people / COVER STORY

นวลพรรณ ล่ำซำ สูตรผสมกลมกล่อม 'ฟุตบอล + ประกัน + Personal Brand'

'มาดามแป้ง' เป็นที่รู้จักกันดีในบทบาทของซีอีโอ-ไฮโซ หญิงผู้หาญกล้าเข้ามาท้าทายวงการฟุตบอลที่เราพบเห็นเธอได้จากป้ายสื่อโฆษณารูปแบบต่างๆ ที่นำเสนอภาพของเธอยืนเคียงคู่กับฟุตบอลหญิงทีมชาติหรือกับทีมงานเมืองไทยประกันภัยของเธอ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ในอีกแง่มุมหนึ่งซีอีโอหญิงวัย 52 ปีคนนี้ สามารถผสมผสานและเชื่อมโยงโลกของ “ฟุตบอล” “ประกัน” และ “personal brand” ของเธอเองได้อย่างแนบเนียน โดย “F.C.” ในแวดวงธุรกิจทราบดีว่า “มาดามแป้ง” ขึ้นมารับภาระอันหนักอึ้งในฐานะซีอีโอของเมืองไทยประกันภัยเพราะความรับผิดชอบในฐานะลูกสาวคนโตของครอบครัวล่ำซำในรุ่นที่ 5

“ธุรกิจประกันเป็นธุรกิจที่แป้งหนีมาตลอดชีวิต เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัว และเป็นธุรกิจสมัยก่อนที่คนมี perception ในเรื่องการขายประกัน คนขายประกัน เป็นตัวแทนจะมาหลอกกินเงินหรือเปล่า แต่ในที่สุดตัวเองก็ได้มาทำเต็มตัว ปีนี้เป็นปีที่ 20 แล้ว ทุกอย่างมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อมาแล้วก็พยายามตั้งใจถามว่าดีที่สุดหรือยัง ก็ยังไม่ดีที่สุดหรอก ยังต้องทำต่อไป” เธอกล่าว

ส่วนการเข้าสู่วงการฟุตบอลของนวลพรรณตามการบอกเล่าของเธอมีที่มาจากการที่เมืองไทยฯ ได้เข้าไปให้การสนับสนุนและมีนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ และได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยเล็งเห็นถึงประสบการณ์ของเธอจึงเชิญให้เป็นผู้จัดการทีมกีฬาคนพิการ ในปี 2549 ทั้งๆ ที่เล่นฟุตบอลไม่เป็นหลังจากทำอยู่ได้ 2 ปีและประสบความสำเร็จพอสมควร

นวลพรรณปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลขจำนวนเงินที่เธอและเมืองไทยฯ ได้ใช้ไปเพื่อการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลในช่วงที่ผ่านมาทั้งในส่วนของฟุตบอลหญิงทีมชาติ และทีมฟุตบอลการท่าเรือ เอฟ.ซี. ซึ่งเธอได้เข้าไปเทกโอเวอร์ในปี 2558 ด้วยวงเงินที่กล่าวกันว่าอยู่ในจำนวนประมาณ 100 ล้านบาท โดยกล่าวแต่เพียงว่าอยู่ในหลัก “หลายร้อย(ล้านบาท)”

หลังจากที่นำพา “สิงห์เจ้าท่า” ซึ่ง “ตกชั้น” ไทยลีกในปีถัดมา “มาดามแป้ง” โชว์อภินิหารดึงทีมขึ้นมาจากลีกรองกลับเข้าสู่ไทยลีกในอันดับที่ 9 ในปีที่ผ่านมา และเร่งเครื่องแรงมาอยู่ในอันดับ 3 ของไทยลีก และคาดว่าเธอจะบรรลุเป้าหมายในการนำทีมการท่าเรือ เอฟ.ซี. เข้าสู่ตำแหน่ง Top 5 ได้สำเร็จตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อตอนเข้ารับตำแหน่งประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี.

ศึกประกันแดงเดือด

สนามการแข่งขันในธุรกิจประกันภัยนั้นมีความแดงเดือดไม่แพ้วงการฟุตบอล ด้วยสงครามราคาและการแข่งขันตัดเบี้ยประกันในตลาดประกันวินาศภัยทั้งในส่วนของประกันภัยรถยนต์และอื่นๆ ซึ่งมีผู้เล่นมากกว่า 60 ราย

นวลพรรณยอมรับว่าปีนี้เมืองไทยฯ อาจจะร่วงลงจากอันดับที่ 4 เพราะคู่แข่งอย่างโตเกียวมารีนประกันภัย และอาคเนย์ประกันภัย มีการควบรวมกิจการที่จะทำให้ขนาดกิจการใหญ่ขึ้นในชั่วข้ามคืน ด้านอาคเนย์ฯ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ก็จะมีการควบรวมกับ บมจ.ไทยประกันภัยซึ่งเป็นบริษัทประกันวินาศภัยขนาดกลางที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม (Backdoor Listing) ด้วยมูลค่าดีลไม่เกิน 2.5 หมื่นล้านบาท

“เราจะเห็นว่ามันมีการควบรวมบริษัทเข้าด้วยกัน ซึ่งการควบรวมท็อปไลน์เขาต้องขึ้นไปอยู่แล้ว” ซีอีโอเมืองไทยฯ กล่าว

อย่างไรก็ตามนวลพรรณยืนยันว่าแม้ว่าในปีนี้มีความไม่แน่นอนว่าเมืองไทยฯ จะยังรั้งอยู่ใน Top 5 ได้หรือไม่ เนื่องจากการควบรวมที่เกิดขึ้นของคู่แข่ง 2 ราย แต่เป้าหมายของเมืองไทยฯ ที่จะรักษาตำแหน่ง Top 5 ในธุรกิจประกันภัยไว้ให้ได้นั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง

“การควบรวมเราทำมาแล้ว 1 ครั้ง จากอันดับ 10 กว่า ขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ซึ่งปกติการควบรวมแต่ละครั้งแน่นอนเราจะต้องมองว่ามันเกิด synergy ที่เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อการควบรวมอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาถ้าควบรวมมาแล้ว ทำให้จำนวนพนักงานเกิน ก็จะเกิดการเลย์ออฟตามมาเราไม่อยากให้เกิดในลักษณะนี้”

เธอบอกว่า การควบรวมที่ผ่านมาของเมืองไทยฯ ถือเป็นการ “Amalgamation” ที่สมบูรณ์แบบในยุคนั้นอย่างแท้จริง เนื่องจากไม่มีการทับซ้อนของธุรกิจ ทำให้ไม่ต้องเลย์ออฟพนักงานแม้แต่คนเดียว ทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยถือเป็นการควบรวมที่ “วิน-วิน” ต่อทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

ปรับกลยุทธ์เน้นวิจัยและพัฒนาและดิจิทัลเทคโนโลยี

เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่นับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้นของธุรกิจประกันวินาศภัย ซีอีโอหญิงเมืองไทยฯ วางกลยุทธ์ที่จะยังคงเน้นจุดแข็งในด้านของช่องทางการจำหน่ายและบริการรวมทั้งการอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันซึ่งมีอายุเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ (86 ปี) นอกจากนี้ยังริเริ่มหันมาทำการวิจัยและพัฒนา และพิจารณาการลงทุนด้านดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อสร้างความแตกต่างมากกว่าการจะลงไปเล่นในตลาดระดับล่าง

“ถือว่าเราเป็นบริษัทที่มีจุดเด่น มีช่องทางการขายที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการขายผ่านตัวแทน ผ่านธนาคาร หรือกลุ่มลูกค้าไดเร็ก กลุ่มลูกค้าวีไอพี หรือช่องทางที่เราติดต่อกับทางพันธมิตรธุรกิจทางรถยนต์ เช่นดีลเลอร์ ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ต่างๆ และยังมีช่องทางโบรกเกอร์มืออาชีพ เรียกว่าบริษัทมีครบถ้วนทุกช่องทาง”

ช่องทางต่อไปที่บริษัทเมืองไทยฯ กำลังมุ่งเน้นคือช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะทำให้บริษัทมีช่องทางจัดจำหน่ายที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบนอกจากนั้นเมืองไทยฯ ยังมีจุดแข็งในด้านของโปรดักส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความชำนาญในบริการประกันภัยที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษ อาทิ ประกันภัยการก่อการร้าย (Political Violence) ประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร (Directors’ and Officer’ Liability) ประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพประกันความรับผิดของผลิตภัณฑ์ (Product Liability) ประกันภัยของเก่า/ของสะสมรูปโบราณ วัตถุโบราณ หรือแม้กระทั่งประกันภัยอัญมณีและทองคำ ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าหลายบริษัทยังไม่ได้ทำ แต่เมืองไทยฯ ทำมา 10 กว่าปีแล้ว

นวลพรรณกล่าวว่าช่องทางดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งมีการซื้อกรมธรรม์ผ่านทางออนไลน์ หรือผ่านทางโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นในอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดด

ส่วนกลยุทธ์ในการหาลูกค้าใหม่ๆ นั้นจะเน้นมองหาพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันเมืองไทยฯ ได้พ่วงการขายประกันภัยคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง เข้าไปกับระบบการจองตั๋วโดยสารของสายการบิน เช่น นกแอร์ การบินไทย และบางกอกแอร์เวย์รวมทั้งช่องทางการขายประกันภัยผ่านธนาคาร (Bancassurance) ซึ่งเมืองไทยฯ ไม่ได้มีพันธมิตรที่เข้มแข็งเฉพาะในส่วนของธนาคารกสิกรไทยเท่านั้น แต่ยังได้มีการจับมือกับสถาบันการเงินอื่นๆ อาทิ ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารทิสโก้ และธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ รวมทั้งลิสซิ่งต่างๆ

นอกจากนี้เมืองไทยฯ ยังได้เริ่มขยายธุรกิจไปยังกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาและเวียดนาม) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโดยได้มีการตั้งบริษัทร่วมทุนใน สปป.ลาว รวมถึงมีสำนักงานตัวแทนอยู่ที่ Yangon เมียนมา



ฟุตบอล VS ประกัน

ความเหมือนบนความต่างขณะที่หากมองโดยผิวเผินบางคนอาจมองธุรกิจประกันว่ามีความอนุรักษ์นิยม จืดชืดและแตกต่างจากการทำทีมฟุตบอลที่ต้องอาศัยความรวดเร็วและ “กล้าได้กล้าเสีย”

“ยกตัวอย่าง ข้าวนาปี บางบริษัทไม่รับประกัน แต่เมืองไทยประกันภัยเรารับ ซึ่งก็ไม่ได้ขาดทุน ที่สำคัญข้าวนาปีมีส่วนช่วยรัฐบาลไทยคือเราต้องมองว่าบริษัทรับประกันภัยคือธุรกิจที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง เป็น supporter อันหนึ่ง อย่างตอนเกิดน้ำท่วมใหญ่ถ้าไม่มีประกันภัย ทุกอย่างยากลำบากประกันภัยเป็นตัวรองรับหนึ่ง ก่อนที่รัฐบาลจะตั้งกองทุนช่วยเหลือขึ้นมา”

ส่วนกีฬาฟุตบอลเธอบอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีใจรัก เธออยู่กับกีฬาชนิดนี้แบบคลุกคลีมามากกว่า 10 ปี

“ที่แป้งเลือกสโมสรการท่าเรือ เพราะฐานแฟนบอลใหญ่มากไม่แพ้เมืองทองฯ หรือแบงค็อก ยูไนเต็ด หรือบางกอก กลาส เลยซึ่งแฟนบอลทีมท่าเรือ จะเป็นฐานชนชั้นกลางแต่ในช่วงการแข่งขันแบบบิ๊กแมตช์ เราสังเกตว่ามีต่างชาติเข้ามาชมการแข่งขันเราเยอะมากซึ่งบริษัทเมืองไทยประกันภัยเอง เราเป็นสปอนเซอร์ของสโมสรการท่าเรือด้วยเช่นกันวันนี้อันดับของเราถือว่าฟอร์มดียังอยู่ในอันดับที่ 3 ในสัปดาห์ที่ 20 ของฟุตบอลไทยลีก”

เรื่อง: เอกรัตน์ สาธุธรรม และพิชญ ช้างศร ภาพ: ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี, บมจ. เมืองไทยประกันภัย
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

โพสต์ที่แชร์โดย Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) เมื่อ

 

 


คลิกอ่าน "นวลพรรณ ล่ำซำ สูตรผสมกลมกล่อม 'ฟุตบอล + ประกัน + Personal Brand'" ฉบับเต็มได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand เดือนสิงหาคม 2561 ในรูปแบบ e-Magazine


Admin System Web
Administrator

Update : 01 ตุลาคม 2561

View : 1,793


Most Popular
1

วาสนา ลาทูรัส, NaRaYa กระเป๋าผ้าพันล้าน

Update : 27 กุมภาพันธ์ 2558

view : 41,011

2

ศรีตรังนำทัพยางไทย แจ้งเกิดแบรนด์ระดับโล

Update : 12 กันยายน 2559

view : 31,437

3

ชัยวัฒน์-วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ สองรุ่นร่วมสร

Update : 24 กุมภาพันธ์ 2560

view : 29,683


similar Content


Other Category

Editorial & Contributor
พิชญ ช้างศร
Editor in Chief
ชญานิจฉ์ ดาศรี
Managing Editor
พรพรรณ ปัญญาภิรมย์
Corporate Editor
เอกรัตน์ สาธุธรรม
Business Editor
กัมปนาท กาญจนาคาร
Web Editor
พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล
Online Business Writer
นพพร วงศ์อนันต์
Former Editor in Chief
สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
Former Lifestyle Editor
ปุณยวีร์ จันทรขจร
ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ จำกัด
กระทรวง จารุศิระ
ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Coins.co.th
รุ่งโรจน์ ตันเจริญ
Chief Executive Officer - Rabbit Digital Group