนนี้

เป็นประโยคที่ King กล่าวบ่อยครั้งระหว่างที่พูดคุยกับ Forbes Thailand เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดย King เพิ่งประกาศพันธกิจ Google for Thailand ประกอบด้วย 4 เสาหลักที่ Google ต้องการจะพัฒนาสำหรับประเทศไทย ได้แก่ อินเทอร์เน็ตในราคาที่เข้าถึงได้, ให้ความรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ต, ปรับคอนเทนต์และผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับท้องถิ่น และสุดท้ายคือการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ( SMB: Small and Medium Business )

ประเทศไทยนั้นได้รับการประเมินว่าจะมีศักยภาพพัฒนาไปสู่มูลค่า 3.7 หมื่นล้านเหรียญได้ โดยในปี 2558 ประเทศไทยมีมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล 5.8 พันล้านเหรียญแต่เมื่อสิ้นปี 2560 King กล่าวว่ามูลค่านี้ได้ทะลุ 1 หมื่นล้านเหรียญไปแล้ว

เขาแจกแจงว่า ปัจจัยต่างๆ ที่จะผลักดันให้เมืองไทยไปถึงตัวเลข 3.7 หมื่นล้านเหรียญนั้นถูกพัฒนาไปแล้วทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมประสิทธิภาพสูง เงินทุนที่ไหลเข้าประเทศ ระบบการชำระเงินที่รัฐบาลอนุมัติการใช้งานระบบพร้อมเพย์ซึ่งทำให้การค้าออนไลน์สะดวกขึ้น รวมถึงระบบโลจิสติกส์ที่พัฒนาสูงมากจากการแข่งขันระหว่างบริษัทอีคอมเมิร์ซรายสำคัญเช่น ลาซาด้า ช้อปปี้ และล่าสุดคือ JD.com ซึ่งร่วมทุนกับกลุ่มเซ็นทรัล

อย่างไรก็ตามปัจจัยหนึ่งที่ยังมีช่องว่างอยู่คือเรื่องของ ทักษะทำให้ Google มองว่านี่คือพื้นที่หลักที่บริษัทจะมุ่งมั่นเข้าไปมีบทบาท ทักษะของคนเป็นสิ่งที่เราคิดว่าเราสามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ King กล่าว

ติดอาวุธคนดิจิทัล

King บอกว่า แม้โครงสร้างพื้นฐานจะมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั่วประเทศแต่ปัญหาคือราคาที่คนบางกลุ่มอาจจะเข้าไม่ถึงหรือถูกจำกัดการใช้งานดาต้า เนื่องจากใช้ระบบเติมเงิน ดังนั้น Google จึงพร้อมลงทุน Google Station ซึ่งเป็นสถานีปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ฟรีในพื้นที่สาธารณะ ปัจจุบันเริ่มต้น 10 แห่งแรกไปแล้วโดยร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) (CAT) ประกอบไปด้วยจุดปล่อยสัญญาณในกรุงเทพฯ 8 แห่งและอีก 2 แห่งที่ .พิจิตร และ .เลย

เขาเลือกที่จะไม่ประกาศจำนวน Google Station ที่จะลงทุนเพิ่มต่อจากนี้ แต่ยืนยันว่า

โอกาสมีมหาศาล ดังนั้นเราจะพิจารณาทำเลการตั้งสถานีให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้หลังจากเปิดตัวไปก็มีพื้นที่หลายแห่งติดต่อเข้ามาเพื่อให้เราเข้าไปติดตั้ง ซึ่งการพิจารณาที่ตั้งนั้นเราจะจัดสมดุลทั้งพื้นที่ที่มีจำนวนคนมาก และที่ที่เป็นชุมชนขนาดรองลงมารวมไปถึงในโครงการสมาร์ทซิตี้ต่างๆ ด้วย

เมื่อผู้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ครอบคลุมมากขึ้นและไม่มีข้อจำกัด นำไปสู่จิ๊กซอว์ที่ 2 ของ Google คือการให้ความรู้ผู้ใช้งานและฝั่งผู้ผลิตคอนเทนต์บนโลกดิจิทัล โดยในมุมหนึ่ง Google ยื่นมือเข้าร่วมงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องการสร้างผู้จัดการชุมชน 3,000 คนเข้าไปสื่อสารกับคนในหมู่บ้าน 25,000 แห่งทั่วประเทศในการให้ความรู้ความเข้าใจการใช้งานดิจิทัล (Digital Literacy) ควบคู่ไปกับโครงการเน็ตประชารัฐของรัฐบาล

ปั้น YouTuber ให้ถึงดวงดาว

พันธกิจของ Google เกี่ยวกับการสร้างคอนเทนต์ท้องถิ่นนั้นเชื่อมโยงกับทุกผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่นที่ Google ประกาศสร้าง Maps สำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ

หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของ Google อย่าง YouTube ก็เชื่อมโยงกับพันธกิจนี้เช่นกัน King อธิบายว่ากุญแจสำคัญของการเติบโตคือการจัดสมดุลให้ทั้ง 3 กลุ่มในระบบนิเวศ YouTube คือ ผู้ใช้ (Users), ผู้สร้างคอนเทนต์ (Creators) และผู้ลงโฆษณา (Advertisers) ยังรู้สึกพอใจในการใช้แพลตฟอร์มนี้ ซึ่ง Google เชื่อว่าผู้ใช้งานจะพึงพอใจเมื่อได้รับคอนเทนต์ที่หลากหลายตรงใจ เมื่อค้นหาใน YouTube

นั่นหมายความว่า YouTube ต้องส่งเสริมให้เหล่าผู้สร้างคอนเทนต์สร้างเนื้อหาวิดีโอที่ครอบคลุมหลายหมวดไม่เฉพาะเพลงหรือความบันเทิง แต่ยังไปถึงรายการข่าว กีฬาไลฟ์สไตล์ ฯลฯ และเป็นเนื้อหาคุณภาพ

ซึ่งนอกจาก YouTube จะมีทีมงานช่วยเหลือให้คำแนะนำกับ Creators แล้ว ในบางปียังมีการจัด Pop-up Creator Studio ชั่วคราวเพื่อจัดโปรแกรม Next Up เชิญชวนผู้สร้างคอนเทนต์คลื่นลูกใหม่ที่มีสมาชิกติดตามใกล้เคียง 1 แสนราย เข้ามาใช้อุปกรณ์ของ Pop-up Creator Studio เพื่อพัฒนาให้พวกเขาเหล่านี้เป็นช่อง YouTube ระดับ Silver หรือช่องที่มีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน

เราถาม King ถึงการแข่งขันของแพลตฟอร์มรับชมวิดีโอที่ทวีคูณขึ้นจากช่องทางอื่นๆ ที่เข้ามา เช่น LineTV NetFlix iFlix หรือกระทั่ง Facebook เขายิ้มและบอกว่าตัวเลือกที่มากขึ้นเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้ใช้

โดยเขามองว่า YouTube ยังคงมีจุดแข็งเรื่องความหลากหลายของคอนเทนต์ดังกล่าว และการพัฒนาระบบ Machine Learning ที่ทำให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์ชมวิดีโอที่ตรงใจเฉพาะบุคคลมากที่สุด

ดึงธุรกิจขนาดย่อมสู่โลกดิจิทัล

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) เป็นพันธกิจใหญ่หัวข้อหนึ่งที่ Google กำลังมุ่งไป โดย King ประเมินว่า SMB ในไทยมีอยู่ประมาณ 2.7 ล้านราย และมูลค่ารวมคิดเป็น 40% ของจีดีพีประเทศ

อย่างไรก็ตาม SMB ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำการตลาดบนโลกดิจิทัลเต็มตัว ทำให้นี่คือน่านน้ำสำคัญที่ Google จะเข้าไปมีบทบาทผ่านเครื่องมือหลักคือ Google My Business (GMB)

GMB ทำให้ธุรกิจสามารถปักหมุด location บน Google Maps เพื่อใส่ข้อมูลเบื้องต้นของร้านค้า เช่น เวลาเปิดปิด เบอร์โทรศัพท์ได้ สามารถสร้างเว็บไซต์อย่างง่ายได้ฟรี และตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก (Insights) ว่าลูกค้าพบร้านค้าบนโลกดิจิทัลผ่านช่องทางใด รวมถึงล่าสุดนั้น Google ได้ปล่อยฟังก์ชั่น GMB Post ออกมา ที่ทำให้ร้านค้าสามารถอัปเดทข้อมูลของร้านแบบเรียลไทม์ได้ เช่น ร้านตัดผมระบุ post โปรโมชั่นของร้านไว้ เมื่อมีคนค้นหาร้านตัดผมในบริเวณที่ร้านตั้งอยู่ก็จะพบ post ดังกล่าว

ความรู้ ทรัพยากรไม่เพียงพอ และมีงบต่ำคือปัจจัยหลักที่ King มองว่าเป็นอุปสรรคทำให้ SMB ยังไม่เข้าสู่โลกออนไลน์เต็มตัว

สามสิ่งนี้เป็นความท้าทายที่เราพยายามแก้ปัญหา หนึ่งคือทำให้เครื่องมือใช้ง่ายที่สุด แม้คุณจะมีความรู้เรื่องดิจิทัลน้อยมากแต่ก็ยังเข้าสู่ออนไลน์ได้ สองคือ เราทำให้เครื่องมือใช้งานได้เร็ว ดังนั้นแม้คุณจะมีเวลาทดลองสิ่งใหม่น้อยก็ไม่ใช่ปัญหา และสุดท้าย เครื่องมือนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย แค่เพียงดาวน์โหลดแอพฯ มาก็ใช้งานได้ทั้งหมด

King ตอบทุกคำถามของเราอย่างมั่นใจและรวดเร็ว เขาเรียนจบปริญญาตรีสาขาสื่อและการสื่อสารจาก University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย และเริ่มงานด้านโฆษณากับ Microsoft Advertising ในออสเตรเลีย 5 ปี ก่อนที่เขาจะข้ามทะเลมาร่วมงานกับGoogle Asia Pacific ที่สิงคโปร์ โดยปรับเปลี่ยนมาทำงานขาย

การโฆษณาต่อยอดไปสู่งานขายได้ แต่การขายใน Google ไม่เหมือนบริษัทอื่น เพราะต้องสื่อสารตรงไปที่ผู้บริหาร C-level เลยเพื่อช่วยให้พวกเขาเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีข้อมูลที่เราทำอยู่” King กล่าว

จากนั้นเขาเริ่มเข้าสู่การทำงานด้านพัฒนาธุรกิจกับ Google และเริ่มต้นไต่เต้าตำแหน่งผู้นำองค์กร ช่วงปี 2555-58 King ถูกส่งไปทำงานกับทีมในหลายประเทศ เช่นบังกลาเทศ ปากีสถาน อินโดนีเซีย ศรีลังกาและไทย ซึ่งเขามองว่านี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยการประเทศ

การเปิดใจที่จะรับความเสี่ยงและความท้าทายน่าจะเป็นกุญแจสำคัญ ไม่กลัวที่จะล้มเหลวหรือต้องไปในประเทศที่แตกต่างประเทศใหม่ วัฒนธรรมใหม่ รวมถึงกล้าที่จะทำสิ่งที่ท้าทายในธุรกิจด้วย

King ยังเสริมด้วยว่า เขายังเรียนรู้จาก Google ถึงความสำคัญของการมีทีมงานหลากหลายอยู่รอบตัว และเป็นคนพร้อมจะอภิปรายท้าทายความคิดกันเสมอ เพราะนั่นจะทำให้เกิดแนวทางที่ดีที่สุดในการทำงานขึ้นได้

นอกจากนั้นเขายังยึดหลักการตัดสินใจทางธุรกิจว่าต้องตอบโจทย์ 3 ข้อคือ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบริษัท ดีที่สุดสำหรับประเทศและดีที่สุดสำหรับผู้คน

คุณอาจจะคิดว่ามันไม่มี solutions ที่สามารถไปด้วยกันได้กับทั้งสามกลุ่มนี้ หรือบางทีอาจจะตรงข้ามกันเลยด้วยซ้ำแต่จริงๆ แล้ว บ่อยครั้งที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ผมเคยตัดสินใจผิดพลาดแต่เมื่อยึดพื้นฐานนี้ในการตัดสินใจ คุณจะอยู่ในจุดที่ดีกว่าที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ

 

ภาพ : มังกร สรพล

 

คลิกอ่าน “Ben King แห่ง Google ต่อจิ๊กซอว์ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลไทย” ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับเดือนตุลาคม 2561

BACK TO TOP