X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Forbes Life
  • People >
  • อมตะแห่ง McQueen นาฬิกา Rolex Submariner ที่สูญหาย

อมตะแห่ง McQueen นาฬิกา Rolex Submariner ที่สูญหาย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
14 Oct 2018 | 2:47 pm 164

นานหลายปีทีเดียวที่เข้าใจกันว่านาฬิกา Rolex Submariner ของ Steve McQueen ได้หายไป ต่อมาก็เชื่อว่ามันมอดไหม้ ไปในกองเพลิงแล้ว แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น นาฬิกาของดาราเจ้าของฉายา King of Cool ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งและนี่คือประวัติอันลึกลับของนาฬิกาในตำนานเรือนนี้

เป็นเวลานานกว่าครึ่งศตวรรษทีเดียวที่ Steve McQueen และ Paul Newman เป็นเหมือนกับแฝดคนละฝาในโลกแห่งชายชาตรี ภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ที่ทั้งคู่แสดงนำต่างก็ผลัดกันขึ้นครองตำแหน่งภาพยนตร์ทำเงินในการจัดอันดับ Box Office ตลอดช่วงยุค 60 และ 70 

หลายปีหลังจากที่ทั้งคู่ได้จากโลกนี้ไปโดย McQueen เสียชีวิตในวัย 50 ปีในปี 1980 ส่วน Newman เสียชีวิตในปี 2008 ขณะที่มีอายุ 83 ปี ชายสองคนนี้ก็ยังไม่หยุดการประชันขันแข่งกันว่าของที่ระลึกของใครจะมีสนนราคาสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

เดือนตุลาคมปีที่แล้ว นาฬิกา Rolex Daytona ปี 1968 ของ Paul Newman ซึ่งมีหน้าปัด “ที่งามแปลกตา” สีขาวและแดงซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Paul Newman Daytona เพียงเพราะว่า Newman สวมใส่นาฬิการุ่นนี้ ได้เปิดประมูลที่ห้องค้าของบริษัทรับจัดประมูลอย่าง Phillips ใน New York โดยมีผู้ประมูลให้ราคาสูงจนน่าตกใจถึง 17.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

Paul Newman Daytona (PHOTO CREDIT: Phillips)

ราคาประมูลที่สูงลิ่วดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสถิติราคาประมูลนาฬิกา Rolex ที่สูงที่สุดเท่านั้น หากแต่ยังเป็นราคาประมูลนาฬิกาข้อมือที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย

Michael Eisenberg นายหน้าและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน Beverly Hills ซึ่งเป็นนักสะสมของที่ระลึกตัวยง หลังจากความพยายามเจรจาซื้อนาฬิกาของ Newman ไม่เป็นผล เขาก็เริ่มต้นการค้นหานาฬิกาที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานอีกเรือนหนึ่ง ซึ่งก็คือนาฬิกาของ McQueen 

นาฬิกาที่ Eisenberg เสาะแสวงหานั้นคือเรือนที่ตัว McQueen เองเป็นเจ้าของจริงๆ ไม่ใช่ของประกอบฉากในภาพยนตร์ นั่นคือนาฬิการุ่น ref. 5513 Rolex Submariner ปี 1964 

เช่นเดียวกันกับนาฬิกาของ Newman นาฬิการุ่น Submariner ของ McQueen ก็มีประวัติที่น่าทึ่ง McQueen ซื้อนาฬิกาเรือนดังกล่าวมาในช่วงทศวรรษ 1960 ในราคาราว 250 เหรียญ และเขายังเป็นเจ้าของนาฬิกาอีกรุ่นหนึ่งได้แก่ ref. 5512 Submariner ปี 1967 ซึ่งมีสนนราคา 234,000 เหรียญในการประมูลที่จัดโดย Antiquorum ในปี 2009

นาฬิกา Rolex Submariner ปี 1964 ที่ McQueen ยกให้กับ Loren Janes สตันท์แมนคู่ใจ

 

ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 McQueen ได้ยกนาฬิการุ่น Submariner เรือนที่เก่ากว่าให้กับนักแสดงแทนคู่ใจของเขาคือ Loren Janes ทั้งคู่ร่วมงานกันยาวนาน 2 ทศวรรษ Janes แสดงแทน McQueen ในฉากเสี่ยงอันตรายอันเป็นที่น่าจดจำมากที่สุดหลายต่อหลายฉากในภาพยนตร์ทั้งหมด 19 เรื่อง ซึ่งรวมถึง Bullitt, The Getaway และ The Thomas Crown Affair รวมถึงฉากขับรถรุกไล่กันความยาว 10 นาทีอันโด่งดังในภาพยนตร์เรื่อง Bullitt ที่ McQueen ควบรถ Mustang ปี 1968 ไปทั่ว San Francisco

เพื่อเป็นการตอบแทนผลงานการแสดงและมิตรภาพของ Janes McQueen ได้จ้างช่างให้สลักข้อความว่า “แด่ Loren นักแสดงแทนที่เจ๋งที่สุดในโลก จาก Steve” ลงบนฝาด้านหลังของนาฬิกา ทำให้กลายเป็นนาฬิกาของ McQueen เพียงเรือนเดียวที่มีชื่อของเขาปรากฏอยู่

ข้อความสลักด้านหลัง นาฬิกา Rolex Submariner ปี 1964 ของ McQueen

เป็นเวลานานหลายทศวรรษทีเดียวที่ผู้คนเข้าใจกันว่านาฬิกาของ McQueen ได้สูญหายไป จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม 2016 เมื่อเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งประวัติศาสตร์อย่าง Sand Fire ได้คุกรุ่นอยู่ใน Los Angeles เป็นเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์ ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ครั้งนั้นได้เผาผลาญบ้านเรือนใน Canyon Country วอดไปทั้งหมด 18 หลัง หนึ่งในนั้นก็คือบ้านที่ Janes ซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์อาศัยอยู่กับภรรยามาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 (Janes เสียชีวิตในเดือนมิถุนายน 2017) 

Eisenberg จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องราวของสามีภรรยาคู่นี้ซึ่งสูญเสียทรัพย์สมบัติทุกอย่างไปกับกองเพลิง ซึ่งรวมถึงของที่ระลึกล้ำค่ามากที่สุดหลายอย่างของ Janes อันได้แก่ แก้วมีหูของ John Wayne มีดซึ่ง Sylvester Stallone ใช้ในการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Rambo: First Blood Part II รวมถึงนาฬิกา Submariner ของ McQueen ด้วย

“ผมขอร้องพวกเขาให้ย้อนกลับไปที่บ้านและขุดค้นใต้กองเถ้าถ่าน” Eisenberg เล่าย้อนถึงบทสนทนาระหว่างตัวเขากับภรรยาของ Janes และ Erika ผู้เป็นลูกสาว “ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาพวกเขาก็โทรศัพท์มาหาผมและบอกว่าหานาฬิกาเรือนนั้นพบแล้ว”

Loren Janes สตันท์แมนที่ทำงานกับ McQueen กว่า 2 ทศวรรษ (PHOTO CREDIT: Jack Carrick / Los Angeles Times)

ถึงวันนี้ไม่มีใครคาดคิดว่านาฬิกา Rolex ซึ่งเหลือรอดจากหายนะแห่งเปลวเพลิงเช่นนั้นจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แต่ Eisenberg ได้แนะนำให้ครอบครัว Janes นำนาฬิกาไปที่ Gearys ร้านนาฬิกาหรูใน Beverly Hills เพื่อให้ช่างมืออาชีพซ่อมแซม

Gearys ได้ส่งต่อนาฬิกาเรือนนั้นไปที่สำนักงานใหญ่ของ Rolex ใน New York ทันที ซึ่งสามารถทำให้นาฬิกากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยยังเก็บรักษาฝาด้านหลังที่จารึกเรื่องราวอันทรงคุณค่าเอาไว้

Rolex ได้ส่งนาฬิกาคืน Erika Janes พร้อมแนบจดหมายเน้นย้ำถึงประวัติอันสุดแสนพิเศษของนาฬิกาเรือนนั้นไปด้วย จดหมายซึ่งเขียนโดยผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้ามีเนื้อความว่า 

“เรื่องราวที่คุณได้กรุณาแบ่งปันกับ Rolex Jeweler อย่างเป็นทางการของเราเป็นบทพิสูจน์แสนมหัศจรรย์ถึงความทนทานของนาฬิกา Rolex พ่อของคุณโดยความทุ่มเทที่แสดงให้เห็นผ่านศิลปะการแสดงของท่าน เพื่อนนักแสดงแทนของท่าน บรรดาดาราที่ท่านสวมบทบาทแทน ซึ่งรวมถึงมิตรและผู้มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เป็นของขวัญอย่าง Mr. Steve McQueen และแน่นอนว่ารวมถึงครอบครัวของท่านด้วย ได้แสดงให้เห็นถึงลักษณะพิเศษที่หมายถึงความเป็นเลิศโดยแท้ เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ท่านเลือกใส่ Rolex Submariner”

ไม่มีดาราคนไหนมีเสน่ห์ดึงดูดเหมือนดังเช่น Steve McQueen ตำนาน King of Cool ผู้ใช้ชีวิตจริงอย่างมีสีสันราวกับอยู่ในภาพยนตร์ (PHOTO CREDIT: motorcyclistonline.com)

เมื่อนาฬิกาได้รับการซ่อมแซมจนใช้งานได้แล้ว Eisenberg ได้ยื่นข้อเสนอที่มีมูลค่ามหาศาลกับครอบครัว Janes ว่าเขาต้องการจะซื้อนาฬิกาเรือนนั้น อย่างไรก็ตามเขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงมูลค่าของข้อเสนอดังกล่าว หลังจากที่ได้นำนาฬิกาไปทดลองตีราคาอีก 2-3 ครั้ง ตระกูล Janes ก็ตอบรับข้อเสนอของ Eisenberg

เมื่อพูดถึงของสะสมแล้ว ไม่มีดาราคนไหนมีเสน่ห์ดึงดูดเหมือนดังเช่น Steve McQueen ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะว่าผู้คนมองว่าเขาเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ซึ่งใช้ชีวิตจริงอย่างมีสีสันราวกับอยู่ในภาพยนตร์ และก็เป็นเพราะว่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่ตัวเขาครอบครองนั้นเป็นของหายาก 

บรรดานักสะสมรถยนต์ปกติแล้วจะยอมจ่ายเงินมากเป็นพิเศษสำหรับยานพาหนะที่ครั้งหนึ่ง McQueen เคยเป็นผู้ครอบครอง ในปี 2011 รถยนต์ Porsche 911S ปี 1970 ของเขาซึ่งเคยปรากฏโฉมเพียงสั้นๆ ในภาพยนตร์เรื่อง Le Mans มีผู้ประมูลไปในราคา 1.38 ล้านเหรียญ (รถยนต์รุ่นเดียวกันนี้ถ้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับ McQueen ก็จะซื้อขายกันในราคาประมาณ 75,000 เหรียญ) 

รถยนต์ Porsche 911S ปี 1970 ของเขาซึ่งเคยปรากฏโฉมเพียงสั้นๆ ในภาพยนตร์เรื่อง Le Mans มีผู้ประมูลไปในราคา 1.38 ล้านเหรียญ (PHOTO CREDIT: rmsothebys.com)


อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็น Newman ซึ่งเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากกว่าในโลกของนาฬิกา

นาฬิการุ่น Submariner ของ McQueen จะได้รับการตีราคาก่อนขายที่ไม่สูงนัก ซึ่งอยู่ระหว่าง 300,000-600,000 เหรียญ สำหรับราคาขายสูงสุดที่นาฬิกาของ McQueen จะทำได้ในเดือนตุลาคมนี้ Eisenberg ไม่เชื่อว่าราคานั้นจะสามารถแซงหน้านาฬิกาของ Newman ได้ แต่เขาก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“ผมคิดว่า Phillips มีศักยภาพสามารถที่จะทำงานนี้ให้สำเร็จได้ ผมเชื่อมั่นในจักรวาล” เขายังกล่าวเสริมว่า “เราต้องการแค่ผู้ประมูลเพียง 2 รายแข่งขันกันเท่านั้น จากนั้นความคิดที่ว่า ‘รู้ไหมว่าใครใหญ่กว่ากัน’ ก็จะเข้ามาครอบงำ ผมไม่ได้กำลังพูดถึงขนาดของร่างกาย แต่ผมหมายถึงขนาดของสมุดเช็คต่างหาก”

เรื่อง: Michael Solomon
เรียบเรียง: ริศา

หมายเหตุ: เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 โรงประมูล Phillips ประกาศว่านาฬิกา Rolex Submariner ของ McQueen จะนำออกประมูลในวันที่ 25 ตุลาคม 2018 ทว่า ในวันที่ 14 กันยายน 2018 Phillips จำต้องระงับการประมูล เนื่องจากทนายความตัวแทนของ Chad McQueen ลูกชายของ Steve McQueen โต้แย้งแหล่งที่มาของนาฬิกาเรือนดังกล่าว โดยฝั่งครอบครัว McQueen มองว่านาฬิกาเรือนนี้อาจเป็นของปลอมและเชื่อว่า McQueen ไม่น่าจะมีการจารึกข้อความดังกล่าวจริง ทั้งนี้ สามารถอ่านรายละเอียดข้อพิพาททั้งหมดได้ที่ Forbes.com

 


คลิกอ่าน “อมตะแห่ง McQueen” ฉบับเต็มได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand เดือนกันยายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP